'เสื้อแดงถูกหลอกรอบสอง'

'เสื้อแดงถูกหลอกรอบสอง' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

              ชัดเจนแล้วจะมี "ร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...." เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน เพราะนอกจาก "ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง" ที่เสนอโดย "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ ยังมีอีก 3 ร่างที่เสนอโดย "ส.ส.พรรคเพื่อไทย"
 
               สำหรับร่าง พรบ.ปรองดอง อีก 3 ฉบับ เสนอโดย "สามารถ แก้วมีชัย" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย, "นิยม วรปัญญา" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และร่างของ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วย ส.ส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย
 
               ซึ่งทั้ง 4 ร่าง จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระแรกในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้!
 
               ขณะที่ "พรรคร่วมรัฐบาล" ก็มีมติสนับสนุนร่างพรบ.ปรองดอง โดยเฉพาะ "พรรคชาติไทยพัฒนา" แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีส.ส.ในพรรคก็ออกมาให้สัมภาษณ์ไม่รู้มีการนำลายเซ็นไปร่วมสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ปรองดอง
 
               เรื่องนี้ "เสธ.หนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุไม่ได้ร่วมลงชื่อและไม่ทราบรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ดังกล่าว ช่วงแรกดูเหมือนพรรคชาติไทยพัฒนาจะวุ่นวาย เพราะถูกนำลายเซ็นชื่อไปใช้โดยไม่ได้บอกรายละเอียด สุดท้ายก็เกิดคำถามว่า "บิ๊กบัง" นำเอกสารเหล่านั้นไปได้อย่างไร ถ้าไม่มี "ผู้ใหญ่" ในพรรคชาติไทยพัฒนาไฟเขียว
 
               เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อหา "ร่างพรบ.ปรองดอง" เป็นการ "นิรโทษ" ให้นักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิจากคดียุบพรรคได้รับการคืนสิทธิ มี ส.ส.ชาติไทยพัฒนา 2 คน คือ "ภราดร ปริศนานันทกุล-กรวีร์ ปริศนานันทกุล" ที่มี "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" ผู้เป็นพ่อซึ่งยังถูกตัดสิทธิอยู่บ้านเลขที่ 109 อีก 1 ปี จึงจะพ้นโทษ การลงชื่อของลูกชายจะเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างผู้มีหน้าที่ต้องรับรองกับตัวบุคคลที่จะได้ประโยชน์หรือไม่
 
               ปัญหาภายใน "พรรคชาติไทยพัฒนา" จบลงทันทีที่ "บรรหาร ศิลปอาชา" ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ประกาศยืนยันว่า "พรรค" จะไม่ถอนชื่ออย่างแน่นอน และได้ชี้แจง "เสธ.หนั่น" ให้เข้าใจเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเนื้อหาของร่าง พรบ.ปรองดอง จะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศ
 
               นอกจาก "บิ๊กบัง" แล้ว ขณะนี้สังคมกำลังมองว่า "พรรคชาติไทยพัฒนา" กล้าลุยขนาดยอมเสี่ยงคดียุบพรรคอีกรอบ เพราะอะไร มีคำถามว่าร่างพรบ.ปรองดอง ทั้ง 8 มาตรา เนื้อหาเน้นผลประโยชน์ของชาติหรือผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
 
               และเมื่อตรวจสอบรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนาส่วนใหญ่เป็นคนนอก มีเพียง "หัวหน้าพรรค" ชุมพล ศิลปอาชา เท่านั้นที่ต้นทุนทางสังคมสูง
 
               แต่ไม่ว่า "พรรคชาติไทยพัฒนา" จะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะนี้จุดสนใจพุ่งไปอยู่ที่ "ทักษิณ ชินวัตร" และ "พรรคเพื่อไทย"
 
               และเชื่อว่าลึกๆ แล้วกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง และพรรคการเมืองได้ประโยชน์จาก "ร่างพรบ.ปรองดอง" โดยกระจายผลประโยชน์กันไป แต่ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคงไม่พ้น "ทักษิณ" เพราะถ้าร่างพรบ.ปรองดองมีผลบังคับใช้ "ทักษิณ" จะหลุดจาก "คดีความ"และได้คืนเงินกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท
 
               ถ้าถามใจ "ส.ส." หลายคนไม่อยากให้ร่างพรบ.ปรองดอง เข้าสภา เพราะเชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะสร้างเงื่อนไขให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ส.ส.หลายคนยังอยากอยู่ในอำนาจการเมืองต่อ แต่เมื่อเป็นความต้องการของ "นายใหญ่" ก็ไม่มีใครกล้าขัด ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลถ้าไม่สนับสนุนก็คงรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
 
               เพราะหลังวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ "พรรคเพื่อไทย" มีตัวเลือกอยู่ในมือจำนวนมาก
 
               ดังนั้น การพิจารณา "ร่างพรบ.ปรองดอง" ในสภาปลายสัปดาห์นี้ "รัฐบาล" มองข้ามกลุ่มการเมืองที่จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็น "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย-กลุ่มเสื้อหลากสี-สยามสามัคคี-แฟนพันธุ์แท้พรรคประชาธิปัตย์" เพราะการเคลื่อนของกลุ่มเหล่านี้ไม่เป็นหนึ่งเดียว เห็นได้จาก "สนธิ ลิ้มทองกุล" ปราศรัยบนเวทีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เจาะยางทุกกลุ่มที่เคยเป็น "พันธมิตรทางการเมือง"
 
               หากการเคลื่อนร่าง พรบ.ปรองดอง กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ร่วมมือกันก็ยากที่จะเกิดแรงกระเพื่อมเหมือนสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 
 
               จุดนี้เองทำให้รัฐบาลค่อนข้างมั่นใจการผ่านร่างพรบ.ปรองดอง ในสภาผู้แทนราษฎร จะผ่านโดยไร้ปัญหา
 
               ขณะที่ "นอกสภา" มีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ หากเกิดปัญหารัฐบาลไม่จำเป็นต้องออกหน้าเอง เพราะมีมวลชนเป็นกองหนุนให้อยู่ หากเปรียบเทียบ "ทุน-คน" พรรคเพื่อไทยมีสายป่านเกินร้อย บาดเจ็บล้มตายระหว่างทำหน้าที่ก็มีเงินเยียวยาให้
 
               จะเห็นว่าคำพูดของ "ทักษิณ" ทอดทิ้งคนเสื้อแดง แต่ "แกนนำคนเสื้อแดง" ยังเห็นความจำเป็นที่ต้องมีคนเสื้อแดงเป็นกองหนุนโดยเปรียบ "คนเสื้อแดง" เป็นพื้นที่หัวใจต้องให้ความสำคัญ
 
               แกนนำคนเสื้อแดงจึงต้องเจรจากับ "ทักษิณ" ถึงความจำเป็นต้องประกบร่างพรบ.ปรองดองของส.ส.เสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ให้เข้าสู่การพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยตัดร่างที่เกี่ยวกับการนิรโทษคดีก่อการร้ายทิ้ง เพราะต้องการให้มีการดำเนินคดีกับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-สุเทพ เทือกสุบรรณ-แกนนำพันธมิตร" ซึ่งเป็นความต้องการของคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ให้ดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ
 
               ดังนั้น ร่างพรบ.ปรองดอง ทั้ง 4 ร่างจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาปลายสัปดาห์นี้ วาระแรกทั้ง 4 ร่างจะเข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด แต่เมื่อเข้าสู่วาระที่ 2 เชื่อว่า "ส.ส.คนเสื้อแดง" จะโหวตไม่นิรโทษคดีก่อการร้าย
 
               แต่สุดท้ายเชื่อว่าร่างพรบ.ปรองดองของ "บิ๊กบัง" จะเป็นร่างจริงที่ใช้ในการพิจารณาเป็นหลัก ส่วนร่างอื่นจะมีเสียงอ้างตามมาว่า "เสียงส.ส." สนับสนุนน้อยจึงโหวตแพ้ร่างของ "บิ๊กบัง" ดังนั้น หากส.ส.คนเสื้อแดงจะอ้างว่าเสียงในสภาน้อยโหวตไม่ชนะก็คงทำให้คนเสื้อแดงบางคนพอรับฟังได้
 
               ทว่า คงมีเสื้อแดงปัญญาชนคนส่วนใหญ่น่าจะจับไต๋ได้ว่า "เสื้อแดงถูกหลอกรอบสอง" อีกแล้ว !

............

(หมายเหตุ : 'เสื้อแดงถูกหลอกรอบสอง' : ขยายปมร้อน/สมถวิล เทพสวัสดิ์)