เรียนรู้'ค่ายแพทย์แผนไทย'

เรียนรู้'ค่ายแพทย์แผนไทย' กินง่าย-อยู่ง่าย-รับใช้ชุมชน ณ 'อภัยภูเบศร' : โดย...อาจารย์ จิราภรณ์ โยวทิตย์

                   อยากเป็นหมอไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่ง "หมอแผนไทย" ต้องบุกป่าหนาทึบ เพื่อศึกษาพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด ที่มีสรรพคุณทางยา ตามคอนเซ็ปต์การเรียนการสอนของ "วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร" หลักสูตรร่วม "มหาวิทยาลัยบูรพา" ต้องเรียนจริง รู้จริง และลงมือปฏิบัติจริง

                   ค่ายสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างนิสิตชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2555 จึงเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม- 1 มิถุนายน 2555 ณ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนนิสิตจะย้ายมาเรียนที่วิทยาลัยการแพทย์ฯ ที่ต้องอยู่ง่าย กินง่าย อยู่ได้กับชุมชน และเข้าใจผู้ป่วยแบบองค์รวม

                   "เอย" ฉัตติญา โอวาท นิสิตปีที่ 3 จาก จ.ชลบุรี เล่าว่า สนุกมากๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ยิ่งได้ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชน ชาวบ้านเก็บเงาะ เก็บลองกองให้กิน มีความใกล้ชิด การเรียนปี 1-2 ที่ ม.บูรพา รู้ว่ายากมากต้องนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์กับแพทย์แผนไทย เมื่อได้เรียนแพทย์แผนไทยอย่างลึกซึ้ง ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างใช้ประโยชน์ได้ เช่น การนวดแค่สองมือก็ช่วยรักษาคนไข้หรือคนที่เรารักได้ เมื่อย้ายมาเรียนที่ปราจีนบุรีรุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องดีมากผูกพันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ในปีต่อไปหนูเป็นรุ่นพี่ก็จะจัดกิจกรรมรับน้องแบบนี้

                    เช่นเดียวกับ "มะนาว" วิชกร วงษ์สุวรรณ นักศึกษาปีที่ 4 หนุ่มเมืองเก่าอยุธยา บอกว่า ความจริงสอบติดคณะเภสัชฯ แต่เลือกเรียนแพทย์แผนไทย เพราะเป็นคนไทยน่าจะสืบสานตำราแพทย์แผนไทย อีกทั้งวิชาชีพนี้เลี้ยงตัวเองได้ เพียงใช้สมุนไพรไทยรักษาโรค ยิ่งหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องเรียนสองที่ ยิ่งชอบ ได้เปรียบคนอื่น

                    "สองที่ สองโอกาส สองประสบการณ์ มาค่ายที่อภัยภูเบศรได้มีโอกาสปลูกสมุนไพรเอง เก็บยาทำเอง ได้ลงชุมชน ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านรอบๆ บางคนไม่มีเงินรักษา ก็หาของมาฝากประทับใจมาก ทำให้อยากแบ่งปันด้วยการรักษาผู้ป่วยให้หาย ตอนแรกที่ผมมาอยู่ที่ปราจีนบุรี ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ได้เพราะติดแสงสี ชอบดูหนัง แต่เมื่อได้อยู่จริงกลับชอบ รู้สึกสงบ มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น มีเวลาเรียนอย่างจริงจัง" วิชกร กล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

                      ไม่เพียงเท่านั้น การดูแลเอาใจใส่ของอาจารย์เหมือนเป็นพี่น้องทำให้ "ออม" ประภาวรรณ สำราญกิจ นิสิตปีที่ 4 จาก จ.สระแก้ว ประทับใจอยากเรียนรู้ ยิ่งขณะนี้วิทยาลัยที่ปราจีนบุรี มีความพร้อมเรื่องสถานที่เรียนมาก อีกทั้งแพทย์แผนไทยในอนาคตจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ สามารถช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ อุดหนุนวัตถุดิบจากชาวบ้าน แก้ปัญหาเรื่องปากท้องของชุมชน ให้เงินไหลเวียนในประเทศ

                      "ชุมชนรายรอบวิทยาลัยของเรามีหมอตำแย หมอกวาดยา หมอเป่า ให้ได้สืบทอดภูมิปัญญาไทย ไม่ได้เป็นวิชาบังคับแต่เป็นเรื่องที่เราควรรู้ และสามารถนำมาใช้ได้จริง อย่างที่อาจารย์ต้อม (ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร) แนะนำว่าเรื่องนี้ต้องไปศึกษากับหมอยาที่ไหน อย่างไร การแพทย์แผนไทยศาสตร์เก่าแต่เป็นของใหม่สำหรับสังคมปัจจุบัน เพราะขาดการสืบทอดมานาน

                      อยากให้กล้าๆ ที่กลับมาใช้ภูมิปัญญาของคนไทยมากขึ้น กล้าที่กลับมาใช้หอม พริก กระเทียมเผาในการรักษาหวัด ใช้น้ำมันไพล ขมิ้นชันในการรักษาตัว มหาหิงค์แก้ท้องอืดในเด็ก ไม่อยากให้คิดว่าล้าสมัย เพราะใช้ได้จริง แม้กระทั่งการนวดเป็นศาสตร์มือเปล่าก็ช่วยเหลือคนได้ การเรียนแพทย์แผนไทยต้องใช้ความอดทนสูง คนส่วนใหญ่มองว่าเรียนเพื่อเป็นหมอนวด นวดแล้วนาบหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ก็อธิบายให้เขาฟังว่าจริงๆเป็นอย่างไร ให้เน้นเป็นการศึกษาเพื่อช่วยเหลือสังคมเป็นอย่างแรกแล้วพัฒนาควบคู่กันไป" ประภาวรรณ ให้สติคนไทยกลับมาใช้ภูมิปัญญาไทย

                    ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า นิสิตที่เข้าค่ายจะได้เรียนรู้กิจกรรมหลากหลาย อาทิ เดินป่าศึกษาสมุนไพรที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำกิจกรรมชุมชน นิสิตยังได้ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย การปลูกฝังเรื่องความมีเมตตา โอบอ้อมอารี และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ดีของไทย

                   "20 ปีที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีประสบการณ์พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลกลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานทั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการระบบบริการด้านการแพทย์แผนไทย และเป็นที่ฝึกอบรมความรู้ด้านนวดไทยในหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย เป็นเวลากว่า 5 ปี และเมื่อปี 2548 รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพา จัดตั้งคณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ม.บูรพา เปิดหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต เรียน 4 ปี" ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

                   ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า สองปีแรกเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ ม.บูรพา สองปีหลังเรียนวิชาเฉพาะด้านการแพทย์แผนไทยและฝึกปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทยที่วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร และ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เมื่อนิสิตจบการศึกษาจะได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ  สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการวิชาชีพแล้ว 

                  นี่คือภาพชีวิต กว่าจะเป็น "แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร" ผู้ยึดมั่นในความมีเมตตา โอบอ้อมอารี และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น นั่นเอง !!
                 

..........................
(เรียนรู้'ค่ายแพทย์แผนไทย' กินง่าย-อยู่ง่าย-รับใช้ชุมชน ณ 'อภัยภูเบศร' : โดย...อาจารย์ จิราภรณ์  โยวทิตย์)