พลังอำนาจของตำรวจ

พลังอำนาจของตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข

               "ร่วมกันผนึกกำลังเป็นเสียงของประชาชนในการตีฆ้องร้องป่าวเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอิสระจากการถูกราหูอม" ดิฉันชักชวนผู้เข้าร่วมสัมมนาให้ร่วมแรงร่วมใจส่งเสริมพลังอำนาจของตำรวจในการปฏิบัติงานอย่างอิสระเต็มศักยภาพ พร้อมแสดงภาพการร่วมกันตีฆ้องร้องป่าวจนกระทั่งราหูยอมคายสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมา
 
               ด้วยความหวังว่า เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เข้ามาแทรกแซงการทำงานของตำรวจไทยจนทำให้ระบบคุณธรรมในการทำงานในโลกของตำรวจเสื่อมลงแล้วนั้น จะเป็นหนทางพื้นฐานสำคัญที่ทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น
 
               การกระตุ้นเร้าให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันแสดงพลังผ่านการร่วมเสริมสร้างพลังอำนาจของตำรวจให้ลุกขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เข้มแข็งนั้น มิได้กระทำไปเพื่อผลประโยชน์ของตำรวจ หากแต่มุ่งผลลัพธ์ที่ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอันเป็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตำรวจสามารถทำงานได้เต็มที่อย่างมีความสุข มีขวัญและกำลังใจในการทำงานที่ดีเท่านั้น
 
               “ตำรวจชั่วเพราะอยู่ในระบบที่ทั้งเอื้อและทั้งบีบบังคับ หรือตำรวจชั่วเพราะตัวของเขาเอง?” ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ตั้งคำถามชวนคิด เพื่อให้วิธีคิดที่ถูกต้องนำไปสู่วิธีการแก้ไขปัญหาความล้มเหลวหรือความเสื่อมถอยในการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไทย...วิธีคิดที่กระตุ้นการมองให้ลึกซึ้งถึงที่มาของพฤติกรรมการทำงานที่ไม่ดีก่อนที่จะตำหนิ เพ่งโทษ
 
               การมุ่งแต่เพียงตำหนิ เพ่งโทษหรือก่นด่าที่ตัวบุคคล เช่น การสั่งโยกย้ายตำรวจเมื่อพบว่ามีบ่อน การพนันเปิดให้บริการในพื้นที่ มิใช่เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ หากแต่เป็นเพียงการสร้างภาพมายาหลอกลวงประชาชนว่า ผู้บริหารทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลได้ทำหน้าที่ในส่วนที่ผู้นำสูงสุดพึงกระทำแล้ว และแพะซึ่งหมายถึงตำรวจที่ถูกโยกย้ายเหล่านั้นได้รับการลงโทษที่สมควรแล้ว เนื่องจากละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ที่พึงกระทำ...หากแต่คนชั่วซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังของบ่อนการพนันทั้งหลายยังคงลอยนวลและยังคงสถานะของผู้อุปถัมภ์หลักที่มีอิทธิฤทธิ์ในการให้คุณให้โทษตำรวจผ่านระบบอำนาจต่างๆ เสียด้วยซ้ำ...ในเมื่อคนชั่วคือผู้มีอำนาจที่แท้จริงและอยู่เบื้องหลังของการกระทำผิดต่างๆ กลับไม่ถูกก่นด่าหรือเพ่งโทษปัญหาจึงยังคงดำรงอยู่และเพิ่มระดับความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น
 
               หากพิจารณาด้วยมุมมองเช่นนี้ จะเห็นได้ว่าการปล่อยให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระบบที่เลวร้ายต่างหากที่ควรจะต้องแก้ไขและเยียวยา มิใช่การแก้ไขที่พฤติกรรมการทำงานของตำรวจแต่ละนาย เพราะการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแต่ละนายนั้น มีผลมาจากระบบการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ หรือหากใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายคือ ผู้มีอำนาจไม่จริงใจต่อการทำให้องค์กรตำรวจเป็นองค์กรของประชาชน
 
               ดังนั้นการลงโทษตำรวจแต่ละคนจึงเป็นเพียงการอวดอ้างความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของผู้บริหารหรือนักการเมืองที่ใช้วิธีการสร้างภาพมายาคติหลอกลวงในการแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ผู้นำเอาจริงเอาจังในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็เป็นเพียงปาหี่ที่กลายเป็นสัจธรรมอีกเรื่องหนึ่งในโลกของตำรวจนอกเหนือจากสัจธรรมในข้อที่ว่า ในโลกของตำรวจนั้นผลสำเร็จในการทำงานเป็นคนละเรื่องกับความก้าวหน้าในการทำงาน
 
               หากอ่อนแอต่อระบบคุณธรรมที่ล้มเหลวและยอมเดินเข้าไปสวามิภักดิ์กับขั้วอำนาจใดแล้วนั้น เมื่อวันหนึ่งที่ขั้วอำนาจนั้นอยู่ในฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ขั้วตรงข้ามย่อม "เอาคืน" และจำต้องตกอยู่ในภาวะถูกจับจ้อง ถูกนำมาเป็นแพะเพื่อโชว์ผลงานของนายและผู้มีอำนาจที่อยู่ขั้วตรงข้ามเป็นสิ่งที่ปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ยาก รวมถึงหน่วยงานที่ถูกให้สรรพนามว่า "กรุ” จะเต็มไปด้วยตำรวจที่ถูกติดป้ายตรีตราว่าเป็นพวกของฝ่ายตรงข้าม...อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อตำรวจด้วยกันยังแบ่งพวกตามขั้วอำนาจ(มืด)นอกองค์กรตำรวจ?
 
               ดังนั้น ตำรวจจำนวนไม่น้อยจึงเกิดการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเป็น "ผู้ประสานสิบทิศ” ที่สามารถสลับขั้ว เปลี่ยนข้าง เปลี่ยนสีไปตามแรงดึงดูดของอำนาจที่ครอบงำโลกของตำรวจอยู่โดยมิได้เฉลียวใจฉุกคิดถึงอุดมคติของตำรวจที่ถูกเขียนไว้อย่างสวยหรู
 
               การไร้ซึ่งจุดยืนและอุดมการณ์กลับกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเพราะความหวั่นไหวต่อลาภ ยศ สรรเสริญ ซึ่งถูกผู้มีอำนาจแต่ไม่มีคุณธรรมเป็นผู้กำหนด หากปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างเชิงอำนาจเช่นนี้ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย...คนไทยก็จะไม่มีวันได้สังคมที่สงบสุขและดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมเช่นกัน คนไทยก็ยังคงต้องโหยหาความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินต่อไป!