ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 14 หรือ "ยูโร 2012" คืนวันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน ซึ่งนับเป็นวันแรก เป็นการเปิดสนาม กลุ่ม เอ ของ โปแลนด์ "เจ้าภาพร่วม" ซึ่งคอลูกหนังชาวไทยได้ชมถ่ายทอดสดผ่าน ฟรีทีวี ได้เช่นเดิม ไม่ว่าจะป็นจากเสาอากาศหนวดกุ้งแบบดั้งเดิม หรือผ่านกล่องจีเอ็เอ็ม แซท
กลุ่ม เอ
โปแลนด์ - กรีซ
ถ่ายทอดสด 22.30 น. ช่อง 3, 9
สนาม : กีฬาแห่งชาติวอร์ซอ
เทียบฟอร์ม
ทั้งคู่เคยพบกัน 6 ครั้ง ในเกมกระชับมิตรล้วน โดยโปแลนด์ สถิติดีกว่าเมื่อยังไร้พ่าย ชนะ 4 เสมอ 2 และเสียประตูให้กรีซ เพียงประตูเดียว โดยเกมเหย้า 3 ครั้งชนะรวด ส่วนเกมเยือน 3 ครั้ง ชนะ 1 เสมอ 2
ขณะที่ผลงาน 5 เกมหลังสุด รวมทุกรายการ "โปลสกา" ก็ดีกว่ามาก เมื่อไร้พ่าย ชนะ 4 เสมอ 1 และเสียเพียงประตูเดียว โดยเฉพาะ 3 เกมหลังสุด ชนะเกมศูนย์ล้วนๆ ส่วน กรีซ ชนะเกมเดียว จาก 450 นาทีล่าสุด รวมทุกรายการ แถมเสียประตูถึง 4 ใน 5 เกม
สำหรับผู้เล่นทีเด็ดของทั้งคู่ ทัพโปล ของ ฟรานซิสเซค สมูดา แน่นอนว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี จะเป็นหัวหอกทะลุทะลวง ผลงานกับ 67 นัด 30 ประตู กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดับเบิลแชมป์บุนเดสลีกา-เดเอฟเบ โพคาล เยอรมนี มีเท่าไรต้องใส่มาให้หมด ขณะที่ วอยเซียก เชซนีย์ ผู้รักษาประตู ก็เริ่มเก่งขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในแคมป์ซ้อมโปแลนด์นั้น สื่อยุโรปถึงกับออกปากชมกันถ้วนหน้า
ด้าน "เทพนิยาย" กรีซ ของเฟอร์นันโด ซานโตส ต้องพึ่ง จอร์จอส ซามาราส กองหน้าจากเซลติก แชมป์สกอตติชพรีเมียร์ลีก ที่กำลังฟอร์มร้อน โดยเฉพาะในรอบคัดเลือก เขายิงประตูช่วยทีมได้หลายครั้ง ในแนวรับ คิริยากอส ปาปาโดปูลอส ที่โดดเด่นกับชาลเก้ ในบุนเดสลีกา เยอรมนี อย่างมาก อีกทั้งแม้อาชีพหลักจะเป็นเซน็เตอร์แบ็ก แต่ก็ยังเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้ด้วย
ทัศนะ
ด้วยความเป็นเจ้าภาพ ด้วยความกระหาย 3 แต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เชื่อว่าความมุ่งมั่นของโปแลนด์ จะเล่นเกมบุก จนทำให้เกมเปิดและได้ประตูทั้งคู่ แต่ไม่น่าจะมีผู้ชนะ
ผลที่คาด เสมอ 1-1
รัสเซีย - เช็ก
ถ่ายทอดสด 01.15 น. ช่อง 3
สนาม : มุนนิซิปัล, วรอคสลาฟ
เทียบฟอร์ม
ทั้งคู่เจอกันเพียงครั้งเดียว และเป็นรอบแรกในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 10 หรือ "ยูโร 1996" โดยเสมอกัน 3-3 ซึ่งในท้ายที่สุดเช็กได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนพ่าย เยอรมนี ด้วยกฎซัดเดนเดธ
ขณะที่ผลงาน 5 เกมหลังสุด รวมทุกรายการ ลูกทีมของ ดิก แอดโวคาท ยังไร้พ่าย ชนะ 2 เสมอ 3 อีกทั้งเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น อีกทั้งการเลือกทีมอุ่นแข้งใน 5 เกมดังกล่าวเป็นการเลือกทีมในยูโร 2012 รอบสุดท้ายถึง 3 ทีม (อิตาลี, เดนมาร์ก, กรีซ) และ อุรุกวัย แชมป์อเมริกาใต้ มีเพียง ลิทัวเนีย ทีมเดียว ที่มาตรฐานต่ำกว่า ส่วนลูกทีมของ มิชาล บิเลค ชนะ 3 เกมจาก 450 นาที และเสมอ กับแพ้ อีกอย่างละครั้ง แต่ 3 เกมอุ่นแข้งหลังสุด เสียประตูทุกเกม
สำหรับผู้เล่นทีเด็ดของทั้งคู่ รัสเซีย น่าจะมีทีมเวิร์กที่ดี แต่ต้องแลกกับสภาพร่างกายเพราะใช้ตัวเก๋าเกือบยกชุด ซึ่งหลายคนไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล อาทิ อังเดร อาร์ชาวิน ขณะที่ เช็ก มีจุดเด่นอยู่ที่เกมรับโดยเฉพาะ ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตู ที่เขามีส่วนช่วยให้เชลซี ต้นสังกัดได้ดับเบิลแชมป์เอฟเอ คัพ อังกฤษ-สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เช่นเดียวกับ มิชาล คาดเลช ที่โดดเด่นมากในการเติมเกมริมเส้นให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ต้นสังกัดในบุนเดสลีกา เยอรมนี เช่นเดียวกับในทีมชาติที่ยิงให้ทีมไปแล้วถึง 8 ประตู โดยตั้งแต่เดือนกันยายน ปีก่อน ยิงต่อเนื่องมาตลอด 6 เกม
ทัศนะ
มองแล้วรัสเซีย หากไม่ขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรกจะลำบาก ผู้เล่นไม่น่าจะยืนระยะในช่วงท้ายเกมได้ดีกว่าเช็ก อีกทั้งเช็กเกมรับแน่น คอยสวนกลับโอกาสที่เช็กจะได้ 3 แต้มแรกจากเกมแรก มีสูงกว่า
ผลที่คาด เช็ก ชนะ 1-0
----------
(หมายเหตุ : โปลน่าเจ๊า-เช็กทีเด็ด : วิจารณ์ยูโร 2012 : โดย ... แม็กซ์ บึงสนั่น)
----------