ข่าวที่ท่วมท้นความรับรู้ของคนไทยซึ่งติดตามข่าวสารอยู่บ้างแม้เพียงผ่านๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคือเรื่องหญิงสาวใช้นมละเลงสีในรายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ทางช่อง 3
บรรดาคนดีมีศีลธรรม รู้พิทักษ์รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยแท้ๆ ออกโรงมาแสดงความเห็นเรื่องนี้กันยกใหญ่ กรรมการหญิงที่เคยถ่ายรูปวาบหวิวแต่มันเป็น “ศิลปะ” ได้รับคำชม เพราะเธอตะเพิดกรรมการชายสองคนของรายการที่เห็นงามกับการแสดง ส่วนคนถูกด่ามีเยอะมาก ทั้งกรรมการชาย เวิร์คพอยท์เจ้าของรายการ และช่อง 3 ซึ่งนอกจากถูกด่าก็ยังถูก กสทช. สั่งปรับด้วย
สาวผู้ใช้นมละเลงสีก็ถูกด่าจนไม่กล้าพบหน้าใคร แต่พอข่าวเปิดเผยว่า เธอช่างยากจนน่าสงสาร พ่อเป็นอัมพาต ต้องทำงานเลี้ยงทั้งครอบครัว แถมด้วยส่งน้องเรียนหนังสือและยังมีลูกเล็กๆ อีกหนึ่งคน ซึ่งดูแนวโน้มแล้วน่าจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็มีคนเห็นอกเห็นใจขออุปถัมภ์หรือช่วยเหลือกันยกใหญ่ ไม่เว้นแม้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
สังคมคนไทยใจดีมีเมตตาชอบช่วยสัตว์ตกยากให้พ้นภัย แต่สัตว์ตกยากก็ต้องจำไว้ว่าอย่าหือ อย่าเปล่งคำขวัญเรียกร้องเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ เพราะมันอาจไปกระตุกต่อมแปลงกาย ทำให้เทวดาเป็นปีศาจร้ายโดยพลัน สัตว์ตกยากจะอยู่ในสถานะเท่าเทียมกับเทวดาโปรดสัตว์ได้อย่างไร ยิ่งทำเป็นพูดภาษาต่างด้าว “ลิเบคเต้ เอกาลิเต้ ฟราเตคนิเต้” ยิ่งน่าหมั่นไส้
เรื่องนมผู้หญิงในไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์นี้ มีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งพูดได้น่าสนใจมากว่า มันไม่เป็นประเด็นทางศีลธรรม หรือศิลปะ และไม่เป็นประเด็นทางวัฒนธรรม แต่เป็นเรื่องของทุนนิยมบริโภคนิยมล้วนๆ
ที่ว่าไม่เป็นประเด็นศีลธรรม เพราะลำพังนมผู้หญิงไม่มีอะไรผิดศีลไม่ว่าจะในศาสนาใด แต่ถ้าผู้ชายเห็นนมผู้หญิงแล้วออกอาการ อยากปล้ำผู้หญิงที่เป็นลูกเมียและแม่ของคนอื่นถือว่าผิดศีล หากทุกวันนี้หญิงไทยทั้งสูงศักดิ์ด้อยศักดิ์ในทุกๆ อาชีพ ต่างก็แสดงนมของตัวเองกันทั่วไป มากบ้างน้อยบ้าง แค่ร่องนมบ้าง ครึ่งเต้าบ้าง เต็มสองเต้าบ้าง แต่ก็ไม่เห็นว่าสถานการณ์ศีลธรรมในประเทศไทยจะเปลี่ยนไป คนไทยมิได้ใจบุญมากขึ้นหรือทำบาปมากขึ้น คนดีมีศีลธรรมก็ยังรู้สึกสะใจที่เห็นคนเลวในทัศนะของตนตายไปเสียได้เหมือนเดิม ชาวต่างประเทศก็ยังเห็นบางกอกและประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความสนุก โดยเฉพาะสนุกทางเซ็กส์เหมือนเดิม
ที่ว่าไม่เป็นประเด็นศิลปะ เพราะคนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าภาพที่เกิดจากการใช้นมระบายสีของหญิงสาวในข่าวไม่สวยเด่น ไม่มีเนื้อหา ไม่ให้อารมณ์ซาบซึ้งประทับใจ และที่สำคัญ คนส่วนใหญ่สนใจนมของเธอมากกว่างานจากนมของเธอ มันจึงไม่ต้องถกเถียงกันว่า งานจากนมชิ้นนี้เป็นศิลปะหรือไม่
ส่วนที่ว่าไม่เป็นการทำลายวัฒนธรรมไทยอันดีงาม เพราะหญิงอุษาคเนย์แต่เดิมมาเปลือยนมกันเท้งเต้ง หญิงสยามยุคอยุธยาในรัชกาลพระนารายณ์จากภาพจดหมายเหตุลาลูแบร์ก็เปลือยนมเห็นๆ หญิงไทยชายไทยเพิ่งมาเริ่มใส่เสื้อจริงจังเมื่อรู้จักกับฝรั่งนี่เอง แต่ประหลาดดีว่าใส่ไปใส่มา ผู้ชายยังถอดเสื้อในที่สาธารณะได้อยู่ เพราะนมผู้ชายไม่อนาจาร แต่ผู้หญิงถอดไม่ได้ เพราะนมผู้หญิงทั้งเต้าเป็นของอนาจาร ถ้าแค่ร่องนม หรือเกือบทั้งเต้าแต่ไม่เห็นหัวนมไม่อนาจาร
เป็นหลักเกณฑ์ที่พิลึกไม่น้อย
ถ้าตระหนักว่า นม เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายผู้หญิง และผู้หญิงแต่ละคนล้วนเป็นเจ้าของนมของตัวเองแล้ว เราอาจเข้าใจและยอมรับได้เมื่อเห็นผู้หญิงใช้นมทำสิ่งต่างๆ มากกว่า “ให้นมลูก” (ไม่จำเป็นว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องมีลูกและให้นมลูก) เช่น นักคิดนักเขียนและพิธีกรชื่อดัง คำ ผกา ที่เคยใช้นมเป็นเครื่องมือต่อต้านความอยุติธรรมของกฎหมายและสังคมในกรณี “อากง”
ความจริง นมของหญิงสาวในข่าว ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ เป็นเรื่องการทำมาหากินล้วนๆ แทบทุกคนที่เกี่ยวข้อง ต่างได้เงินจากนมสองเต้านี้ ตั้งแต่เจ้าของนม ไปจนถึงสื่อที่เสนอข่าวเรื่องนม คนไม่ได้เงินอาจเป็นพวกกรรมการสิทธิฯ และนักแสดงความเห็นทั้งหลายเท่านั้นเอง แต่นักแสดงความเห็นหลายคนก็สบายใจที่ได้แสดงความเป็นคนดีด่าหญิงเปิดนม ด่านม และดีใจที่การจัดการในแบบวัฒนธรรมไทยๆ จะทำให้ไม่ต้องเห็นนมที่เป็นข่าวนี้ในยูทูบอีกต่อไป
ส่วนนมผู้หญิงอีกมากมายหลายเต้าในยูทูบ ในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ไม่เป็นข่าว รวมถึงในชีวิตจริง ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ ยังเห็นได้ตามปกติ
.......................................
(หมายเหตุ จริต : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ nitny@nationgroup.com <mailto:nitny@nationgroup.com> <https://www.facebook.com/NithinandY>)