ศึกลูกหนังยูโร 2012 รอบแรก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เป็นการเล่นรอบแรกนัดประเดิมสนามของกลุ่ม ซี "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า และแชมป์โลก พบ "อัซซูรี" อิตาลี เกมนี้ บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือสเปน ตัดสินใจไม่ส่งกองหน้าตัวเป้าลงสนามแม้แต่คนเดียว และใช้กองกลางถึง 6 คน โดยมี เชส ฟาเบรกาส ยืนสูงคล้ายเป็นศูนย์หน้า ขณะที่อิตาลี เล่นแบบ 3-5-2 มี มาริโอ บาโลเตลลี กับ อันโตนิโอ คาสซาโน เป็นหัวหอก ครึ่งแรกสเปนเป็นฝ่ายครองเกมบุกอย่างเห็นได้ชัดแต่ทำประตูไม่ได้เสมอ 0-0
ครึ่งหลังเกมโต้กลับของอิตาลีได้ผล อันเดรีย ปิร์โล เปิดบอลให้ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล ตัวสำรองหลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน อิเคร์ กาซิยาส เข้าไป อิตาลี พลิกนำ 1-0 แต่ถัดมาแค่ 4 นาที สเปนมาตีเสมอ 1-1 เมื่อ ดาวิด ซิลบา ดีดบอลให้ เชส ฟาเบรกาส ซัดบอลผ่าน จิอันลุยจิ บุฟฟอน เข้าไป ก่อนหมดเวลา 5 นาที สเปน พลาดประตูชัยไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้บอลหลุดเดี่ยวไป แต่จังหวะกระดกจะข้ามหัว บุฟฟอน บอลข้ามคานไป จบเกมเสมอกัน 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม
หลังเกม เซซาเร ปรันเดลลี โค้ชทีมอิตาลี รู้สึกผิดหวังที่ลูกทีมปล่อยให้สเปนตีเสมอเร็วเกินไป เมื่อเล่นกับทีมแชมป์โลก ลูกทีมควรจะต้องทำให้พวกเขาต้องทำงานหนักกว่านี้สำหรับการกลับมาสู่เกม
"เราปล่อยให้สเปนมีโอกาสทำประตู เราต้องพัฒนาขึ้นไปกว่านี้ แต่มันเป็นเรื่องของจิตใจ นอกจากนั้นพวกเราต้องใจเย็นกว่านี้เมื่อตกอยู่ภายใต้ความกดดดัน ในช่วงท้ายของเกม เมื่อคุณครองบอลลำบาก คุณต้องกระชับ และไม่มีเหตุผลที่ต้องโกรธ เมื่อคุณเหนื่อย แล้วเล่นด้วยความโกรธ มันจะเกิดปัญหา เรายังคงมีงานต้องทำอีก ต้องไปวิเคราะห์เกม ทุกเกมต่างมีเรื่องราวส่วนตัว และคุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อย่างมั่นใจ"
ขณะที่ บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือสเปน ออกมาปฏิเสธว่าแท็กติกการให้ ฟาเบรกาส ไปยืนเป็นกองกลางตัวสูง โดยมี อันเดรส อิเนสตา กับ ดาวิด ซิลบา เล่นด้านข้าง โดยไม่ส่งกองหน้าอาชีพลงไปว่า ฟาเบรกาส เป็นนักเตะที่พิเศษที่สามารถทะลวงขึ้นไปข้างหน้า แล้วยังช่วยครองเกมในแดนกลางได้ด้วย เกมนี้สเปนสร้างสรรค์โอกาสได้หลายหน โดยเฉพาะในครึ่งหลัง
"ผมไม่ได้รู้สึกคับข้องใจอะไร เพราะความพยายามที่เอาชนะในเกมนี้ของเราดีมาก มันเป็นเกมที่ดี เป็นเกมที่แตกต่างกัน ผลเสมอถือว่ายุติธรรมดีแล้ว"
ขณะที่อีกคู่ "ยักษ์เขียว" ไอร์แลนด์ พบ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ทั้งสองทีมใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างครบครัน แต่เริ่มเล่นแค่ 3 นาที โครเอเชียมาได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากลูกโหม่งของ มาริโอ มานซูคิช ที่ดูไม่มีอะไร แต่ คีธ แอนดรูว์ กลับปล่อยบอลไม่โหม่งสกัด ทำให้ เชย์ กิฟเวน พุ่งมาปัดไม่ทันบอลเบียดเสาเข้าไป แต่นาที 19 ไอร์แลนด์ มาตีเสมอ 1-1 จากลูกโหม่งของ ฌอน เซนต์ เรดเจอร์ แต่ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที กองหลังไอร์แลนด์พลาดอีกครั้งจากลูกที่เหมือนกับล้ำหน้า แต่สตีเฟน วอร์ด กลับสกัดบอลกลับหลังไปเข้าทาง นิกิชา เยลาวิช ยิงเข้าไปง่ายๆ จากนั้นในครึ่งหลัง โครเอเชียมาได้ประตูที่ 3 จาก มาริโอ มานซูคิช ในนาที 48 จากนั้นไม่มีใครทำประตูได้ หมดเวลา โครเอเชีย ชนะ 3-1 คว้า 3 แต้มไว้ได้
หลังการแข่งขัน สลาเวน บิลิช โค้ชโครเอเชีย ยกย่องลูกทีมที่คว้าชัยชนะมาได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่กรุยทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เกมนี้นักเตะโครเอเชียแสดงให้เห็นแล้วว่าเล่นฟุตบอลได้ดีขนาดไหน แม้บางช่วงไอร์แลนด์เล่นได้ดีกว่า แต่ส่วนรวมแล้วเราดีกว่า โครเอเชียเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และคิดว่าเกมนี้จะทำให้แกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งคาดหวังว่าจะเล่นได้ดีกว่านี้ในการเจอกับอิตาลี เพราะเกมแรกมักยากเสมอ
"ผมเสียใจกับพวกไอริชด้วย พวกเขามองหาโอกาสในแมทช์นี้ แต่มันก็เหมือนกับเรา ตอนนี้เราได้ 3 แต้มเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม มีโอกาสดีที่จะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่เราต้องไปทีละก้าว เรานับถือคู่แข่งทุกทีม เราไม่กลัวใครทั้งนั้น สเปน และอิตาลี คือตัวเต็งของกลุ่มนี้ แต่ผมยังคงคิดว่าเราสามารถเอาชนะทีมใดทีมหนึ่งได้"
ด้าน โจวานนี ตราปัตโตนี โค้ชจอมเก๋าของไอร์แลนด์ กล่าวว่า เกมนี้แพ้เพราะกองหลังเล่นผิดพลาดโดยเฉพาะประตูแรก ส่วนประตูที่ 2 เป็นลูกล้ำหน้าอย่างชัดเจน คงต้องกลับไปคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นในครึ่งแรก เพราะก่อนหน้านี้ทุกคนบอกว่าพร้อม บางทีลูกแรก เชย์ กิฟเวน อาจะมองไม่เห็นบอล เพราะมีผู้เล่น 3-4 คนยืนบังอยู่ เกมหน้าเจอกับสเปน ยังเชื่อว่ามีความหวัง
"สเปนเป็นอีกเกมหนึ่ง ผมต้องทำให้นักเตะทุกคนกลับมามีความมั่นใจ ถ้าผมตัดสินใจจะเปลี่ยนทีมตอนนี้ มันไม่เกี่ยวกับการเล่นแย่ หรือไม่สมควรได้ลงเล่น เรามีความเชื่อ ทุกเกมในยูโรมักจะมีเรื่องให้แปลกใจเสมอ เราเชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นอีก"
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของกลุ่ม ซี ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน อิตาลี จะพบกับ โครเอเชีย เวลา 23.00 น. และสเปน พบ ไอร์แลนด์ เวลา 01.45 น.
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)
----------