อาชญากรรม : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม 2555

ปล้นโดยถูกกฎหมาย

ปล้นโดยถูกกฎหมาย: เลียบค่าย โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์ thatchayan@hotmail.com

               ระยะนี้มีผู้บริโภคซึ่งตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันหลายราย ส่งอีเมลมาปรับทุกข์กับผมในทำนองคล้ายๆ กัน คือรู้สึกว่า ตัวเองกำลังถูก "ปล้นโดยถูกกฎหมาย" จากบรรดาเจ้าของบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดค่ายต่างๆ
 
               การตกเป็นเหยื่อทางการตลาดทำให้ผู้บริโภคหลายราย หลงลืมตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บภายหลังนำบัตรเครดิตไปใช้ ซึ่งพบว่าแทบทุกค่ายบัตรเครดิตกำหนดไว้ในอัตราที่สูงไม่แพ้กัน คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 หรือร้อยละ 20
 
               อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนั้นยังไม่นับรวมกับเงินกินเปล่า ที่แฝงมาในรูปค่าธรรมเนียมสารพัด เช่นค่าวงเงินการใช้บัตร ค่าใช้บริการบัตร ค่าธรรมเนียมแบ่งจ่ายชำระ ค่าธรรมเนียมการเบิกใช้เงินสด ค่าผิดนัดจ่ายชำระ รวมถึงค่าธรรมเนียมทวงถาม กรณีที่ผู้ใช้บัตรชำระเงินล่าช้า
 
               ซึ่งเมื่อคำนวณดูแล้ว สารพัดค่าที่กล่าวอ้างรวมกันแล้วอยู่ในอัตราที่สูงมาก บางรายสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบเสียอีก
 
               ที่ผ่านมารัฐบาลหลายยุคออกนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชนหลากหลายแบบ ทั้งมาตรการ ปรับ-ลด-พัก สารพัดหนี้ รวมถึงหนี้จากการใช้บัตรเครดิตด้วย
 
               แต่ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านั้นจะใช้ไม่ได้ผล เพราะเป็นแค่ผักชีโรยหน้า แก้ปัญหาไม่ตรงจุด
 
               ผมว่า หนี้สินที่พุ่งปรี๊ดของภาคประชาชน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาการเรียกเก็บดอกเบี้ยไม่เป็นธรรมของเจ้าหนี้ ซึ่งนับรวมเจ้าหนี้บัตรเครดิตด้วย
 
               อันที่จริงแล้วเรามีกฎหมายควบคุมเรื่องการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมไว้ในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามมาตรา 654 ให้เรียกเก็บดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี เท่านั้น
 
               แต่มีข้อพิกลคือกลับมีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยเกี่ยวกับหนี้บัตรเครดิตได้ไม่เกินร้อยละ 18 บวกกับค่าดอกเบี้ยผิดนัดและค่าใช้จ่ายอื่นไม่เกินร้อยละ 2 รวมแล้วไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี
 
               แถมเอาเข้าจริงๆ ไม่เห็นมีใครยึดตามกฎหมายหรือประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าว ยังใช้สารพัดลูกเล่นรุมทึ้งผู้บริโภคอยู่ดี
 
               สุดท้ายผู้ตกเป็นเหยื่อก็คือประชาชนที่หลงเชื่อเทคนิคทางการตลาด หนีไม่พ้นหนี้สิน และหลายรายยอมเสียประวัติทางการเงินเพราะทนถูกเอาเปรียบไม่ไหว และรู้สึกว่า กำลังโดน "ปล้นโดยถูกกฎหมาย"
 
               รัฐบาลที่ปากพูดอยากแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ลองหยิบเรื่องนี้มาขบคิดเสียด้วย
 
               ขณะที่ "ตำรวจบก.ปคบ." ก็ควรพิจารณาบังคับใช้กฎหมายเสียบ้าง !