ศาสนา-พระเครื่อง : คอลัมน์เด็ด
วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2555

เงินงอกงามธรรมงอกเงย(๗)

เงินงอกงามธรรมงอกเงย (๗ ) : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

                คนโบราณนั้น ท่านฉลาด ท่านรู้ว่าเงินนั้นต้องรู้จักใช้ ไม่ใช่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของเงิน ตัวท่านเศรษฐีเองก็บริจาคเงินมหาศาลแก่คนยากคนจน คนอนาถา จนสังคมยกย่อง นับถือ เปลี่ยนชื่อจากเดิมว่า “สุทัตตะ” ให้เป็น “อนาถปิณฑิกมหาเศรษฐี” หากท่านเศรษฐีไม่เปลี่ยนเงินเป็นบุญ ไม่เปลี่ยนทุนเป็นธรรม ด้วยการนำเงินมาบริจาคช่วยเหลือสังคม ไหนเลยท่านจะกลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีแต่คนรัก แม้ทุกวันนี้พุทธศาสนาจะผ่านมาแล้ว ๒,๖๐๐ ปี แต่ชื่อของท่านเศรษฐีก็ยังคงอยู่คู่พุทธศาสนา
 
                ในพระสูตรจำนวนมาก มักระบุถึงชื่อของมหาเศรษฐีวางเรียงเคียงกับพระนามของพระพุทธองค์อยู่เสมอ ในฐานะที่เขาเป็นผู้เปลี่ยน “เงิน เป็น ธรรม” ด้วยการสร้างวัดถวายให้เป็นอารามสำหรับหมู่สงฆ์ หากเราอ่านพระสูตรก็จะพบข้อความทำนองนี้ปรากฏอยู่มากมาย เช่น  “สมัยหนึ่ง ขณะที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อารามชื่อเชตวัน ซึ่งเป็นอารามที่อนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีสร้างถวาย...” เป็นต้น
 
                วลี “เงินงอกงาม เพื่อ ธรรมงอกเงย” มีความหมายอย่างที่กล่าวมานี้ ผู้เขียนมุ่งชี้ให้เห็น การรู้จักใช้เงิน ไม่ใช่ชวนให้บูชาเงิน ต้องการย้ำให้เปลี่ยนเงินเป็นคุณภาพชีวิตที่ประเสริฐเลิศล้ำ ไม่ใช่ย้ำให้เปลี่ยนเงินเป็นพระเจ้าให้เราเคารพบูชาแต่อย่างใด
 
                บางทีตัวอย่างที่กล่าวมาอาจจะเก่าและไกลไปหน่อย ขอเล่าอีกสักตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของอภิมหาเศรษฐีในชั่วยุคสมัยของเรานี่เอง นั่นก็คือ เรื่องราวของ “จอห์น ดี  ร็อกกี้เฟลเลอร์” อัครมหาเศรษฐีคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ที่รู้จักใช้คติ “เงินงอกงาม เพื่อ ธรรมงอกเงย” มาสร้างสรรค์พัฒนาชีวิตจนได้รับความยกย่องนับถือไปทั่วโลก
 
                เรื่องราวของมหาเศรษฐีใจบุญคนนี้ มีดังนี้ (คัดจากหนังสือ “อริยสัจ ๔” โดยอาจารย์วศิน อินทสระ หน้า ๒๖๗-๒๗๑)
 
                "จอห์น ดี. รอกกี้เฟลเลอร์ (บิดา) มีเงินถึงหนึ่งล้านเหรียญเมื่ออายุเพียง ๓๔ (สามสิบสี่) ปี และเมื่ออายุ ๔๓ (สี่สิบสาม) ปี ได้เป็นผู้ตั้งบริษัทผูกขาดในการค้าน้ำมันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คือบริษัทน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์ (Standard Oil) แต่พออายุ ๕๓ (ห้าสิบสาม) ปีสุขภาพของเขาเสื่อมโทรมมาก เพราะนิสัยชอบทุกข์ร้อนเคร่งเครียดของเขา ผู้เขียนประวัติของเขาคนหนึ่งกล่าวว่า “เมื่อร็อกกี้เฟลเลอร์ อายุ ๕๓ ปี รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนมัมมี่”
 
                "เมื่ออายุ ๕๓? ปี เป็นโรคเครื่องย่อยอาหารพิการอย่างรุนแรง จนผมร่วง ขนตาและอื่นๆ ก็ร่วง ขนคิ้วยังเหลืออยู่เพียงหยอมแหยม
 
                "แพทย์บอกว่า ที่เขาหัวล้านเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากประสาทอ่อนกำลัง เขาสะดุ้งกลัวมาก จนเขาต้องสวมฝาครอบผ้าบางๆ ปิดศีรษะอยู่ตลอดเวลา ต่อมาเขาซื้อผมปลอมชนิดสีเงินมาสวม ราคาชุดละห้าร้อยเหรียญ และสวมผมปลอมต่อมาจนตลอดชีวิต

                (ติดตามตอนต่อไปวันพระหน้า)