รัฐบาลบราซิลปิ๊งไอเดียใหม่ที่จะเปิดโอกาสให้นักโทษในเรือนจำของรัฐ 4 แห่ง ได้ออกจากเรือนจำเร็วขึ้น หากขยันอ่านหนังสือ ภายใต้ชื่อโครงการว่า "ไถ่โทษด้วยการอ่าน" อันมีหลักการอยู่ว่า หากอ่านหนังสือ 1 เล่ม จะได้ลดโทษ 4 วัน
นักโทษจะมีเวลา 30 วันอ่านงานวรรณกรรม วิทยาศาสตร์ ปรัชญา หรือผลงานคลาสสิก จากนั้นจะต้องเขียนเรียงความเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านแล้วอย่างถูกต้องไวยากรณ์
ผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการ สามารถอ่านหนังสือได้สูงสุด 12 เล่มต่อปี ซึ่งหมายความว่า ถ้าอ่านได้ครบตามนี้ ก็จะได้ลดโทษปีละ 48 วัน
ส่วนนักโทษคนใดที่จะมีสิทธิได้ร่วมโครงการ จะขึ้นอยู่กับพิจารณาของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการนี้ ซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจงานเรียงความของนักโทษอย่างละเอียดด้วย หากพบว่ามีการลอกงานของผู้อื่นมา นักโทษก็จะเสียสิทธิในการร่วมโครงการ
นายอันเดร เคห์ดี ทนายความในเซาเปาโล หัวหน้าโครงการรับบริจาคหนังสือให้เรือนจำ เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้นักโทษมีความรอบรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆ เมื่อออกจากเรือนจำ จะเป็นคนใหม่อย่างแน่นอน
บราซิลมีปัญหานักโทษล้นคุกไม่ต่างจากประเทศร่วมภูมิภาคละตินอเมริกาอื่นๆ สถิติกรมราชทัณฑ์ปี 2553 พบว่า บราซิลจองจำนักโทษอยู่ประมาณ 445,705 คน ทั้งที่เรือนจำที่มีอยู่รองรับได้จริงเพียง 281,520 คน
โครงการไถ่โทษเพื่อการอ่าน จึงได้รับการขานรับว่าเป็นการริเริ่มที่ดีเพื่อพยายามบรรเทาปัญหาอีกทางหนึ่ง กระนั้น ยังไม่ใช่หลักประกันว่าการอ่านจะเป็นวิธีบำบัดฟื้นฟูนักโทษได้อย่างแท้จริง หรือจะช่วยให้พวกเขาไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่านักโทษได้อ่านหนังสืออย่างเหมาะสม จนช่วยเปิดโลกใหม่ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ ยังไม่ต้องพูดความเป็นไปได้ที่จะเกิดตลาดมืดรับจ้างเขียนเรียงความให้แก่เพื่อนนักโทษด้วยกัน เผลอๆ อาจมีนักโทษคนหนึ่งได้ลดโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราวโดยไม่ต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
ดังนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับความเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงการ ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้