สถานการณ์นักเรียนนักเลงส่อเค้ารุนแรงมากขึ้น นอกจากการทำร้ายคู่อริต่างสถาบันกันแล้ว ผลข้างเคียงยังเกิดขึ้นกับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พลอยได้รับบาดเจ็บและล้มตายไปด้วย กรณีนักศึกษาใช้อาวุธปืนยิงขึ้นไปบนรถโดยสารประจำทางเป็นเหตุให้นักเรียนอาชีวะกับชาวบ้านเสียชีวิตทันที 2 ศพ รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย หรือเหตุการณ์วัยรุ่น จ.ราชบุรี ก็เช่นกัน ชาวบ้านต้องเซ่นชีวิตให้แก่ความระห่ำสิ้นคิดของวัยรุ่น 2 กลุ่มสุดท้ายเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามจับได้ก็มานั่งเศร้าแล้วสั่งสอนเพื่อนนักเรียนด้วยกันว่าอย่าทำแบบนี้เพราะพ่อแม่จะเสียใจ พร้อมทั้งขอโทษญาติผู้เสียชีวิต แบบฟอร์มลักษณะนี้เห็นมาทุกครั้งที่เกิดเหตุ สำนึกได้เมื่อสายไปเสียแล้ว
นักเรียนนักศึกษาบางส่วนโดยเฉพาะอาชีวะในปัจจุบันกำลังสร้างความหวาดผวาให้สังคม ในโลกโซเชียลมีเดียแสดงความคิดเห็นเชิงลบชนิดถล่มทลายเพราะเด็กเหล่านี้ไม่ได้มีจิตสำนึกหรือความรับผิดชอบใดๆ ต่อสังคมแม้แต่น้อย ทำตัวเป็นอันธพาลก่อเรื่องไปทั่ว พฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นอาชญากรในอนาคต มีงานวิจัยมากมายที่ระบุไว้ การก่อเหตุรุนแรงตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อศาลตัดสินจำคุกถูกส่งเข้าสู่สถานพินิจฯ เมื่ออายุเกินก็ถูกส่งต่อไปยังเรือนจำใหญ่ทั้งลาดยาวและคุกบางขวางหากมีโทษสูง สุดท้ายชีวิตก็เข้าสู่วงจรอาชญากรรมเต็มตัว เรือนจำเป็นแหล่งเพาะบ่มวิชาโจรจากรุ่นพี่ เข้าสู่วงจรยาเสพติดทั้งขายและเสพ มีคำถามว่าแล้วเด็กพวกนี้จะกลับเนื้อกลับตัวออกมาสู่สังคมได้หรือไม่
อย่าคาดหวังว่าตำรวจจะเป็นคำตอบสุดท้าย เพราะการไล่จับหรือส่งกำลังออกไปกดดันตามจุดที่นักเรียนรวมตัวกันหรือสุ่มออกตรวจตามพื้นที่เสี่ยง ก็ได้ผลเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อเห็นตำรวจเด็กก็หลบหรือรอจังหวะ ตำรวจจึงไม่ใช่ตัวจักรสำคัญแต่อยู่ปลายเหตุ ครอบครัว โรงเรียนและเพื่อนต่างหากจะเป็นตัวชี้วัดพฤติกรรม กระทรวงศึกษาธิการต้องมีบทบาทมากกว่าที่เป็นอยู่ สถาบันครอบครัวต้องเข้มแข็ง การกวดขันของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำต่อเนื่อง สารวัตรนักเรียนที่มีอยู่ก็ยังไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนตามหน้าที่ เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ก่ออาชญากรรมเพราะต้องการเป็นที่ยอมรับ ต้องการได้มาซึ่งคำสรรเสริญเยินยอจากเพื่อน โดยมีพื้นฐานจากครอบครัวเป็นตัวตัดสิน ถ้าบ้านแตกร้าวพ่อแม่ไม่สนใจโอกาสเสียคนมีมาก ต้นตอของปัญหาจึงมาจากเหตุเหล่านี้
ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งควรเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาก็ไม่ได้มีแผนหรือนโยบายที่ดีที่เป็นรูปธรรม หนำซ้ำรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กลับออกมายอมรับว่าหนักใจในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลักเกณฑ์การลงโทษและการตัดคะแนนแต่ละสถาบันการศึกษา ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก เหตุเพราะติด พรบ.คุ้มครองเด็ก หรือแม้แต่ครูเองก็ยังตีเด็กไม่ได้ ย้ายโรงเรียนก็ไม่ได้กลัวถูกผู้ปกครองฟ้องร้องศาลปกครอง ซึ่งเคยมีกรณีนี้มาแล้ว ยิ่งทำให้เห็นปัญหาในอนาคตว่าจะบานปลายขนาดไหน นโยบายการแก้ไขปัญหาต้องจัดเป็นวาระพิเศษของทุกภาคส่วน อาจตั้งขึ้นมาเป็นคณะกรรมการระดับชาติเลยก็ได้ หากยังไม่เริ่มปีการศึกษาต่อไปก็จะมีเรื่องทำนองนี้อีก ถ้าลดปัญหาไม่ได้อาชญากรเด็กก็จะเพิ่มขึ้น เหมือนปัญหาวัยรุ่นในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกที่กลายเป็นสิ่งเรื้อรังของสังคม