ลุยเมืองเกษตรกลางทะเลทราย(จบ)

ลุยเมืองเกษตรกลางทะเลทราย(จบ) ไปเมืองคิบบุทซ์ดูสุดยอดจัดการน้ำ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ

                 วันสุดท้ายของการไปดูงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล เราออกจากที่พักโรงแรมเดอะซีซัน ติดชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่เมืองนัททันยา หรือที่ชาวอาหรับเรียกว่าเมืองนัททันเนีย ห่างจากกรุงเทลอาวีฟราว 30 กิโลเมตรราวเวลา 8 โมงเช้าของเวลาท้องถิ่น มุ่งหน้าสู่เมืองคิบบุทซ์ อยู่ตรงกลางระหว่างกรุงเทลอาวีฟกับชายแดนประเทศจอร์แดน ห่างจากกรุงเทลอาวีฟราว 60 กิโลเมตร ไปดูสุดยอดของการจัดการระบบชลประทานเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะการจัดระบบสปริงเกอร์ ระบบน้ำหยด และระบบน้ำฝอย ของบริษัท นาน แดน เจน (Naan Dan Jain) บ้างก็อ่านว่า นาน แดน เจียน ที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอิสราเอล

                ประเทศอิสารเอลเป็นที่ทราบกันดีว่าอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่มีสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ และมีดินซึ่งไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชใดๆ ทั้งปวง แต่ในที่สุดอิสราเอลสามารถพิชิตทะเลทรายให้เป็นพื้นที่สีเขียวได้ ซึ่งความสำเร็จภาคการเกษตรในอิสราเอล นอกจากจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของรัฐบาลอิสราเอลแล้ว อีกส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรและนักวิทยาศาสตร์ของเขาที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาทางการเกษตรของประเทศมาตั้งแต่คริสตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา จนประสบผลสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

               สิ่งหนึ่งที่อิสเอลเอาชนะเหนือทะเลทรายให้เป็นสีเขียวนั้น วิธีการประหยัดน้ำที่ใช้ในการเกษตรด้วยวิธีต่างๆ เช่น คิดค้นเทคนิคที่ทำให้น้ำไหลตรงลงไปยังรากของพืช  การนำระบบชลประทานที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์มาใช้ในห้องอบร้อนและในจำนวนองค์กรต่างๆ เหล่านี้บริษัท นาน แดน เจน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หันมาพัฒนาระบบชลประทานระดับแนวหน้าของอิสราเอลมากว่า 70 ปีแล้ว

              เดิมที่บริษัท นาน แดน เจน เป็นกิจการชาวยิว ต่อมามีการแบ่งขายหุ้นให้ชาวอินเดีย และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นวันแรกของงานสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรที่อิสราเอล "อิสราเอล อะกริคัลเจอร์ อินโนเวชั่น แอนด์ อะกริเทค 2012" (Israel Agriculture Innovation &Agritech 2012) หรือเรียกง่ายๆ ว่า "อะกริเทค 2012" จัดขึ้นกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ชาวอิสราเอลขายหุ้นทั้งหมดให้ชาวอินเดีย แต่ชาวอิสราเอลจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีแทน

             นายเมเยอร์ เลฟวิงเกอร์ ผู้จัดการฝ่ายส่งภาคเอเชีย บริษัท นาน แดน เจน  บอกว่า เดิมทีบริษัท นาน แดน เจน ก็เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกคิบบุทซ์ หรือนิคมการเกษตร ที่เกษตรกรไปรวมตัวกันอยู่พื้นที่เดียวกันกว่า 5,000 ไร่ เนื่องจากง่ายต่อการจัดสรรระบบน้ำไปยังจุดเดียวกัน นาน แดน เจน จึงคิดระบบการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ และระบบน้ำหยดขึ้นมาเป็นเจ้าแรก มาใช้เพื่อการเกษตรในพื้นที่ส่วนรับผิดชอบของเขาเอง ต่อมามีเกษตรกรรายอื่นให้ความสนใจ ทำให้ นาน แดน เจน เริ่มผลิตอุปกรณ์และระบบการให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ ระบบน้ำหยดขึ้นมาเพื่อจำหน่าย และขยายกิจการจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในด้านชลประทาน รวมถึงจำพวกหัวจ่ายน้ำทั้งระบบสปริงเกอร์ ระน้ำหยด ระบบน้ำฝอยที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์เป็นที่แรกมีสาขากว่า 70 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย แต่ปัจจุบันกิจการของนาน แดน เจน เป็นของชาวอินเดียโดยสิ้นเชิง 100%

           "บริษัทเราเริ่มจากระบบปสริงเกอร์ก่อน แล้วพัฒนาระบบอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกของลูกค้า แต่เรามีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีประสิทธิภาพ อาทิ การควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแรงคนที่กำลังขาดแคลน สมมุติว่าระบบต่างๆ เกิดปัญหาหรือขัดข้อง เราไม่ต้องมีคนไปสำรวจ คอมพิวเตอร์จะชี้จุดที่กำลังเกิดปัญหาได้อย่างแม่นยำ แต่ถ้าถามว่า ระบบน้ำหยดกับระบบสปริงเกอร์ที่ใช้เพื่อการเกษตรนั้น สุดแต่พื้นที่ ซึ่งมีข้อดีที่ต่างกัน อย่างระบบสปริงเกอร์ใช้หัวฉีดจำนวนน้อย แต่ต้องมีน้ำเพียงพอ เพราะใช้น้ำเปลืองกว่า ข้อดีคือไม่มีวัสดุอื่นมาอุดตันรูส่งน้ำ เหมือนกับระบบน้ำหยด ซึ่งบางทีจะมีสิ่งเล็กๆ ไปอุดตันตามรูที่ให้น้ำได้ แต่ใช้น้ำไม่มากนัก ทำให้ประหยัดน้ำได้" นายเลฟวิงเกอร์ กล่าว

            ด้าน นายธีรพงศ์ ใช้พระคุณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.ที.ซี.ซัพพลาย ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์การทำระบบน้ำเพื่อการเกษตรของบริษัท นาน แดน เจน บอกว่า เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์การจ่ายน้ำเพื่อการเกษตรทั้งระบบน้ำหยด ระบบสปริงเกอร์ ระบบน้ำฝอยมาราว 50 ปี ปัจจุบันกำลังขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และเมียนมาร์ หรือพม่า เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรหันมาพัฒนาระบบการให้น้ำมากขึ้น จะเห็นได้ว่าแต่ละปีกิจการเติบโตอย่างต่อเนื่องราวปีละ 15% อย่างไรก็ตาม แม้บริษัท นาน แดน เจน จะตกอยู่ภายใต้การบริหารของชาวอินเดียก็ตาม ไม่น่าจะกระทบกับกิจการในประเทศไทย

            ขณะที่ อ.ชัยวัฒน์ ศรีตะจิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเดินทางไปดูงานด้านการเกษตรที่อิสราเอลด้วย บอกว่า จากการสัมผัสและดูงานของนาน แดน เจน แล้ว ยอมรับว่าเทคโยโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ หรือระบบน้ำหยด และน้ำฝอย ทันสมัยมาก คนทำงานเพียงในห้องควบดูหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงคนเดียวก็สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ด้านการตลาดถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างสูง สามารถขยายสาขาไปทั่วทุกมุมของโลก ล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตรทั้งสิ้น และเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ในภาคการเกษตรของไทยได้อีกด้วย

             นี่เป็นเนื้อหาสาระบางส่วนที่ได้มาจากการไปท่องโลกเกษตรในดินแดนอิสราเอล ผู้พิชิตทะเลทรายให้เป็นสีเขียวได้ในครั้งนี้

........................................
(ลุยเมืองเกษตรกลางทะเลทราย(จบ) ไปเมืองคิบบุทซ์ดูสุดยอดจัดการน้ำ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส  กาเจ)