วัยรุ่น-ออนไลน์-อ่อนไหว

วัยรุ่น-ออนไลน์-อ่อนไหว : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์

          เห็นคอนเสิร์ต เลดี้กาก้า ที่แสดงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็นึกถึงเพลง  The Queen  ของเจ้าหล่อนในท่อนที่ว่า “ Don’t forget me when I come crying to heaven door”  ที่หยิบยกเพลงท่อนนี้ขึ้นมา ก็เพราะนึกถึงกรณีคดีของเด็กชาย ชาวอเมริกัน วัย 14  ปี  ที่โพสต์เพลงนี้ในบล็อกส่วนตัวก่อนจะฆ่าตัวตาย

          โดยเรื่องราวการตัดสินใจฆ่าตัวตายของ ด.ช.เจมี่ เริ่มต้นจากถูกโจมตีและล้อเลียน โดยกลุ่มเพื่อนนักเรียนบน โลกออนไลน์ ซึ่งมักโพสต์ข้อความผ่านบล็อกส่วนตัว ทั้งประณามและป่าวประกาศว่า เขาเป็นเกย์ และมักถูกกลั่น แกล้ง กดดัน หรือถูกกระทำจนรู้สึกว่า ตนเองไร้คุณค่า

          ขณะที่ ด.ช.เจมี่ เคยโพสต์ข้อความไว้ว่า 'ฉันพยายามบอกว่าฉันถูกกระทำรังแกยังไง แต่ไม่มีใครฟังฉันเลย จะมีใคร สักคน ที่ฟังฉันบ้างมั้ย?' และก่อนหน้าที่เขาจะตัดสินใจฆ่าตัวตายได้โพสต์ข้อความว่า 'ที่โรงเรียน ไม่มีใครสนใจว่า คนอื่นจะเป็นจะตายอย่างไร ทุกคนยังเรียกฉันว่า เกย์ และยังทำให้ฉันร้องไห้'

          กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กชาย เจมี่ เป็นเหตุการณ์ที่กำลังระบาดในสังคมออนไลน์ของกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมในไทย เช่นเดียวกัน  ซึ่งมักจะใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ FB ที่เป็นของกลุ่ม โจมตีเพื่อนที่ตนเอง รู้สึกว่า ไม่อยากให้เข้าพวก

          การรังแกกันผ่านโลกออนไลน์ นี้ มีศัพท์เฉพาะ ที่เรียกว่า  ไซเบอร์ บูลลี่ (Cyber-bullying) ซึ่งเป็นการรังแก กันเอง ระหว่างเด็กด้วยกันเอง และทำอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งการโพสต์ถ้อยคำ โพสต์รูปภาพ ข้อความไม่จริง ด่าทอ ให้ร้ายกัน หรือลบเพื่อนกลุ่มเดียวกันออกไป 

          สำหรับผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง อาจคิดว่าเรื่องเหล่านี้ เดี๋ยวก็จะผ่านไปเป็นแค่การทะเลาะกันของเด็ก แต่เด็กวัยรุ่นที่ “มีจริต และความอายอยู่สูง เรื่องเพื่อน การยอมรับในสังคมเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่สุด” จะรู้สึก เจ็บปวด โดยผลกระทบขั้นต้น ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัว ขั้นต่อไป ก็อยากหนีหาย หรือรุกขึ้นตอบโต้ เหมือนกรณีของเด็กชายเจมี่  หรือ เด็กหญิงนัทสึมิ ซึจิ ที่ใช้คัตเตอร์ปาดคอและกรีดหลังมือเพื่อนร่วมชั้น ด้วยสาเหตุที่ว่าถูกเพื่อนร่วมชั้นคนดังกล่าวโพสต์ข้อความในบล็อกส่วนตัวเชิงดูหมิ่นเธอ

          สำหรับประเทศไทย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยข้อมูล อันเป็นผลจากการวิจัย ระบุว่า จาก สถานการณ์สมมุติร้อยละ 44.1  ผู้ปกครองที่มีลูกสื่อสารกับเพื่อนทางโซเชียลออนไลน์ ไม่ทราบว่าการส่งข้อความเหยียดหยามหรือข่มขู่ เป็นความรุนแรงที่กระทำกันในโลกออนไลน์ และส่วนใหญ่ช่วงที่ พีคสูงสุดของการรังแกกัน มักเกิดขึ้นใน ระหว่างช่วง 18.00 -20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด

          และที่สำคัญผู้ปกครองร้อยละ 21.3-33.1 ไม่รู้ว่าลูก หลานตนเอง ถูกรังแกผ่านโลก ออนไลน์ที่อาจจะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในต่างประเทศหรือไม่ อีกด้วย !!!!
.............................
(หมายเหตุ วัยรุ่น-ออนไลน์-อ่อนไหว : คอลัมน์ เกรียนติดจอ โดย... โศภิณ เงินสวัสดิ์)