ทล.สกัดจับกัญชา115กก.มูลค่า1.3ล้าน

ตร.ทางหลวง ตั้งด่านสกัดจับหนุ่มใหญ่หนองคาย ลอบขนกัญชาอัดแท่ง 115 กก. มูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 4 ก.ค. 55  ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล) พ.ต.อ.อภิชิต เทียนเพิ่มพูน รรท.ผบก.ทล. พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ ผกก.4 บก.ทล. พ.ต.ท.ภาดล จันทร์ดอน สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. ร.ต.ท.พรชัย แสงศิลา รอง สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล.ขอนแก่น แถลงผลจับกุม นายเดชา หรือเด พาละพล อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.15 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.หนองคาย ผู้ต้องหาลักลอบขนกัญชา พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง จำนวน 115 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา หมายเลขทะเบียน บบ 1461 สกลนคร กล่องไม้อัดเลียนแบบลักษณะคล้ายบานประตู จำนวน 5 บาน โดยสามารถจับกุมได้บนถนนทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ทิศทางจากจังหวัดขอนแก่น มุ่งหน้าจังหวัดนครราชสีมา ต.หนองแวงโสกพระ อ.พล จ.ขอนแก่น ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านบาท

          พ.ต.อ.อภิชิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนกัญชาอัดแท่งจากจังหวัดบึงกาฬ ไปส่งให้ลูกค้าในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเส้นทางถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) โดยใช้ยานพาหนะของกลางดังกล่าว และจะมีรถสำรวจเส้นทางหรือสเก๊า คอยขับนำอีกคันหนึ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ซึ่งจะลักลอบไปส่งให้กับลูกค้าในวันนี้ (4 ก.ค.) โดยคาดว่าจะมาถึงเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในช่วงเช้ามืด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณถนนมิตรภาพ

          ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตั้งแต่เวลา 02.00 น.วันนี้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน ขับมาด้วยความเร็วสูง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกให้รถหยุด ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดและขับรถหลบหนีไป จึงเชื่อว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถต้องสงสัยตามที่สายลับแจ้งมา จากนั้นไม่เกิน 3 นาที ก็มีรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิอีกคันลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้งมา โดยมีนายเดชา พาละพล ขับขี่มาในลักษณะมีพิรุธ โดยขับมาอย่างช้าๆ และชิดขอบทางด้านซ้ายสุดบนไหล่ถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกตรวจค้น นายเดชา ยินยอมให้ตรวจค้นและนำตรวจค้นด้วยตนเอง จากการตรวจค้นพบกล่องไม้อัดเลียนแบบลักษณะคล้ายบานประตูเป็นลายไม้ไผ่สีเขียวพื้นขาว จำนวน 5 บาน บรรทุกอยู่กระบะท้ายรถคันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจยกดูสังเกตว่ามีน้ำหนักผิดปกติกว่าบานประตูทั่วไป จึงได้งัดไม้อัดที่ปิดทับไว้ดู ก็พบกัญชาอัดแท่งอยู่บานละ 23 แท่งจริง จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน

          จากการสอบสวน นายเดชา ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ตนไม่มีอาชีพและรายได้ เพียงแต่หาผักปลาขายไปวันๆ จึงหันมารับจ้างขนส่งกัญชาให้กับญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานทางเมีย (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) แต่อายุมากกว่าอยู่ที่จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับพวกอีกคนเป็นคนโทรศัพท์ติดต่อมาให้ไปขนกัญชาบริเวณจุดใด และไปส่งที่ใด โดยญาติคนนี้จะมีหน้าที่ขับรถนำทางเป็นสเก๊าให้ กระทั่งมาถึงด่านตรวจถูกจับกุมได้ ซึ่งจะได้ค่าจ้างขนส่งเพียง 15,000 บาท และที่ตัดสินใจทำไปเพราะต้องการหาเงินไปส่งค่างวดรถของกลางคันดังกล่าว และยังรับอีกว่าเคยถูกจับกุมเมื่อปี 2550 ในข้อหาครอบครองกัญชา 300 กิโลกรัม ที่จังหวัดกาญจนบุรี และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนธันวาคม 2554 และมาถูกจับกุมในครั้งนี้

          เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป พร้อมกับขยายผลการจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี