พาฉลามบินปล่อยถิ่นเมืองตรัง

พาฉลามบินปล่อยถิ่นเมืองตรัง

                        ระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยธรรมชาติมักก่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ และภาพความอัศจรรย์ทางท้องทะเลอย่างไม่คาดคิด จึงเกิดกระบวนการสร้างจิตสำนึกมอบสิ่งมีชีวิตคืนสู่ท้องทะเลอยู่หลายๆ ครั้ง และในครั้งนี้ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลใจกลางกรุงอย่างสยาม โอเชี่ยนเวิร์ล ได้ร่วมมือกับสายการบินแอร์เอเชีย จัดโครงการ "ฉลามน้อย บินได้" โดยพาฉลามปล้องอ้อยหรือฉลามบกจำนวน 20 ตัว จากตู้ปลาใหญ่ มาปล่อยคืนสู่ท้องทะเลตรัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พร้อมนำคณะนักเรียนจากโรงเรียนวัดปทุมวนาราม 20 คน มาร่วมเรียนรู้กระบวนการอย่างใกล้ชิค เพื่อสร้างจิตสำนึกเนื่อในวันทะเลโลกที่จะมาถึงนี้

                        วิบูลย์ รักเสรี ผู้จัดการแผนกสัตว์น้ำจากสยาม โอเชี่ยนเวิร์ล กล่าวว่า ฉลามปล้องอ้อยเป็นฉลามที่นำเอามาจากทะเลฝั่งอันดามัน ถูกนำมาเลี้ยงในอควาเรียมจนเราสามารถเพาะพันธุ์ได้ เมื่อนำมาฟักไข่จนได้ลูกอายุประมาณ 1-2 ปี ก็มีโครงการนำกลับสู่ธรรมชาติ โดยมีการฝึกให้ปลาสามารถเอาตัวรอดตามธรรมชาติได้ก่อน ด้วยการสอนให้รู้จักหาอาหารเองจากการให้อาหารตายก็ฝึกให้อาหารเป็น มีสัตวแพทย์ตรวจเช็กความแข็งแรงของร่างกายอย่างใกล้ชิดพร้อมปล่อย และให้ปลาฉลามได้ไปขยายพันธุ์กันเองในท้องทะเลต่อไป

                        "ปัจจุบันฉลามในน่านน้ำไทยทุกชนิดมีปริมาณลดลง เนื่องจากการล่าของมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญทางห่วงโซ่อาหาร ถ้าจำนวนลดลงสัตว์ที่เขาต้องล่าก็มีจำนวนมากขึ้น ธรรมชาติก็จะเสียสมดุล สาเหตุที่เลือกฉลามปล้องอ้อย เพราะไม่ทำอันตรายกับคน ตัวเล็ก กินน้อย มีนิสัยอยู่นิ่งๆ หาอาหารในพื้นที่ที่มันอยู่เท่านั้น เติบโตในพื้นที่ที่มีโขดหินมากพอที่จะหลบซ่อนได้ และก่อนหน้านี้เรามีการพาเด็กๆ ไปเรียนรู้กระบวนการนำปลาฉลามมาปล่อยสู่ท้องทะเลแบบครบวงจร ให้เขาได้รู้ว่าเรามีการเริ่มต้นอย่างไร จนถึงการขนย้ายเป็นการเรียนรู้นอกสถานที่ และเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการช่วยกันรักษาสืบทอดการอนุรักษ์สัตว์น้ำในท้องทะเลไทย" วิบูลย์ กล่าว

                        ทางด้านพ่อเมือง ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง บอกถึงภาพรวมการอนุรักษ์สัตว์น้ำในปัจจุบันว่า สัตว์น้ำถือว่าเป็นสิ่งมีค่าสำหรับท้องทะเลปัจจุบันมีสัตว์น้ำหายากมากขึ้น เราต้องรักษาดูแลไม่ให้สูญหายไป ตั้งแต่เต่า พะยูน ฉลาม โลมา ซึ่งประเทศแถบอันดามันกำลังให้ความดูแลฟื้นฟูเป็นพิเศษ ทั้งด้านระบบนิเวศที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษตั้งแต่เรื่องอาหารสัตว์ อย่างหญ้าใต้ทะเล ชายฝั่ง ลักษณะการเปลี่ยนสีของน้ำ ความร้อนใต้น้ำ ความจืดความเค็มที่เปลี่ยนแปลงก็สามารถทำให้สัตว์น้ำล้มตายได้เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวต้องใส่ใจดูแล ความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์น้ำและมนุษย์ให้สวยงามต่อไป

                        ปิดท้ายด้วย "น้องมายน์" อารียา เมืองนาฆิน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดปทุมวนาราม เป็นตัวแทนบอกถึงความประทับใจในการได้ร่วมอนุรักษ์สัตว์ทะเลในครั้งนี้ว่า ได้ดูการเลี้ยง การเพาะพันธุ์ปลา เห็นตั้งแต่ปลาทั้งหมดว่ายน้ำอยู่ในตู้จนได้กลับบ้านบนชายฝั่งทะเล รู้สึกดีใจที่ปลาได้กลับสู่ธรรมชาติ ได้ไปขยายพันธุ์ในท้องทะเลต่อ และตั้งใจจะสานต่อการอนุรักษ์ปลาฉลามด้วยการบอกต่อๆ กันว่า ปลาฉลามเป็นปลาที่เริ่มหายาก เพราะคนจับไปกินเยอะ โดยคิดว่าเราสามารถกินปลาอย่างอื่นที่หาง่ายกว่านี้แทนก็ได้ เช่น ปลาทู ปลากะพงทั่วไป ปลาธรรมดาๆ ที่เลี้ยงขายได้ก็มีประโยชน์เหมือนกัน ไม่ทำลายท้องทะเลด้วย