พท.ตั้งเวทีปลุก'เสื้อแดง'

พท. ปลุก 'เสื้อแดง' ตั้งเวที 'ลานคนเมือง' ปราศรัยใหญ่ 'ก่อแก้ว' ปัด หนุนหลัง ขวาง 'มาร์ค' ไฮปาร์คปทุมฯ เตือนศาลฟันแก้รธน.ผิด ปูทางนองเลือด 'หมวดเจี๊ยบ' ย้อน 'มาร์ค' ต้องถามตัวเองทำอะไรกับปชช. ด้าน 'จาตุรนต์' เย้ย 'ตุลาการภิวัฒน์' ทำรัฐประหาร

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วันที่ 30มิ.ย.55 พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยใหญ่ "เพื่อไทยพบประชาชน" ครั้งที่ 4 โดยมีประชาชนผู้สนับสนุนพรรคและคนเสื้อแดงทยอยมารับฟังอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านั้น มีฝนตกลงมาอย่างหนักประมาณ 30 นาที ทำให้ประชาชนต้องหาที่หลบฝน แต่บางส่วนยังตัดสินใจปักหลักกางร่มหน้าเวทีเพื่อรอแกนนำปราศรัยในช่วงเย็น ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัย ได้มีการนำแผงกั้นเหล็กมากั้นโดยรอบเวทีปราศรัย และมีกำลังตำรวจดูแลอย่างเข้มงวดรอบพื้นที่

            นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงไปขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างการปราศรัยในงานราตรีสีฟ้า ที่จ.ปทุมธานีคืนวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า การแสดงออกดังกล่าว เป็นการแสดงออกทางความรู้สึกที่คนเสื้อแดง เกลียดชัง นายอภิสิทธิ์ และคณะ ที่สั่งการสลายการชุมนุมช่วงปี 2553

 

ระบุ 'มาร์ค' ไม่เคยขอโทษ-ไม่ยอมรับผิด

 

            ทั้งนี้ ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ไม่เคยออกมาขอโทษ และออกมารับผิดชอบต่อการกระทำ แต่จากการติดตามข่าวพบว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ได้กระทำผิดกฏหมาย และยืนยันไม่ได้มีใครชี้นำหรืออยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

            นายก่อแก้ว กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์เมื่อปี 2553 ยังส่งผลต่อความรู้สึกของกลุ่มคนเสื้อแดงและจะเป็นอย่างนี้ต่อไป หากยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ

            ทั้งนี้ ในส่วนของเขา ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ก็จะขอความร่วมมือกับคนเสื้อแดง ให้ควบคุมอารมณ์และแสดงออกในทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินคดีต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ถือเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ ซึ่งเขาเห็นว่า การออกมาเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภา จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะเป็นการเคลื่อนไหวตามกระบวนการของกฏหมาย

 

เตือน ศาลฟันแก้รธน.ผิด ปูทางนองเลือด

 

            ส่วนกรณีที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลต่อการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้นั้น นายก่อแก้ว เห็นว่า พรรคเพื่อไทยมีความกังวลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการของนายสุนัย จุลพงษธร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ในนามพรรคเพื่อไทย แต่ศาลกลับเรียกให้พรรคเพื่อไทยไปชี้แจง

            "พรรคเพื่อไทยได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงดำเนินการเช่นนี้ ซึ่งส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญ และไม่สบายใจ หากศาลวินิจฉัยออกมาในด้านลบ เพราะอาจนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดอีกครั้งก็เป็นได้"

            นายก่อแก้ว ระบุว่า หากคนเสื้อแดงจะไปฟังการไต่ส่วนของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5-6 ก.ค.นี้ ก็สามารถไปได้ แต่ขอให้อยู่ในความสงบ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ไม่เช่นนั้น เกรงว่า พรรคประชาธิปัตย์จะนำไปโจมตีได้

 

'หมวดเจี๊ยบ' ย้อน 'มาร์ค' ต้องถามตัวเองทำอะไรกับปชช.

 

            ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่ชาวปทุมธานีออกมาขับไล่นายอภิสิทธิ์ และคณะ ระหว่างตั้งเวทีปราศรัย และทวงถามความรับผิดชอบจากรัฐบาลโดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯว่า หากนายอภิสิทธิ์ อยากรู้ว่า ทำไมถึงถูกประชาชนขับไล่ ก็ไม่ควรไปถามคนอื่น

            "ต้องย้อนถามตัวเองว่า ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ ทำอะไรเอาไว้กับประชาชนและประเทศชาติหรือไม่ จึงทำให้นายอภิสิทธิ์ ไปที่ไหนก็ถูกประชาชนออกมาขับไล่ทั้งแผ่นดิน โดยเฉพาะเวลาที่นายอภิสิทธิ์เดินทางไปในพื้นที่นอกเขตอิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเกณฑ์มวลชนมาจัดฉากต้อนรับได้ ทำให้ประชาชนแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา"

            ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า อาจเป็นเพราะประชาชนยังจำได้ว่า รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ได้ปราบปรามประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตถึง 98 ศพ และบาดเจ็บ 2,000 กว่าคน แต่ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ และไม่เคยขอโทษประชาชนเลย นอกจากนี้ ยังโยนบาปให้กับประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

            ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ประชาชนอาจรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่น่ารังเกียจหลายอย่างของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น การฉุดกระชากลากแขนและขว้างปาแฟ้มเอกสารใส่ประธานรัฐสภา รวมทั้งการที่นายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยให้ลูกพรรคไปบีบคอส.ส.ของพรรคเพื่อไทย และไม่สะทกสะท้านที่ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ นั่งดูคลิปโป๊ในมือถือระหว่างประชุมสภาฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้ประชาชนออกมาขับไล่นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์

            "เป็นความรู้สึกของประชาชนล้วน ๆ ไม่ได้จัดฉาก และไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล ที่ผ่านมา เวลานายอภิสิทธิ์ ถูกชาวบ้านขับไล่ ก็จะพยายามโยงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่เบื้องหลังเสมอ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่น่าขบขันและเป็นไปไม่ได้ เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่เคยอยู่ในสายตาของน.ส.ยิ่งลักษณ์เลยแม้แต่น้อย น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวไปวุ่นวายกับนายอภิสิทธิ์ มีแต่นายอภิสิทธิ์เท่านั้นที่ชอบมาจุ้นจ้านเรื่องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม ทั้งๆ ที่ ไม่เกี่ยวกับการบริหารประเทศ"

            ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ คอยจับจ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ในทุกอิริยาบถ จนบางครั้งคอยนับแม้กระทั่งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เปลี่ยนเสื้อผ้าไปแล้วกี่ชุด การที่นายอภิสิทธิ์ดึงน.ส.ยิ่งลักษณ์มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็เพื่ออัพเกรดตัวเองเท่านั้น พรรคเพื่อไทยขอเตือนว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ควรยกตัวเองมาเทียบกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะวันนี้ นายอภิสิทธิ์ไม่มีราคามากพอ

            "อย่าเอาสังกะสีที่ขึ้นสนิมไปถูกับเพชร เพราะจะเสียเวลาเปล่า ๆ นายอภิสิทธิ์เหมาะสมที่จะเป็นคู่ชกของจ.ส.ต.ประสิทธิ์ (ไชยศรีษะ) เพียงคนเดียวเท่านั้น" ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

 

'จาตุรนต์' เย้ย 'ตุลาการภิวัฒน์' ทำรัฐประหาร

 

            นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ในงานครึ่งทศวรรษรายการความจริงวันนี้ ทั้ง 3 เกลอ ได้บอกให้กลุ่มคนเสื้อแดงระวังการรัฐประหาร และหากเกิดขึ้นให้ออกมาต่อต้านอีก ที่ผ่านมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เขาเคยพูดว่า ใครที่กลัวการรัฐประหาร ขณะนี้ได้เกิดการรัฐประหารขึ้นแล้ว หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องการคัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีคำสั่งให้สภาชะลอการลงมติในวาระที่ 3 ก็เปรียบเป็นการรัฐประหารโดยตุลาการ หรือเรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ช่นกัน ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนต้องออกมาต่อต้านได้แล้ว

            นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เขาได้ดูฟุตบอล ยูโร 2012 มีเรื่องชื่นใจ 2 อย่าง คือ อาจจะไม่ได้ดูครบทุกนัด แต่ยังไม่พบว่า ทีมใดได้ใบแดง ซึ่งให้กันยากมาก ไม่เหมือนกับที่เมืองไทย และเมื่อดูฟุตบอลแล้วไม่เห็นว่า กรรมการมีความลำเอียง ผิดกับประเทศไทย ทำฟาล์วนิดเดียวกลับให้ใบแดงทั้งทีม แล้วสั่งยุบสโมสร ขนาดมีการตั้งทีมมาแข่งใหม่ ยังต้องแข่งกับทีม 14 คน เพราะอีกฝ่ายมีกรรมการหนุนหลัง ดังนั้น ขอฝากว่า จะทำอะไรก็ขอให้เห็นแก่ประเทศบ้างไม่ใช่ทำตามอำเภอใจ และถ้ายิ่งเกิดเรื่องมากเท่าไหร่ ประชาชนยิ่งเข้าใจในเหตุการณ์

            “ขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีการชุมนุม เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเพราะมีกลุ่มพันธมิตร และกลุ่มเสื้อหลากสีเข้ามาร่วมชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อต้านรัฐบาลด้วย แล้วอาจจะนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งก่อน ๆ ซึ่งตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาบอยคอตการเลือกตั้ง และมีการตระเวนไปปราศรัยที่ต่าง ๆ ผลสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 ทำให้เราต้องจับตาอย่างใกล้ชิด”

 

ดักทางศาล จ้องวินิจฉัย ล้มร่างรธน.

 

            ก่อนหน้านี้ นายจาตุรนต์ ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีรายชื่อพยานบุคคล ที่จะเข้าไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสภา ที่มีชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เขายังไม่ทราบว่า นายอานันท์จะมาเป็นพยานหรือไม่ แต่แสดงว่า มีการประสานงานมาแล้ว นายอานันท์ จึงไม่ปฎิเสธ ซึ่งรายชื่อพยานบุคคลก็เดาไม่ยาก โดยประเด็นที่จะมาล้มล้างร่างรัฐธรรมนูญ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญพูดมาก่อนหน้านี้ว่า เหตุใดไม่นำเรื่องกลับมาที่รัฐสภา

            "เชื่อว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักที่จะมาล้มร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ได้ เพราะหากจะมาล้มล้างรัฐธรรมนูญ จะต้องอาศัยการโมเมตีความแบบตามอำเภอใจเท่านั้น ซึ่งผมยังสงสัยผู้ที่มาเป็นพยานว่า แน่ใจแล้วหรือไม่ ที่จะมาร่วมกับกระบวนการที่ไม่ชอบธรรมเหล่านี้ แต่ถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะทำได้"

            ส่วนจะทำให้สังคมแตกแยกหรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามหลักประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และหลักความถูกต้อง ถ้าเป็นการมาก้าวล่วงมาแทรกแซง โดยตีความร่างรัฐธรรมนูญแบบผิด ๆ อย่างต่อเนื่อง จนถึงการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นชนวนให้สังคมแตกแยกมากยิ่งขึ้น

            นายจาตุรนต์ กล่าวว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์รวบรวมพยานได้มากขนาดนี้ อาทิ อดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540 อดีตสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 แสดงให้เห็นว่า การดำเนินการครั้งนี้ ฝ่ายที่ต้องการล้มร่างรัฐธรรมนูญคิดจะเอาจริง ซึ่งประธานศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุเรื่องนี้ถึง 2 ครั้ง ต้องการที่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญมีสูงมาก

            นอกจากนี้ ในวันที่ 6 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งคาดว่า มีการเขียนคำวินิจฉัยไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นรายชื่อพยาน เห็นว่า ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลว่า น่าเชื่อถือหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่สังคมรับรู้ ซึ่งคนในสังคมก็เห็นว่า พยานเหล่านี้ไม่น่าเชื่อถือมานานแล้ว จึงไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายผู้ถูกร้องจะต้องหาพยานมาต่อสู้ แต่พรรคเพื่อไทยจะชี้แจงและต่อสู้ด้วยเนื้อหา

            "งานหนักของเพื่อไทยจะเร่งเดินสายชี้แจงประชาชน แต่หากคำวินิจฉัยออกมา ก็ถือว่า ศาลรัฐธรรมนูญสร้างบรรทัดฐานใหม่ ที่จะสร้างความเสียหายให้สังคม เพราะจะเป็นการก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายอื่นด้วย" นายจาตุรนต์ กล่าว