ต้องช่วยกัน

ต้องช่วยกัน : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.ราชบุรี

               รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชน ชวนให้ผู้ใหญ่โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองหนักใจอยู่ 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกเกิดขึ้นที่ จ.เพชรบุรี เมื่อนักเรียนระดับชั้นมัธยมชาย 6 คน หญิง 4 คน ชวนกันเข้าโรงแรมมั่วสุมทางเพศแบบสวิงกิ้ง
 
               อีกเรื่องฉาวโฉ่ไม่แพ้กัน คือกรณีคลิปวิดีโอเยาวชนชายวัย 17 ปี ใช้โรงหนังเป็นสถานที่เริงรักกับนักเรียนสาววัย 14 ปี เหตุเกิดที่ จ.ราชบุรี พื้นที่รับผิดชอบของนายตำรวจลูกหม้อนครบาล ซึ่งพลัดถิ่นไปรับหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี นามว่า พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี หรือ "พี่นิพนธ์" ที่บรรดากระจอกข่าวเมืองหลวงรู้จักกันดี
 
               เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำเอา "ลูกพ่อขุน" ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รั้วรามคำแหง พล.ต.ต.นิพนธ์ ยอมรับว่า รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป และอยากเรียกร้องให้ผู้ปกครองละวางจากหน้าที่การงานมาเอาใจใส่บุตรหลานบ้าง ไม่ใช่แค่เลี้ยงดูด้วยเงิน!
 
               "กระจอกข่าว" มีโอกาสสนทนาเรื่องคลิปสยิวในโรงหนังกับ "พล.ต.ต.นิพนธ์" ถึงแนวทางแก้ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้น ทันทีที่เปิดฉากสนทนา ผบก.ภ.จว.ราชบุรี ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
 
               "ปัญหาอยู่ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ค่อยเอาใจใส่ลูก อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจที่บีบคั้นทำให้ต้องมัวแต่ทำงานหาเงิน จนไม่มีเวลาสอดส่องดูแลพฤติการณ์ของลูก พ่อแม่ทุกวันนี้เลี้ยงลูกด้วยเงิน ทำหน้าที่แค่หาเงินให้ลูกใช้ ขาดการอบรมสั่งสอน ปล่อยปละละเลยจนลูกทำเรื่องเช่นนี้ขึ้น ผมว่าถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ต้องหันกลับมาทำหน้าที่พ่อแม่ที่สมบูรณ์ ลูกๆ จะได้ไม่นอกลู่นอกทาง" พล.ต.ต.นิพนธ์ เปิดฉากสนทนาด้วยน้ำเสียงเครียด
 
               เรื่องราวที่เกิดขึ้น "พี่นิพนธ์" ยืนยันว่า ในส่วนของตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เยาวชนชายที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ จะถูกดำเนินคดีทั้งในข้อหากระทำอนาจาร และพรากผู้เยาว์ ขณะที่เด็กนักเรียนหญิงวัยแค่ 14 ปี มีความผิดฐานกระทำการอนาจาร พนักงานโรงภาพยนตร์ที่นำคลิปออกเผยแพร่จะถูกดำเนินคดีตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ส่วนเจ้าของโรงภาพยนตร์อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อกฎหมาย ส่วนมาตรการทางปกครองยืนยันต้องถูกดำเนินการแน่ๆ
 
               นอกจากนี้ พล.ต.ต.นิพนธ์ ยังได้ขอความร่วมมือโรงหนังให้ช่วยสอดส่องผู้ชมด้วย หากพบเห็นเด็กหรือเยาวชนกระทำการอันไม่เหมาะสมต้องปรามทันที ขณะที่โรงเรียนต้องตรวจสอบลูกศิษย์ด้วย ต้องรู้ให้ได้ว่า เลิกเรียนแล้วไปไหน? ที่สำคัญต้องรู้ด้วยว่าทำอะไรออกนอกลู่นอกทางหรือไม่?
 
               ล่าสุด ฝ่ายการศึกษาก็ตอบรับทันทีว่า จะรื้อฟื้น "สารวัตรนักเรียน" มาทำหน้าที่อย่างเข้มข้น ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็รับปากว่าจะจัดเจ้าหน้าที่มารับผิดชอบในเรื่องนี้
 
               "พี่นิพนธ์" ยืนยันว่า ปัญหาเด็กและเยาวชน "ต้องช่วยกัน" ทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทำได้แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ