21มิ.ย.2555 แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้รายละเอียดกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(นาซา)ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเพื่อสำรวจสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยว่า โครงการดังกล่าวมีการวางแผนมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งนาซาให้เวลาไทยสองปีให้การเตรียมตัวตามกระบวนการของเราเนื่องจากเป็นช่วงรอยแต่ของรัฐบาล
ส่วนที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ บอกว่าไม่มีการทำหนังสือสัญญากับกระทรวงการต่างประเทศนั้นยอมรับว่าจริงเนื่องจากเป็นการทำหนังสือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และนาซา ซึ่งนาซามีแผนดำเนินการตามลำดับอยู่แล้วว่าจะเข้ามาดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนซึ่งเป็นช่วงที่มีมรสุมและมีการพยากรณ์อากาศที่เป็นความต้องการของนาซาจริง ๆ หากไทยไม่พร้อมนาซาก็จะล้มเลิกโครงการและไม่มีการลงทุนใด ๆ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ 30 บ้านดอลล่าร์หรือประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งไทยไม่ต้องใช้งบประมาณแต่อย่างใด หากเราไม่พร้อมเขาก็ไม่ดำเนินการเช่นกัน
การดำเนินการของนาซาได้มีระบบและวางแผนไว้แล้วซึ่งทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายอาทิเครื่องบินที่บินมาเป็นชนิดพิเศษต้องแวะเติมน้ำมัน ตลอดจนการขนอุปกรณ์ทางเรือที่ต้องใช้เวลา 1 เดือนซึ่งคงไม่มีการขนอุปกรณ์มาก่อนและนำกลับไปหากไทยยังไม่พร้อมและจะไม่กลับมาดำเนินการใหม่อีกครั้ง
"ทีมงานไม่ใช่มีเพียงจากนาซาแต่เป็นทีมนักวิทยาศาตร์จากทั่วโลกเพื่อมาร่วมทำงานกับไทย แต่หากไทยไม่พร้อมก็อาจไปดำเนินการโครงการที่อื่นในเวลาถัดไป เพราะแต่ละประเทศมีที่ตั้งในภูมิศาสตร์และภูมิอากาศที่ต่างกัน สำหรับไทยแม้ว่าเขาจะทราบว่ากระแสการเมืองเราแรงแต่ก็ไม่อยากให้ลำบากใจ แต่ให้เวลาตัดสินภายใน 26 มิ.ย. นี้" แหล่งข่าวกล่าวและว่า
ส่วนที่ห่วงว่านาซาจะถ่ายรูปสภาพภูมิประเทศนั้นไม่ต้องกังกวลเพราะสหรัฐมีศักยภาพพอและหากจะทำจริงก็ไม่ต้องมาตั้งฐานในไทยเพราะสามารถใช้ดาวเทียมซึ่งเหมือนที่กูลเกิ้ลแมพทำได้
"ในการประชุมและวางแผนโครการสหรัฐจะส่งจนท.มาร่วมกับนาซาทุกครั้งและมีการพูดคุยกันในรายละเอียดขั้นตอน การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ขั้นการดำเนินงาน ซึ่งเอกสารที่มีการพูดคุยกัน ค่อนข้างรายละเอียดมากและมีการอธิบาย ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ผบ.เหล่าทัพเห็นด้วยกับโครงการนี้"
"สุกำพล"แย้มเข้าครม.สัปดาห์หน้าย้ำ"จีน"ไม่ห่วง
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม แถลงว่า ขณะนี้นาซายังไม่ได้สอบถามอะไร ตนคาดว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า ส่วนสาเหตุที่ยังไม่นำเข้าการประชุมครม.ครั้งที่ผ่านมา เพราะทุกหน่วยงานยังทำความเห็นไม่ครบทุกด้าน ซึ่งนาซาคงจะเข้าใจ
"สำหรับเรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมเป็นหัวหน้าทีมทำงานร่วมกับนาซา ในส่วนของกระทรวงกลาโหมก็จะส่งคนไปร่วมทีมด้วย เพื่อดูแลด้านความมั่นคง เช่นการขึ้นไปตรวจสอบเครื่องบินที่จะมาสำรวจสภาพอากาศว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง" พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวและว่า
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศดูแล โดยทางประเทศจีนไม่ได้สอบถามอะไร และไม่มีปัญหาอะไร รวมทั้งไม่ได้เสดงความห่วงอะไรเลย มีแต่คนไทยเท่านั้นที่ห่วงแทนประเทศจีน และจีนก็ไม่ได้มีการทำหนังสือขอคำชี้แจงอะไร
ทบ.ยันผบ.จีนถก"ประยุทธ์"ไม่เกี่ยวปม"อู่ตะเภา"
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวถึงกรณีที่พล.อ. จิ้ง จื้อหยวน (สมาชิกกรรมาธิการทหารกลาง สปจ.) ผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 2 ของกองทัพปลอดปล่อยประชาชนจีนและคณะเดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ว่า กองทัพบกขอชี้แจงว่า วัตถุประสงค์ในการเยี่ยมเยียนครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกับกองทัพบกไทย เป็นไปตามแผนการต้อนรับผู้นำทางทหารของมิตรประเทศและเป็นไปตามแผนแม่บท ในการปฎิบัติงานด้านการต่างประเทศของกองทัพบก หรืองานเชื่อมไมตรีความสัมพันธ์ทางทหาร และให้เกิดความแน่นแฟ้นอันก่อให้เกิดผลดีในการแสวงหาความร่วมมือทางทหารต่อไปในอนาคต
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า แผนการเยือนครั้งนี้ได้ถูกกำหนดล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว ยืนยันว่าการเข้าพบครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่นาซา ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา และในขณะนี้กองทัพบกก็ยังไม่ได้รับข้อมูล หรือข้อกังวลใดๆที่เกี่ยวกับการที่นาซ่าขอให้สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งที่ผ่านมาไทยกับจีนเคยมีความร่วมมือทางด้านการฝึกทางทหารเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในวันที่ 22 มิถุนายน พล.อ.จิ้ง จื้อหยวน และคณะมีกำหนดเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ในเวลา 14.30 น. พร้อมทั้งมีการตรวจแถวทหารกองเกียรติยศและวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่5ด้วย
"เอกชัย"เตือนให้รอบคอบก่อนอนุญาต"นาซา"
พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวในเวทีสัมมนาของ คอป. ถึงกรณีที่รัฐบาลจะอนุญาตให้สหรัฐอเมริกาใช้พื้นที่ในสนามบินอู่ตะเภาว่าเรื่องความมั่นคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในประเทศไทยได้แต่เราไม่ระวังและไม่เคยจำ หลายปีที่ผ่านมาครั้งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่สหรัฐฯนำเครื่องบินขึ้นอ้างว่าจะนำไปรับผู้ประสบภัยในอาเจะห์ แต่กลับนำไปสำรวจและถ่ายภาพฐานทัพสร้างความไม่พอใจให้ประเทศคู่ขัดแย้งกับมหาอำนาจสหรัฐฯ
ขณะนี้มีการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ประเทศตะวันตกมองประเทศตะวันออกและจีนว่าเป็นภัยคุกคาม เป็นคอมมิวนิสต์เป็นพวกชอบคุกคาม แต่วันนี้มีความชัดเจนว่าจีนไม่เคยเคลื่อนกำลังทหารไปอยู่ต่างประเทศ การเมืองของไทยแค่โจมตีกันไปมาแต่ไม่เคยมองผลประโยชน์ของประเทศ กรณีนี้จึงอยากฝากให้พิจารณาอย่างรอบคอบเพราะกรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงยืนยันว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯมีความพยายามจะเข้ามาขอใช้พื้นที่ในไทยเป็นที่ตั้งเช่น เคยขอเช่าเกาะภูเก็ต แต่กองทัพเรือไม่อนุญาต
"ปชป.โต้"ปลอดประสพ"เลอะเทอะ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายปลอดประสพที่นำเอกสารการลงนามระหว่าง นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับองค์การนาซา เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอความร่วมมือเป็นศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศและศูนย์การช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ แต่ไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา190 (2 )ว่า ตนเสียใจที่นายปลอดประสพออกมาตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะออกมาชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชน แต่ขุดเอกสารมาแฉ หากทำงานแบบนี้ก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งเสนาบดี เรื่องนั้ไม่ได้เป็นเรื่องแฉกันไปแฉกันมา แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชี้แจงต่อประชาชน
"การพูดของนายปลอดประสพ นี้เกิดความไม่สบายใจกับมิตรประเทศ และขอถามว่า วันที่ 22 มิ.ย.เวลา 14.30 น. พล.อ. จิ้ง จือ หยาง ผบ.กองกำลังปลดปล่อยประชาชนจีน จะเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ การพูดเช่นนี้ต้องระวังเพราะเป็นถึงรัฐมนตรีต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทั้งนี้ฝ่ายค้านไม่ได้จ้องจะตีรวน แม้เป็นประโยชน์ตามที่กล่าวอ้าง แต่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง เพราะมีแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาระหว่างประเทศ เพราะกระทบต่ออธิปไตย ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างกว้างขวาง “นายชวนนท์ กล่าว