'สุกำพล'รับ'แม้ว'กังวลปฏิวัติ

“สุกำพล” กร้าว ให้รัฐบาลเด็ดขาด-จัดการขวากหนาม เปิดทางสภา แก้ รธน.ให้จบ เผย “ประยุทธ์” สายตรงโทร.เคลียร์ข่าวลือปฏิวัติ แต่เชื่อใจ “น้องตู่ ” ไม่ทำ ยอมรับ “ทักษิณ” กังวลปฏิวัติเหตุอยู่ไกลข้อมูลน้อย

              10มิ.ย.2555 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากที่มีกลุ่มคนเสื้อแดง-เสื้อเหลืองออกเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า จะต้องดำเนินการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้จบลงก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล กองทัพเพียงติดตามสถานการณ์ความมั่นคง เรื่องการเมืองกองทัพไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตนไม่เก่งในเรื่องการเมือง
 
              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า เรื่องการปรองดองของคนในชาติจะต้องดำเนินการต่อไปนี้ ซึ่งเรื่องการปรองดองทุกฝ่ายจะต้องยอมรับกัน เหมือนกับตนที่มาคุมกระทรวงกลาโหม ก็มีคนมองว่าเสร็จแน่เลยเมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งก็จะต้องมาย้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ไม่ได้ย้ายใครเลย เพราะมองว่าสิ่งที่ผ่านมาก็ต้องให้มันผ่านไปให้จบลงไป ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีใบสั่งหรือมีการส่งสัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีแต่การพูดกันไปมาเท่านั้นโดยเฉพาะสื่อ ทั่งนี้ตนสามารถย้ายได้ แต่ตนอยากถามว่าทำแล้วได้อะไรขึ้นมา
 
              เมื่อถามว่า ณ เวลานี้มั่นใจหรือไม่ว่าจะยังสามารถควบคุมกองทัพได้ 100 เปอร์เซ็นต์ในท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ โดยเฉพาะการปฏิวัติ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องปฏิวัติตนอยากถามว่าใครอยากปฏิวัติ เพราะมันทำกันไม่ได้ง่าย ๆ แต่คนที่ให้ตนมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมั่นใจว่าตนสามารถควบคุมกองทัพได้ ดังนั้นก็จะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดความมั่นใจของคนที่มาให้ทำงานในหน้าที่นี้
 
              “ผู้บัญชาการทหารบก ได้โทรศัพท์มาพูดคุย และบอกว่าพี่ (พล.อ.อ.สุกำพล) ตอนนี้มีข่าวลือเยอะเหลือเกิน ว่าทหารจะปฏิวัติ หรือ เตรียมการที่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในใจผม (พล.อ.ประยุทธ์) ไม่มีอย่างข่าวที่ลือกัน  ซึ่งผมก็เข้าใจกันไม่ได้มีอะไรกัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ผมไม่เคยถาม ผบ.เหล่าทัพ เกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้นเลย ตอนนี้ ผบ.เหล่าทัพ โทรมาหาและรายงานให้ทราบเอง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าผมสงสัยอะไรกับเหตุการณ์ปฏิวัติก็ให้โทรมาถาม แต่ผมบอกว่าจะโทรไปทำไมในเมื่อไม่มีอะไร ” พล.อ.อ.สุกำพล ระบุ
 
              เมื่อถามว่า ได้มีการเสนออะไรกับพรรคเพื่อไทยกับสถานการณ์ที่ล่อแหลมแบบนี้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเขารู้หมดสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อเวลาประชุมพรรคมีอะไรหรือขาดอะไร เมื่อตนรู้ก็เสริมให้เท่านั้น เราอย่าไปไกลกว่าเขา เพราะเราไม่เก่งพอ เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจผู้บัญชาการทหารบกคนนี้อย่างไร ว่าจะไม่ทำปฏิวัติ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เขาไม่ทำหรอก ถ้าทำเขาจะทำเพราะอะไร พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดว่าทำแล้วจะได้อะไร จะทำเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วถามว่าใครจะขึ้นมาบริหารประเทศ หรือจะให้พรรคประชาธิปัตย์มาบริหาร
 
              “ผมว่าทหารไม่เอาอยู่แล้ว  เพราะทั่วโลกเขาเอาตาย เมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะให้ใครมาเป็นมาบริหารประเทศ ปัจจุบันมีอยู่แค่ 2 ขั้วการเมืองเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็เห็นกันแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร ต้องไปดูว่าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ เคยทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์มา สมัยที่เป็นรัฐบาล  ซึ่งผมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เรียนก็เก่ง และ เป็นหัวหน้าตอน และสอบได้ที่ 1 ที่สำคัญเป็นหัวหน้าชั้น เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นคนที่มีความคิดอะไรหลาย ๆ อย่าง ดังนั้นเมื่ออยู่ด้วยกันก็จะไปด้วยกัน เมื่อครั้งที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก และไม่ได้เป็นคนสั่งการอะไรโดยตรง เพียงแต่คนที่เป็นนายเท่านั้นที่เป็นคนสั่งการ แต่เมื่อวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งแล้วจึงรู้ว่าอะไรควรเป็นอย่างไรกับสถานการณ์บ้านเมือง” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
 
              พล.อ.สุกำพล กล่าวอีกว่า เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้แล้ว และพรรคเพื่อไทยก็ชนะการเลือกตั้งมาอย่างตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบก จึงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับไปทางพรรคประชาธิปัตย์หรือ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคนเก่ามันไม่เข้าท่าแล้ว และคนไม่เอาแล้ว ยังจะกลับไปอีกหรือ ดังนั้นจะต้องกลับมาช่วยรัฐบาลชุดนี้ ตอนนี้มีคนด่าผู้บัญชาการทหารบกเละเหมือนกับมองว่าเขาเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่เพียงว่าหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารบกเป็นแบบนี้ จะให้ทำอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ผู้บัญชาการทหารบก รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ควรทำอย่างไร ต้องเปรียบเทียบให้เห็นว่า เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนั้นกับตอนนี้เป็นอย่างไร เราไม่ได้ไปสั่งแบบไม่เข้าท่าเข้าทาง เราไม่ได้ไปอะไรมาก เพียงแต่เรารู้หน้าที่ซึ่งกันและกัน
 
              “มีคนมองว่าผมกับผู้บัญชาการทหารบกจะฟาดฟันกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มี เพียงแต่เราอยู่ด้วยกันจะต้องพูดจากันให้รู้เรื่อง ถ้าพี่คุยกับตู่รู้เรื่อง หรือตู่กับพี่รู้เรื่องทุกอย่างก็จบไม่มีปัญหาอะไร ทหารเขาคุยกันแค่นี้แหละ ที่ผ่านมาผู้บัญชาการทหารบกยืนยันกับผมว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของทหาร มีคนพูดอย่างนั้นอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย อย่าไปตื่นตูมเรื่องนี้ เขาลืออะไรกันหน่อยก็ไปเชื่อกันหมด เรื่องการทำปฏิวัติใคร ๆ ก็รู้มันไม่มีความลับอะไร เพราะการเคลื่อนไหวมันจะต้องรู้ การปฏิวัติแล้วจะให้ฝ่ายการเมืองเขาทำอะไร จะให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลหรือ”
 
              เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจะต้องสภาเท่านั้นใช่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า จะต้องแก้ไขด้วยสภาอย่างเดียว ทหารแก้ไขไม่ได้หรอก การปฏิวัติแค่ทหารเปลี่ยนจากขั้วนั้นมาเป็นขั้วนี้ หรือ ขั้วนี้เป็นขั้วนั้น หรือไม่ทหารก็เอาเอง มันมีอยู่แค่นั้น มีช้อยส์อยู่แค่นี้ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระแวงกับเหตุการณ์ปฏิวัติอยู่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ไกล ข้อมูลที่จะรับรู้เรื่องปฏิวัติน้อยมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะต้องฟังข้อมูลจากทางนี้  เมื่อเราให้ความมั่นใจทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็สบายใจ ทั้งนี้ตนยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้าง เพราะเขาก็ไม่สบายใจกับสถานการณ์บ้านเมือง

 

"วรวัจน์"ปัดคุย"ปู"หาทางออกลงมติรธน.วาระ3 

               ที่พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ได้หารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่าเกี่ยวกับทางออกการลงมติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ3 อย่างไรว่า ได้แต่รายงานถึงสถานการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและรายงานถึงความเคลื่อนไหวในกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าใครทำอะไรอย่างไร อัยการทำอะไร ส่วนเรื่องการพิจารณาโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา291 วาระ 3 ยังไม่ได้พูดถึง  โดยนายกฯมอบหมายให้ตนในฐานะตัวแทน ครม. ไปคุยกับวิปรัฐบาลและประธานรัฐสภา เป็นหน้าที่ของ 3 ฝ่ายต้องไปคุยกัน แต่จะมีข้อยุติหรือหาทางออกกันอย่างไร เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาฯที่จะดำเนินการ


              ขณะที่ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช.กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาฯ วันที่ 12 มิ.ย. การประชุมสภาฯวันที่ 13-14 มิ.ย. นปช.ยังไม่มีมติให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุม เพราะยังไม่มีเงื่อนไขอะไร จุดยืนเราชัดเจน ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย นปช.สนับสนุนแนวทางการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติทำตามถูกต้องทุกอย่าง



"สุริยะใส"เชื่อรัฐบาลปะทะศาลรธน.แค่ยกแรก


              นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวว่า คิดว่าความขัดแย้งระหว่างสภาฯ โดยพรรคเพื่อไทย กับศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ เพราะพรรคเพื่อไทยพยายามใช้เสียงข้างมากในสภาฯ ทำทุกวิถีทางในการสถาปนาอำนาจเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง จึงพยายามที่จะขัดขืนคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ชะลอการลงมติ ในวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังใช้มวลชนเสื้อแดงซึ่งเป็นมวลชนของพรรคทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญสารพัดวิธี
   
              นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทย เล่นเกมยื้อไม่ลงมติวาระ 3 ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่อาจจะลงมติในที่ประชุมนัดพิเศษวันจันทร์นี้ หรือหากว่าที่ประชุมรัฐสภายอมถอยรับคำสั่งศาลแต่ก็แค่ยอมในยกแรก พอถึงขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญเชื่อแน่ว่าจะมีการลดทอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญหรือออกแบบให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้มากขึ้น มีประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตในขณะนี้การปลุกกระแสไม่รับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย และ นปช.ลุกลามไปถึงขั้นการท้าทายอำนาจตุลาการทั้งระบบ