การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม 2555

ควบคุมอาวุธให้จริงจัง

ควบคุมอาวุธให้จริงจัง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 ก.ค.2555

             สำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามควบคุมอาวุธปืนหลังจากคนร้ายนำมาก่อเหตุไม่เว้นแต่ละวัน โดยใช้รถสแกนอาวุธราคาหลายล้านบาทเข้ามาใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีปัญหาการพกพาอาวุธระดับต้นๆ ของประเทศ จุดประสงค์เพื่อตรวจจับบรรดายานพาหนะที่นำพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและเป็นต้นเหตุของคดีซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันผู้ครอบครองอาวุธปืนเริ่มตั้งแต่นักเรียนเรื่อยไปจนถึงมือปืนรับจ้าง มาตรการตรวจเข้มถือเป็นการป้องกันหลังจากมีเหตุจี้ปล้นธนาคาร ชิงทรัพย์ร้านทองจนถึงการยิงต่อสู้ขบวนการค้ายาเสพติดหลายต่อหลายครั้ง ควบคู่กันไป ตำรวจได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยซึ่งแม้ผลการจับกุมในแต่ละท้องที่จะเป็นที่น่าพอใจแต่ปริมาณอาวุธปืนก็ยังมีใช้กันอยู่มากตามข่าวที่ปรากฏในแต่ละวัน รวมถึงวัตถุระเบิดและอาวุธสงครามอีกด้วย
 
               ปริมาณอาวุธปืนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ย่อมมีส่วนสัมพันธ์กับคดีที่เกิดขึ้น พฤติกรรมคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนข่มขู่และสังหารเหยื่อเพิ่มมากขึ้นโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แม้แต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยังออกปากพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งกวาดล้างจับกุมอาวุธปืน แต่ที่ผ่านมาดูคล้ายกับมาตรการ “ผักชีโรยหน้า” การปฏิบัติไม่ต่อเนื่อง ไม่สามารถกดดันผู้พกพาได้ สถานการณ์ยังคงรุนแรงขึ้นตามลำดับ สำหรับประชาชนโดยทั่วไปมีโอกาสตกอยู่ในอันตราย เมื่ออาวุธปืนไม่ได้เก็บอยู่ในที่พักอาศัย แต่นำมาติดตัวหรือใส่ไว้ในรถย่อมเป็นอันตรายต่อประชาชนโดยทั่วไปแม้กระทั่งผู้โดยสารรถประจำทางก็ยังเสี่ยงต่อการถูกลูกหลงจากบรรดานักเรียนนักเลงทั้งหลาย
 
               ปัญหาหลักที่ยังไม่สามารถควบคุมปริมาณอาวุธได้มาจากหลายสาเหตุตั้งแต่ความขาดแคลนอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการตรวจจับ กำลังคนที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ แผนการปฏิบัติที่ไม่ชัดเจน บวกกับอาวุธปืนหาง่ายมีการซื้อขายกันเกลื่อนแม้แต่ในเว็บไซต์ต่างๆ มีคำถามว่าอาวุธปืนเหล่านี้มาจากไหน แหล่งที่มาส่วนหนึ่งอยู่ตามชายแดนรอบๆ บ้านเรา อีกส่วนหนึ่งมาจากอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย จำนวนไม่น้อยเกิดจากปืนที่ถูกขโมยเมื่อเปลี่ยนมือเลขทะเบียนต่างๆ ก็ถูกลบหายไปด้วย ทำให้การตรวจพิสูจน์ลำบากมากขึ้น คดีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจึงยากต่อการสืบสวนแกะรอย ยกเว้นเป็นอาวุธที่เคยมีประวัติทางคดีมาก่อน
 
               มาตรการควบคุมอาวุธโดยเฉพาะปืนนำเข้าถูกกฎหมาย ยังไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา มีน้อยมากที่คนร้ายใช้ปืนที่มาจากการซื้อขายโดยตรงเพราะคงไม่มีมือปืนคนไหนไปหาอาวุธตามร้านเพื่อมาลอบสังหารเหยื่อ ยิ่งปัจจุบันราคาอาวุธปืนแพงลิ่ว บางรุ่นบางยี่ห้อถึงหลักแสนบาท ผู้ที่ครอบครองส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง มีการศึกษา หน้าที่การงานดี โอกาสที่นำไปก่อคดีมีน้อยเมื่อเทียบตัวเลขคดีที่เกิดขึ้น อาวุธปืนส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากการซื้อขายในตลาดมืด ขณะที่กลุ่มพ่อค้าอาวุธส่วนใหญ่พัวพันอยู่ในวงจรอาชญากรรมทั้งการค้ายาเสพติดเรื่อยไปจนถึงพวกรับซื้อของโจร หลายยุคที่ผ่านมามีการตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ เมื่อแนวโน้มคดีพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลย่อมต้องหามาตรการปราบปรามที่เด็ดขาด ไม่ว่าเครือข่ายเหล่านี้จะอยู่ใกล้กับนักการเมืองหรือข้าราชการประจำก็ตาม