วิสัยทัศน์ของผู้นำมีส่วนสำคัญต่ออนาคตองค์กรเป็นอย่างยิ่ง
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ก็เป็นหนึ่งในผู้นำที่มีหัวทันสมัย เสียดายที่ต้องเกษียณในปีนี้
มีนโยบายหลายอย่างที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ควรสานและต่อยอดเพื่อปรับเปลี่ยนตำรวจไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล
ตำรวจต้องทำงานอย่างมืออาชีพมากขึ้น สนใจทุกคดีไม่ใช่ไล่ให้ชาวบ้านไปหาหลักฐานมาให้ อย่างนี้ชาวบ้านเป็นตำรวจเองก็ได้
ขณะเดียวกันก็นำเทคโนโลยีมาใช้ปราบปรามอาชญากรรมที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นและเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่บรรดาโจรก็เร่งเพิ่มศักยภาพให้ตัวเองเช่นกันทั้งแก๊งอาชญากร และเครือข่ายยาเสพติด
การจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ตำรวจต้องเปลี่ยนวิธีคิด แนวทางปฏิบัติ โละวิธีการทำงานแบบเดิมๆ อาชญากรมีความรู้เท่าทันเจ้าหน้าที่ บางครั้งยังล้ำหน้ากว่าด้านเทคโนโลยีด้วยซ้ำ ตำรวจไทยจึงต้องเรียนรู้ ผ่านการอบรมวิทยาการใหม่ๆ เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ได้
งานด้านมวลชนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในยูเอ็นและทำให้เป็นรูปธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บรรจุ "โครงการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน" ไว้ในนโยบายเพราะเชื่อว่าแนวทางการป้องกันอาชญากรรมในอนาคต ต้องใช้ข้อมูลที่มีมาจากชุมชน ได้รับข้อมูลจากชาวบ้านถึงจะควบคุมหรือป้องกันเหตุอย่างได้ผล
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกอย่างคือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เริ่มนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เป็นตัวช่วยในการจับกุมติดตามคนร้ายรวมถึงการป้องปรามเช่นรถโมบายตรวจค้นอาวุธ ก็ได้แนวคิดจากการไปศึกษาดูงานต่างประเทศ นำมาประยุกต์ ได้ทั้งตรวจหาอาวุธปืนและยาเสพติด
โดยโครงการนำร่องใช้ที่ภาคเหนือเป็นเครื่องมือตรวจจับยาเสพติดที่ผ่านช่องทางหลักก่อนเข้าสู่ภาคกลาง ที่ผ่านมาค่อนข้างได้ผล
เรื่องอาวุธปืนหัวใจของความรุนแรงในอาชญากรรม มีการยิงกันไม่เว้นแต่ละคืน แม้แต่นักเรียนเองยังมีใช้แสดงว่าอาวุธปืนซื้อขายกันเกลื่อน
ถ้ากำลังพลทันสมัยบวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเชื่อว่าสังคมน่าจะมีความสงบสุข
ที่ลืมไม่ได้คือรัฐบาลต้องดูแลด้านสวัสดิการ เงินเดือน ค่าตอบแทนให้คุ้มกับงานที่เสี่ยงและหนักด้วยเช่นกัน!!