ในที่สุดคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก็ต้องเลื่อนวาระการพิจารณาตำแหน่ง ผบช.ภ.1 ของพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่คาราคาซังมานานนับปีออกไปก่อน
ยังไม่แน่ว่าการประชุม ก.ตร.คราวหน้าจะสรุปเรื่องได้เลยหรือไม่ เพราะ ก.ตร.ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ที่ประชุมมีมติผ่านให้พล.ต.ต.ศรีวราห์ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการแล้ว ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เพราะยังไม่ผ่านขั้นตอนของการโปรดเกล้าฯ
ส่วนจะออกหัวออกก้อยก็คงจะเร็ววันนี้ เพราะมีวาระพิเศษที่ฝ่ายการเมืองพยายามผลักดันให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผบช.น. ขึ้นเป็นตัวจริง
เป็นจังหวะเหมาะพอดีที่เกิดเหตุพันธมิตรปิดล้อมสภา ไม่ให้ ส.ส.เข้าไปพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดอง ทำให้ฝ่ายการเมืองเสียเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนแดนไกลที่หมายมั่นปั่นมือจะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ ด้วยร่างพรบ.ปรองดองฉบับนี้ ถึงกับหัวเสียสั่งเชือดหลานเขยทันที
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เลยต้องเก็บกระเป๋า ด้วยวลี "ผมปราบม็อบไม่เก่ง" นั่นแหละเรื่องจริงเลย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานยาเสพติดก็ต้องรับเคราะห์ไปด้วย โทษฐานคล้ายๆ กันทั้งที่ไม่ใช่งานที่รับผิดชอบโดยตรงถูก น.1 ดึงมาช่วยในห้วงเวลานั้นพอดีเพราะไม่มีรอง ผบช.น.คนไหนกล้าใช้กำลังสกัด
เสียงวิจารณ์ถึงการแต่งตั้ง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เป็นตัวจริงเลยกระหึ่มขึ้นมาทันที
แต่ตามขั้นตอนยังทำไม่ได้เนื่องจากข่าวลือว่าจะสลับพล.ต.ท.วินัยไปอยู่ บช.ภ.1 แทน เนื่องจากติดปัญหาของพล.ต.ต.ศรีวราห์ ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
ถ้า ก.ตร.ประชุมสรุปในครั้งหน้าไปทางใดทางหนึ่งก็อาจจะพิจารณาแต่งตั้งได้เลยเพราะต้องมีบอร์ดการกลั่นกรองซึ่งก็ไม่ยากเพราะมีตำแหน่งเดียว
แม้มีความพยายามผลักดัน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ขึ้นนั่ง ผบช.น.ตัวจริง จากขาใหญ่ในรัฐบาลและ ก.ตร.โดยตำแหน่งบางคน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักอย่างน้อยในช่วงเวลานี้ก็ใกล้ถึงช่วงพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลในอีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้เป็นวาระประจำปี ก็น่าจะทำไปพร้อมกันซะทีเดียว
ที่สำคัญตำแหน่ง ผบ.ตร.ก็จะว่างลงด้วยจากการเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์
ส่วนการพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดอง ก็เลื่อนการลงมติวาระ 3 ออกไปไม่มีกำหนด
กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองสี ก็ต้องลดความร้อนแรงลงไปโดยปริยาย ถ้าจะให้สวยการแต่งตั้งโยกย้ายก็ควรทำไปตามวาระปกติดีกว่า