'ถาวร'จี้'ยิ่งลักษณ์'ยับยั้ง'นาซ่า'ใช้อู่ตะเภา

'ถาวร' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ยับยั้ง 'นาซ่า' เข้าใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานการวิจัย ชี้มีผลกระทบต่อศก.-ความมั่นคง 7ข้อ แฉ 'ทักษิณ' ประเคนทรัพยากรทางทะเลให้มะกัน

                       11 มิ.ย.55 นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เข้ามาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาวะภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย โดยขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานการวิจัย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเป็นต้นเรื่องว่า ตนในฐานะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง พบว่านาซ่าจะเก็บข้อมูลประเทศไทยทั้งบนพื้นดินและในน้ำ โดยประเด็นที่น่าสนใจคือการทำธุรกิจของอดีตนักการเมืองที่ขณะนี้เปลี่ยนไลน์ไปทำธุรกิจด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยทุนมหาศาล ซึ่งตนมีข้อสังเกตว่า จะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

                       ดังนั้นตนจะยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีให้ยับยั้งเรื่องนี้เพื่อไม่ให้มีการพิจารณาใน ครม. เพราะเรื่องนี้น่าจะเข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เนื่องจากการสำรวจพื้นที่ของประเทศไทยย่อมมีผลต่อความมั่นคงของไทย เพราะสหรัฐอเมริกาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการทหาร และเศรษฐกิจได้ และจะยื่นหนังสือถึงนายการุณ โหสกุล ประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐด้วย

                       นายถาวร กล่าวอีกว่า การอนุญาติในครั้งนี้ตนเห็นว่ามีผลกระทบต่อประเทศไทยใน 7 ข้อ คือ 1.ผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญตามมาตรา 190 ซี่งต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อน 2.สหรัฐอเมริกาสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไปใช้ประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ทางทหารหรือเศรษฐกิจ 3.เป็นการสร้างความหวาดระแวงแก่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยคือ เวียดนาม สิงคโปร์ พม่า รวมทั้งจีน เพราะเม้ไทยจะพันธมิตรกับสหรัฐแต่ไทยก็เป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์กับจีนด้วย 4.เป็นการบินผ่านพื้นที่ชายแดนและการลงจอดฉุกเฉินในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่รับอนุญาต และต้องเป็นความรับผิดชอบในหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทย 5.เป็นการบินผ่านเขตหวงห้ามของไทย เช่น พื้นที่การฝึกฝ่ายทหาร เขตพระราชฐาน 6.อาจมีการซ่อนเร้นอุปกรณ์ที่เป็นยุทโธปกรณ์นอกเหนือจากอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์บนเครื่องบินสำรวจ โดยไม่มีการแจ้งให้ทางการไทยทราบมาก่อน และ 7.เป็นการกระตุ้นให้ฝ่ายต่อต้านสหรัฐอเมริกาก่อการร้ายในไทยได้ ถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน

                       “ แม้แต่เตรียมทหารรุ่น 10 ที่อยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ยังติงเรื่องนี้ ผนยืนยันว่าไม่ได้หวาดระแวงหรือจินตนาการ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะพื้นที่ปฏิบัติการของนาซ่าที่จะเข้่ามาดำเนินการมีผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของชาติอย่างแน่นอน และผมยังทราบว่า ในกรณีนี้ฝ่ายความมั่นคงมีความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะกองทัพอากาศ จึงขอให้ออกมาระงับเรื่องนี้ เพราะแม้แต่ผบ.ทอ.ก็ยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่เป็นการดำเนินการของนายสุรพงษ์​โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโดยการผลักดันของอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิคใต้ เป็นผู้ขับเคลื่อน “นายถาวร กล่าว

                       นายถาวร กล่าวต่อว่า การขอเข้าใช้สนามบินอู่ตะเภาของสหรัฐอเมริกา แตกต่างไปจากโครงการที่กระทรวงการต่างประเทศในยุครัฐบาลที่แล้วเคยเสนอให้สหประชาชาติใช้สนามบินอู่ตะเภาในเรื่องการใช้เพื่อกิจการด้านการกู้ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาชาติใช้ประโยชน์ โดยไม่มีส่วนใดกระทบกับความมั่นคง เพราะมีภารกิจชัดเจนในเรื่องของมนุษยธรรม ไม่ใช่ให้สหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวเข้ามาสำรวจพื้นที่ในประเทศไทย

                       เมื่อถามว่าจะมีการจับตามองเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาด้วยหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า หากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ยอมยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้นักโทษหนีคดีเข้าประเทศได้นั้น ย่อมต้องมีผลประโยชน์มหาศาลต่ออเมริกาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งตนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับทรัพยากรใต้ท้องทะเลที่บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับสามมารับสัมปทานขุดเจาะน้ำมัน และแก๊สอยู่ โดยในเรื่องของพลังงานนั้นเครือข่ายป้องกันปราบปรามการทุจริตของ จ.สงขลา ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้ยกเลิกสัมปทานเนื่องจากมีการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญและทุจริต โดยจะหาโจทก์ร่วมให้ได้ 1,000 คน เพื่อเพิ่มน้ำหนักในคดีด้วย และตนคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อให้มีการบอกเลิกสัมปทานบริษัทขุดเจาะน้ำมันที่กระทำผิดรัฐธรรมนูญ โดยอดีตทูตของประเทศอาเจนติน่าที่เคยบอกเลิกสัมปทานกับบริษัทน้ำมันมาแล้ว จะขึ้นเวทีเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านด้วย ซึ่งหากทำได้จะเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ราคาน้ำมันและแก๊สถูกลง

                       ทั้งนี้ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ดำเนินการเรื่องนี้ เป็นเพราะรัฐบาลควบคุมราคาแก๊สธรรมชาติให้เป็นธรรมกับคนไทย ด้วยการตรึงราคาเอ็นจีวีและแอลพีจี แต่ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายลอยตัวปล่อยให้ ปตท.แสวงประโยชน์จนประชาชนเดือดร้อนจากการขึ้นราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี ซึ่งจะทำให้ภายในสิ้นปีนี้คนไทยจะต้องจ่ายค่าแก๊สเพิ่ม 70 %

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวนายถาวร ได้นำแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมที่นาซ่าจะสำรวจมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ที่จะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศอย่างใหญ่หลวง