การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2555

ปรากฏการณ์'เลดี้ กาก้า'

ปรากฏการณ์'เลดี้ กาก้า' : บทบรรณาธิการประจำวันที่30พ.ค.2555

              ผลพวงจากคอนเสิร์ตนักร้องดังระดับโลกอย่าง "เลดี้ กาก้า" ทำให้ประเทศไทยต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง อย่างน้อยที่สุดแฟนคลับของนักร้องสาวที่มีกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก ก็คงรับรู้การโพสต์ข้อความที่ว่า อยากซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ปลอมในบ้านเรา จะเป็นการเขียนด้วยอารมณ์สนุก จงใจหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาเราถูกจับตามองจากประเทศสหรัฐอเมริกาและทางยุโรปอยู่แล้ว เนื่องด้วยปัญหาการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยังไม่เด็ดขาดและกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแต่บ้านเราเท่านั้นในเอเชียหลายประเทศก็เกิดปัญหาแบบเดียวกันนี้เช่นกัน

               กรณีนางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ทำหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เรื่องที่นักร้องดังโพสต์ข้อความให้เกิดความเสียหาย ถือว่าเป็นหน้าที่และต้องทำในทันที เนื้อความหนังสือดังกล่าวต้องบอกว่าตอบโต้ได้อย่างเข้มข้น ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพราะ "เลดี้ กาก้า" เองเป็นนักร้อง เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาในเพลงของตัวเอง แต่กลับเป็นแบบอย่างในการซื้อสินค้าปลอมและละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐเองด้วย ขณะที่สหรัฐก็พยายามกดดันให้ประเทศไทยปราบปรามมาโดยตลอด แต่คนของตัวเองกลับทำเป็นแบบอย่าง มีค่านิยมการใช้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และทิ้งท้ายให้สหรัฐเตือนคนของตัวเองที่มีพฤติกรรมอย่างนี้

               แม้จะเป็นหน้าที่ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาต้องแจ้งเตือนเรื่องดังกล่าว แต่ในความเป็นจริงการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าในบ้านเรา ก็ยังเป็นไปอย่างกว้างขวาง สินค้าแบรนด์เนมดังๆ ถูกลอกเลียนแบบ และนำมาวางขายกันเกลื่อนแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ดังๆ กลายเป็นจุดวางขายให้ฝรั่งต่างชาติมาเลือกซื้อ จนถึงขณะนี้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กำลังถูกโจษขานอยู่ในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ด่านชายแดนมีสินค้าผิดกฎหมายวางขายจำนวนมาก โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้าไปปราบปรามจับกุมอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่มีคณะกรรมการปราบปรามการละเมิดสิทธิทางปัญญาทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
             
               นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เองก็ออกมายอมรับว่า การปลอมแปลงเครื่องหมายการค้ากำลังระบาดอย่างหนัก กรณีการโพสต์ข้อความของนักร้องสาวดังระดับโลก ไม่ได้ทำให้เกิดการตื่นตัวออกกวาดล้างแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมีเพียงกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ออกมาโต้ตอบ ในขณะที่ฝ่ายจับกุมกลับนิ่งเฉย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ขยิบตาให้สินค้าปลอมเหล่านี้ขายกันได้อย่างเสรี ไม่ต้องถามว่าขายอยู่ที่ไหนแล้วจะไปจับกุมเพราะถ้าคนต่างชาติรู้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยหาไม่เจอล่ะก็ รัฐบาลคงต้องทบทวนบทบาทและลงโทษข้าราชการที่รักษากฎหมาย อย่ามีไว้เพียงเพื่อเรียกหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองแบบที่เห็นๆ กันอยู่ แล้วก็ให้ต่างชาติมาตบหน้าแบบนี้