สมัยก่อนกว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นดาราได้ ต้องผ่านการเฟ้นหาตัวอย่างเข้มงวดและไม่เป็นที่เปิดเผย จากนั้นจะต้องถูกนำมาฝากฝังกับบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ให้ช่วยฟูมฟักสอนสั่งฝึกปรือก่อนที่จะถูกนำลงไปเป็นดารานักแสดงตัวจริง หลายคนต้องไต่เต้าเป็นดาราตัวประกอบอยู่นานกว่าที่จะได้ขึ้นชั้นเป็นดารานำ
นักร้องและศิลปินนักแสดงแขนงอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันมาก บันไดขั้นแรกที่ต้องผ่านให้ได้คือต้องมีพรสวรรค์ประจำตัวมากพอ เพราะไม่มีสถาบันสอนขับร้องที่ไหนที่จะมาช่วยขัดเกลาลีลาท่าทางและน้ำเสียงให้ได้ จากนั้นก็ต้องตระเวนประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเวทีประกวดของสถานีวิทยุตามต่างจังหวัดซึ่งจัดกันเกือบทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
ทุนรอนในการเดินทางไปประกวดก็ต้องควักกระเป๋าตัวเอง รางวี่รางวัลที่ได้ก็เป็นเพียงแค่ขันน้ำพานรองและพวงมาลัยเท่านั้น หากน้ำเสียงเป็นที่ถูกตาต้องใจแมวมองจากวงดนตรีต่างๆ ก็มีโอกาสได้ไปแบกเครื่องดนตรีเดินสายอยู่กับวงอีกหลายปี พร้อมกับมีโอกาสทองที่จะได้ร้องเพลงขัดตาทัพหน้าม่าน ยามนักร้องระดับดาราถึงคิวพักเสียง กว่าจะมีโอกาสได้อัดเสียงลงแผ่นก็ต้องใช้เวลาหลายปี
เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาก็จะมีแม่ยกแฟนเพลง ตามไปดูการแสดงยามที่ไปเปิดเวทีใกล้บ้านของเขาเหล่านั้น หรือระดับดังขึ้นมาอีกหน่อยก็จะมีแฟนเพลงเขียนจดหมายไปขอเพลงยังสถานีวิทยุต่างๆ โดยแฟนเพลงเหล่านั้นจะแปลงนามสกุลตัวเองให้ไปใช้นามสกุลตามนักร้องที่ตนเองนิยม จะเป็นนามสกุลจริงที่พ่อแม่ตั้งให้ หรือนามสกุลใหม่ที่ครูเพลงตั้งขึ้นมาเพื่อความไพเราะก็ตามแต่ ระดับนั้นจึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักร้องดังระดับขั้นเทพ
แม่ยก, แฟนเพลง ในยุคเก่าต่างจากแฟนคลับของศิลปินดารานักร้องในสมัยนี้มาก เพราะสมัยนี้การก้าวขึ้นมาเป็นศิลปิน, ดารา หรือนักร้องมีช่องทางที่หลากหลาย ประวัติความเป็นมาอย่างไรไม่มีคนสนใจ เสียงร้องจะโหยหวนราวกับควายโดนเชือดก็ไม่ต้องกังวล ขอเพียงมีลีลาท่าทางลูกอ้อนถูกใจนักปั้นเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อย่างอื่นสามารถหาครูมาสอนกันได้หมด หรือขั้นแย่จริงๆ ก็อาศัยแสงสีมาทำลิปซิงหน้าเวทีพอเอาตัวรอดได้
เมื่อดังขึ้นมาแน่นอนว่าย่อมต้องมีแฟนคลับมาติดตามผลงาน สมัยนี้มีทั้งแฟนคลับของแท้และแฟนคลับจัดตั้งราวกับหัวคะแนนนักการเมือง หน้าที่ของแฟนคลับสมัยนี้มิใช่เป็นเพียงแค่ผู้ติดตามผลงานและคอยชื่นชมหรือให้กำลังใจศิลปิน, ดารา และนักร้องเท่านั้น แฟนคลับยุคปัจจุบันต้องพร้อมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมและอุปกรณ์ประกอบการเชียร์แบบเต็มพิกัด
หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งของแฟนคลับในยุคนี้สมัยนี้ก็คือ ทำหน้าที่เป็นองครักษ์คอยปกป้องศิลปินที่ตนเองรักในทุกด้าน นอกเหนือไปจากการเดินสายยกป้ายไฟตามเชียร์แล้ว ยังต้องคอยออกโต้เถียงต่อต้านคนที่เข้ามาตำหนิติเตียนศิลปินของตนเองด้วย โดยที่แฟนคลับของศิลปินหลายคนถึงขั้นออกมาโต้ตอบและโจมตี ต่อศิลปินคนอื่นหรือผู้หนึ่งผู้ใดที่เข้ามามีข่าวเกี่ยวข้องกับศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ
ส่งผลให้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างแฟนคลับของศิลปินผู้หนึ่ง กับศิลปินคนอื่นที่ถูกดึงโยงโดยข่าวให้มาข้องเกี่ยวกับศิลปินผู้นั้น หรือบางครั้งบานปลายกลายเป็นแฟนคลับของแต่ละฝ่าย ออกมาปะทะโต้ตอบกันทางวาจาและบนโลกไซเบอร์ แต่ที่ร้ายที่สุดคือปัจจุบันนี้มีแฟนคลับของศิลปินจำนวนมากที่เฝ้าตามและคอยกางปีกป้องหรือแสดงความชื่นชมศิลปินของตัวเอง จนทำให้เกิดความรู้สึกในอารมณ์ส่วนลึกว่า ศิลปินผู้นั้นคือทรัพย์หรือสมบัติส่วนตัวของตัวเอง
แฟนคลับของดารา, นักร้อง และศิลปินในทุกวันนี้จึงไม่ต่างไปจากไฟ ที่สามารถให้คุณได้อเนกอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์หากใช้ไม่ถูกที่ถูกทาง แฟนคลับจะกลายเป็นแฟนขับ (ไล่) หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงทำใจกันระหว่างศิลปิน, ผู้จัดการ และแฟนคลับทั้งของแท้และที่จัดตั้งกันขึ้นมาเท่านั้นครับ
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : แฟนขับ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)
----------