ราวปี 2538 คนไทยจำนวนไม่น้อยรู้จัก "หาญ รักษาจิตร์" หรือ "เณรแอ" จอมขมังเวทย์ เขาถูกจับหลังก่อคดีย่างศพทารกเพื่อปลุกเสก "กุมารทอง" ที่วัดหนองระกำ จ.สระบุรี
17 ปีผ่านมา ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับ "เณรแอ" อีกครั้ง นั่นคือ "โจว ฮอง ฮุน" หนุ่มไต้หวันวัย 28 ปี ผู้ซึ่งตลาดค้าของขลังในไต้หวันยกให้อยู่ในระดับ "เซียน" เขาเดินทางเข้าออกไทยและเขมร จนกระทั่งถูกตำรวจจับข้อหาครอบครองซากทารกที่ผ่านพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทองแล้วถึง 6 ซาก
ตำรวจหนึ่งในทีมจับกุมจอมขมังเวทย์ทั้งสองราย มีนายตำรวจที่ชื่อว่า " วิวัฒน์ คำชำนาญ" หรือ "พี่ตุ้ม" ของบรรดากระจอกข่าวสายตำรวจร่วมอยู่ด้วยทั้งสองครั้ สมัยจับกุม "เณรแอ" "พี่ตุ้ม" ยังติดยศ "ร.ต.อ." ครองตำแหน่งรองสารวัตรแห่ง สภ.เมืองสระบุรี แต่มา พ.ศ.นี้ "พี่ตุ้ม" เจริญก้าวหน้าในอาชีพตำรวจ ติดยศ "พ.ต.อ." ครองตำแหน่งผู้กำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ผกก.กก.ดส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล
การจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับแวดวงไสยศาสตร์มนต์ดำทั้งสองคดี กระจอกข่าวขอแซงหน้าบรรดาสมาคมหรือชมรมนักข่าว รวมถึงบรรดาพี่ๆ สื่อมวลชนประจำกรมปทุมวัน และพี่ๆ นักข่าวประจำวังปารุสกวัน ยกฉายา "มือปราบกุมารทอง" ให้ก่อน เพราะชั่วโมงนี้มองไม่เห็นว่ามีใครจะเหมาะสมเท่า...(อิอิ)
กระจอกข่าวมีโอกาสได้สนทนากับ "พี่ตุ้ม" ถึงการทำงานคลี่คลายคดีทั้งสองคดี นายตำรวจหนุ่มมาดนุ่มผู้นี้ บอกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า เป็นการใช้ประสบการณ์จากการทำคดี "เณรแอ" มาเทียบเคียงกับคดีของ "โจว ฮอง ฮุน"
หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านในย่านเยาวราชว่าได้ยินเสียงเด็กร้องคล้ายกับถูกทำร้ายหลุดลอดมาจากห้องพักของชาวไต้หวันรายนี้ก็เข้าไปตรวจสอบครั้งแรกไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มีบางสิ่งบางอย่างทำให้สังหรณ์ใจว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติจะซ้ำรอย "คดีเณรแอ" หรือไม่ (ฮา) จึงพยายามขยายผลต่อกระทั่งทราบว่า "โจว ฮอง ฮุน" ย้ายห้องพักไปอยู่โรงแรมอีกแห่งซึ่งไม่ห่างจากจุดเดิมมากนัก และเมื่อเข้าค้นห้องก็พบ "กุมารทอง" จริงๆ
ใครจะเชื่อเรื่องราวไสยศาสตร์หรือไม่...ก็ว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ "พี่ตุ้ม" ยืนยันกับกระจอกข่าวว่า ธุรกิจค้าขายเครื่องรางของขลังในต่างประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์ กว้างขวางมาก เพราะผู้คนในประเทศเหล่านี้ยังคงเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ และหากสิ่งใดที่ผ่านพิธีปลุกเสกในไทยจะมีราคาค่างวดสูงมาก
"กุมารทอง" เป็นผลิตภัณฑ์ทางไสยเวทอย่างหนึ่ง กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ซึ่งคงต้องปราบปรามกันต่อไป เนื่องจากกฎหมายไทยระบุไว้อย่างชัดเจนห้ามไม่ให้มีการค้าซากศพ ใครฝ่าฝืนก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี!!
บรรดาอาจารย์ทางไสยเวทแต่ละสำนัก ระวัง "มือปราบกุมารทอง" ให้ดี เลิกได้ก็เลิกเสีย เดี๋ยวจะได้ระเห็จเข้าคุกเข้าตะราง..เหมือน "เณรแอ" (อิอิ)