คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ความนิยมผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น นอกจากผู้บริโภคติดใจในรสชาติที่โดดเด่นและคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานแล้ว การทำประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในต่างแดนก็มีส่วนสำคัญในการเผยแพร่ผลไม้ไทยให้เป็นรู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำผลผลิตผลไม้ในภาคตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด สละและลองกอง ไปจัดแสดงในงานมหกรรม "Thai Fantastic Fruit in Vietnam 2012" ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ห้างเดอะการ์เด้น กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา
"เวียดนามเป็นตลาดที่ใกล้และระบายสินค้าได้มากพอสมควร การขนส่งก็ใช้เวลาไม่นาน และที่สำคัญผู้บริโภคชาวเวียดนาม แม้จะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน แต่เขายอมรับผลไม้ไทยคุณภาพดีกว่าผลไม้ของเขาในชนิดเดียวกัน เราคิดว่าจากจุดนี้เราพยายามทำซ้ำๆ ให้มีความต่อเนื่อง อย่างเช่น เงาะ บางทีเราบอกว่าสีเหลือง สีเขียวอร่อย แต่เวียดนามถ้าสีแดงต้องดีกว่า ถ้าเอาสีเหลืองสีเขียวมามันสูญเปล่า อย่างนี้เป็นต้น"
ศุภชัย บานพับทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย "คม ชัด ลึก" ในระหว่างเป็นประธานเปิดงานมหกรรม "Thai Fantastic Fruit in Vietnam 2012" พร้อมย้ำถึงนโยบายการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ว่า อยู่ภายใต้กรอบของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ซึ่งมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวกำหนด การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.การผลิต 2.การแปรรูป และ3.การตลาด ซึ่งทั้ง 3 ลักษณะในอดีตจะแยกกันทำ แต่จากนี้ไปจะมองในภาพรวมและทั้งระบบ
"การที่เรามาในงานวันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราพยายามศึกษาทั้งระบบ การเกษตรถ้ารู้แต่เรื่องการผลิตโดยไม่รู้ว่าการขนส่งยังไง ตลาดเป็นยังไง มันคงไปไม่รอด ผมมั่นใจในเรื่องการผลิต กระทรวงเกษตรฯ เราไปไกล คุณภาพผลผลิตผลไม้บ้านเราเหนือกว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน การมาครั้งนี้ถือเป็นการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปิดตลาดแล้วเราต้องทำซ้ำๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้นนั่นเอง" รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าวย้ำ
ขณะที่ พรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเสริมว่า การนำผลไม้มาจัดแสดงในงานมหกรรม "Thai Fantastic Fruit in Vietnam 2012" ณ กรุงฮานอยครั้งนี้ เนื่องจากฮานอยเหมาะที่จะเป็นศูนย์กระจายสินค้า เพราะเป็นจุดกึ่งกลางการขนส่งระหว่างไทย-จีน ที่สำคัญเวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะมีประชากรมากถึง 85 ล้านคน
"ผลไม้ที่นำไปจำหน่ายในงานเป็นการเบิกทางสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นที่สนใจในตลาดเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการของตลาดสูง โดยเฉพาะตลาดบน จึงจำเป็นที่ผลไม้ไทยจะต้องรักษาคุณภาพที่ดีเอาไว้ ผู้ประกอบการยังสามารถใช้ฮานอยเป็นศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังจีนได้ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ลดต้นทุนได้อีกจำนวนมาก"
แม้เวียดนามจะผลิตผลไม้ชนิดเดียวกับไทย แต่เนื่องจากเกษตรกรยังไม่มีระบบการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี ทำให้ผลผลิตต่อไร่มีน้อย คุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร ไม่มีการคัดเกรด ส่วนใหญ่จะขายในตลาดระดับล่าง ดังนั้นผลไม้ไทยจึงมีโอกาสมากในตลาดบน ซึ่งปีที่ผ่านมาไทยจำหน่ายผลไม้ที่ฮานอยได้ถึง 7 หมื่นตัน นอกจากนี้ฮานอยยังเป็นเส้นทางขนผ่านไปยังจีน เหมาะที่จะใช้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า จะเห็นว่าเวียดนามน่าจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
พรรณพิมลระบุอีกว่า จากการสังเกตถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อผลไม้ของชาวเวียดนามที่เกษตรกรไทยนำไปจำหน่ายและจัดแสดงโชว์ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด สละและลองกอง จะเห็นได้ว่า ชาวเวียดนามสนใจทุกชนิด โดยเฉพาะสละจำหน่ายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ในส่วนของนิทรรศการ ผลไม้ที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากชาวเวียดนามคือ สละ และลองกอง ที่ชาวเวียดนามเข้ามาถามไถ่มิขาดสาย พร้อมกับขอลองชิมรสชาติ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ให้รู้จักโดยการชิม จะทำให้พวกเขาประทับใจไม่ลืมในเรื่องรสชาติ เพราะผลไม้ไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพและรสชาติอยู่แล้ว
"นอกจากเวียดนามและจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักอยู่แล้ว ตอนนี้เรายังมองไปยังตลาดอินเดียและอินโดนีเซีย เราต้องการเจาะประเทศที่มีพลเมืองเยอะๆ ถ้าเขานิยมผลไม้ไทย เกษตรกรก็จะได้รับประโยชน์ การขนส่งก็สะดวก เพราะอยู่ใกล้บ้านเรา ค่าใช้จ่ายก็จะลดลง จึงอยากฝากพี่น้องเกษตรกร ถ้าผลิตสินค้าได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนดแล้วจะไม่มีปัญหาในเรื่องการตลาดเลย" อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรยืนยัน
ด้าน ณรงค์ ธีรจันทรางกูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี หนึ่งในคณะผู้ร่วมเดินไปดูงานครั้งนี้ ยอมรับว่า เวียดนามเป็นตลาดหลักของผลไม้เมืองจันท์มานานแล้ว ด้วยศักยภาพผลไม้เมืองจันท์เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ใครจะแข่งคงยาก แม้ผลไม้บางชนิดในเวียดนามจะมีอยู่แล้วอย่างเช่น เงาะ ทุเรียน พอรู้ว่าเป็นของที่มาจากเมืองไทยเขารีบมาซื้อหารับประทานของเรา ทั้งที่ราคาก็แพงกว่า
"คิดว่าปัจจัยหลักหลังวิเคราะห์จากปัจจัยหลายๆ ด้านแล้วก็สรุปว่า ในที่สุดผลไม้เขาสู้รสชาติของเราไม่ได้เลย ผมว่าสิ่งที่จำเป็นมากๆ ตอนนี้ก็คือคุณภาพของผลไม้ การไม่ปลอมปน อย่างทุเรียน มังคุดเมืองจันท์ปีนี้ก็ไม่พอขาย ตอนนี้อยู่ช่วงขาลงทุกตัวแล้ว ส่วนเงาะที่เป็นปัญหาตอนนี้ราคขยับขึ้นไปแล้ว กลางเดือนมิถุนายนผลไม้ทุกชนิดก็จะหมดไปจากตลาดแล้ว" รองผู้ว่าฯจันทบุรี เผยข้อมูลทิ้งท้าย
ส่วน ป้าบุญเรือน แข็งขัน เกษตรกรชาวสวนผลไม้เมืองจันท์ ซึ่งนำผลไม้จากสวนไปโรดโชว์ในครั้งนี้ด้วย บอกว่าเพิ่งมาฮานอยเป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจคนเวียดนามที่ชื่นชอบผลไม้ไทย แม้ผลไม้เกือบทุกตัวที่เราทำมา ในประเทศเวียดนามก็มีการปลูกและจำหน่ายด้วยเหมือนกัน แต่ว่ารสชาติสู้ของเราไม่ได้ การมาครั้งนี้ทำให้เกษตรชาวสวนผลไม้ได้เรียนรู้อะไรต่างๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการตลาด ซึ่งไม่ง่ายสำหรับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ หากหน่วยงานภาครัฐไม่เข้ามาช่วยเหลือดูแล
นับจากนี้ไปเวียดนามคงเป็นตลาดผลไม้ที่สำคัญของเกษตรกรไทย เนื่องจากผลไม้ไทยมีความหลากหลายในเรื่องของรสชาติ ทั้งยังมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ผลไม้มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภคอีกด้วย
----------
(หมายเหตุ : โฟกัส 'ฮานอย' ศูนย์กลางผลไม้ไทย ประตูสู่ 'จีน-อาเซียน' แห่งอนาคต : รายงานเกษตร : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)
----------