ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ภายหลังที่มีการยื่นร่างพรบ.ปรองดองเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยหลังจากที่พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ยื่นร่างต่อประธานสภาฯ โดยใช้เสียงส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลเป็นคนลงชื่อสนับสนุน ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างของตัวเองประกบเข้าไปเช่นเดียวกัน เพราะต้องการให้ทุกพรรคมีส่วนร่วม จนเป็นที่มาของการยื่นร่างอีกฉบับหนึ่งของพรรคเพื่อไทยนำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาด หากส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลถอนชื่อ ออกจากร่างของพล.อ.สนธิ นอกจากนี้ กลุ่มนปช.นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำกลุ่มนปช. ยังได้หารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อขออนุญาตยื่นร่างพรบ.ปรองดองอีก 1 ร่าง ที่เป็นร่างของคนเสื้อแดงด้วย โดยอ้างเหตุผลเรื่องของการรักษามวลชน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองในสภาฯ นั้น พรรคเพื่อไทยจะยึดร่างของพล.อ.สนธิ เป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย ยังประเมินกระแสต่อต้าน ในการเสนอร่างพรบ.ปรองดอง ผ่านการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ด้วย โดยแกนนำพรรคส่วนใหญ่ ไม่รู้สึกเป็นห่วงต่อความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่เป็นห่วงคนเสื้อแดงมากกว่า ดังนั้น จึงมอบหมายให้นายณัฐวุฒิไปยื่นร่างพรบ.ปรองดองของคนเสื้อแดง
นอกจากนี้ ยังประเมินการเดินเกมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะคัดค้านทุกวิถีทางด้วยว่า น่าจะลามออกมาสู่การเมืองนอกสภาด้วย โดยมองว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ที่นัดชุมนุมกัน ยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ขนคนมาผสมโรงด้วย ก็จำเป็นที่จะต้องระมัดระวัง โดยได้ทำการตรวจสอบจำนวนรถบัส และรถโดยสาร ที่มาจากภาคใต้ เพื่อที่จะเดินทางเข้ามากทม. เพื่อเพื่อวางหมากแก้เกมในเบื้องต้น พร้อมทั้งพยายามฟ้องประชาชน ให้เห็นถึงการเล่นเกมการเมืองนอกสภาฯ ที่ไม่ตรงไปตรงมา
อย่างไรก็ตาม คณะยุทธศาสาตร์ฯ ประเมินสถานการณ์โดยรวมว่า จะไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่ต้องจับตานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่า จะมีท่าทีอย่างไร เพราะเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการระดมสรรพกำลัง และเดินเกมการเมืองใต้ดินได้มากที่สุด
'บิ๊ก' ร่วมโต๊ะ 'เจริญ -อาณันย์' หารือปรองดอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 29 พ.ค.55 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 และนายอาณันย์ วัชโรทัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันรับประทาน ที่ร้านอาหารย่านสยามสแควร์ เพื่อหารือแนวทางการผลักดันร่างพรบ.ปรองดอง ก่อนจะนั่งรถตู้มาพร้อมกันที่รัฐสภา
ทั้งนี้ เมื่อพล.อ.สนธิ ลงจากรถ ได้ถือหนังสือ “80 ปีของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” อดีตนายกฯ ที่รวบรวมยุทธศาสตร์ นโยบาย 66/23 ในการแก้ปัญหาประเทศชาติ มาโชว์พร้อมกับระบุว่า “เป็นวิธีการไปสู่ความปรองดอง”
พล.อ.สนธิ กล่าวว่า จะมีการเปิดใจเรื่องการเสนอพรบ.ปรองดองอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยรอท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลก่อน และยืนยันจะไม่ถอนร่างพรบ.ปรองดอง เพราะนี่คือความปรองดองของประเทศ
ส่วนกรณีที่ไม่รอให้ผลของกมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งข้ามขั้นตอนเรื่องสานเสนา แต่กลับมาเสนอร่างพรบ.ปรองดองแทรกเข้ามานั้น พล.อ.สนธิ ระบุว่า ถือว่า เป็นการทำหน้าที่คนละส่วนแยกกันทำไป เพราะขั้นตอนไม่ใช่มีแต่เรื่องนี้เท่านั้น เพราะมีการเยียวยาและกระบวนการปรองดองมีมาก ก็ทำคู่ขนานกันไป ความปรองดองจะได้เกิดเร็ว ๆ และเมื่อผลออกมาก็จะแจ้งชัดในหลาย ๆ เรื่อง
ยก นโยบาย 66/23 ล้างคำพิพากษา
เมื่อถามว่า ร่างพรบ.ปรองดอง เป็นการล้มล้างคำพิพากษา ซึ่งไม่มีใครเขาทำกัน พล.อ.สนธิ ชี้แจงว่า นโยบาย66/23 ก็เคยมีการยกเลิกคำพิพากษามาแล้ว โดยในหนังสือของพล.อ.ชวลิต ได้ระบุว่า เลิกต่อกัน จบต่อกันการนิรโทษกรรมอย่างบูรณาการ โดยปราศจากเงื่อนไข
"เพราะนี่คือบทเรียนของประเทศที่ผ่านมา ความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องใหญ่สุด กฎหมายมาทีหลัง ในระหว่างวิกฤติของชาติ รัฐศาสตร์ต้องมาก่อน เมื่อชาติสงบ นิติศาสตร์จึงมาก่อน เกือบทั้งโลกเป็นเช่นนี้ อีกทั้ง 66/23 และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นหลักกฎหมายสากลที่ทั่วโลกทำกัน" พล.อ.สนธิ ระบุ
'สามารถ' รับ ยื่นร่างพรบ.ปรองดองประกบ เพราะกลัวร่าง 'บิ๊กบัง' ตก
นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณียื่นร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติฉบับพรรคเพื่อไทยเข้าสู่สภาฯ ว่า การที่พรรคเพื่อไทยต้องยื่นร่างพรบ.ปรองดองฯเข้าสู่สภาฯ เนื่องจากพล.อ.สนธิ ร่วมกับพรรคเล็กต่างๆ ยื่นร่างไปแล้วก่อนหน้านี้ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ก็ควรร่วมในส่วนนี้ด้วย โดยเมื่อมีร่างของพล.อ.สนธิเข้ามา จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องยื่น เพราะเมื่อจะมีการพิจารณาแล้ว ใครที่มีแนวคิดอย่างไรก็ควรจะยื่นเข้ามาพิจารณาพร้อมกัน
"เช่นเดียวกับกลุ่มนปช.ที่นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ก็ได้ยื่นร่างเข้ามา ซึ่งก็มีเนื้อหาต่างออกไป เช่น ไม่ยกโทษให้กับผู้ก่อการร้ายและผู้สั่งฆ่าประชาชน ส่วนร่างของนายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ยื่นร่างที่มีต้นฉบับของนายประเกียรติ นาสิมมา เพื่อที่จะได้รวมกันพิจารณา เพราะมีหลักการเดียวกันคือให้มีพรบ.ปรองดองฯ แต่ในส่วนร่างที่ผมได้ยื่นไปนั้น ไม่ต่างกับร่างของพล.อ.สนธิเลย เหมือนกันเลย"
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ยื่นร่างประกบไป เพราะกลัวจะมีปัญหาเรื่องรายชื่อส.ส.ในร่างของพล.อ.สนธิใช่หรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า มองอย่างนั้นก็ได้ คือเมื่อเพื่อนเขาตัดสินใจยื่นแล้ว เราในฐานะพรรคใหญ่ไม่ยื่นมันก็ยังไงอยู่ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ยื่นด้วย แล้วสังคมจะมองอย่างไร จึงยื่นประกบไปด้วย เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะยึกยักแล้ว
ส่วนจะใช้ร่างใครเป็นหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการนั้น ก็ไม่มีปัญหา จะใช้ร่างของพล.อ.สนธิ ก็ได้ เพราะเนื้อหาก็เหมือนกันอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และทุกฉบับที่เข้ามาสู่สภาฯก็ต้องเอาเนื้อหามาดูกัน จะปรับแก้กันตรงไหนก็ว่ากันในกรรมาธิการ
ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯนัดชุมนุมจะกระทบต่อการพิจารณาหรือไม่นั้น นายสามารถ กล่าวว่า เราต้องอธิบายให้สังคมทราบ การแสดงบทบาทเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นเสรีภาพในการแสดงออก เราจะหวังให้กลุ่มพันธมิตรฯ กับฝ่ายค้านเขาเห็นด้วย มันจะเป็นเรื่องผิดปกติ เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ยื่นร่างนี้ ต้องอธิบายต่อสังคมให้รู้ว่า 6 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองมันแตกแยกร้าวลึกลงไปทุกอณูของสังคม เราไม่อยากให้ลุกลามใหญ่โต ต้องหาทางสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น คือต้องให้อภัยกัน
เมื่อถามว่า จะมีการถอนร่างออกไปก่อนหรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องถอน อย่างที่บอก ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯไม่ต่อต้านก็เป็นเรื่องผิดปกติ แต่เขาคิดว่า คงไม่รุนแรงเหมือนในอดีต
"มีการถามว่า อยากทำกันหรือไม่ ก็บอกว่า ไม่อยากเปลืองตัว ไม่อยากเจ็บ เหมือนพล.อ.สนธิ ที่ถูกต่อว่าต่อขานต่าง ๆ นา ๆ แต่ถ้าไม่เริ่ม มันก็ไม่รู้จะระงับความแตกแยกได้อย่างไร ก็จำเป็นต้องทำ แต่ผมยังไม่ทราบเลยว่า คนที่ร่างพรบ.นี้จริง ๆ เป็นใคร พยายามถามคนในพรรคก็ไม่มีใครทราบ ร่างนี้จะเปรียบเสมือนยาแรงก็ว่าได้ ก็ดีแล้วใส่ให้แรง ๆ ไป เดี๋ยวค่อยไปปรับแก้กันในกรรมาธิการ ค่อยมานั่งคุยกัน"
ส่วนจะผ่านวาระแรกได้หรือไม่นั้น นายสามารถ กล่าวว่า ขอฟังวิปรัฐบาลก่อน แต่คิดว่า คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะผ่านวาระแรกนี้ไป ก็ปิดสมัยประชุม 2 เดือนเต็ม ๆ เราจะมีเวลาในส่วนของกรรมาธิการที่จะดูในรายละเอียด อาจจะมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นด้วย พอถึง 1 ส.ค.55 ก็เริ่มสมัยสามัญทั่วไป ก็น่าจะเริ่มกระบวนการต่อไปได้
นายสามารถ กล่าว่วา เรามีหน้าที่ทำกฎหมายนี้ เมื่อผ่านเราก็ไปวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาก็คงไม่เห็นตามส.ส.หมด หากมีการปรับปรุงแก้ไข ก็ตีกลับมาสภาผู้แทนฯ เราไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วม เรื่องข้างหน้ายังอีกยาว ขอให้ได้เริ่มต้นก่อน ตั้งกรรมาธิการมานั่งคุยกันว่า จะหาทางออกกันอย่างไร
เมื่อถามว่า คดีที่ถูกตัดสินไปแล้ว เช่น คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งคดีอาญาและกรณียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ต้องมาเริ่มต้นพิจารณากันใหม่หรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า ถูกต้อง รวมถึงคดีของคนอื่นด้วย เพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป
'นิยม' เผย ยื่นร่างปรองดอง ตั้งแต่ 22 พ.ค.55
นายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณียื่นร่างพรบ.ปรองดองว่า ยื่นไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.55 โดยร่างไว้ตั้งแต่เดือนเม.ย.แล้ว มีส.ส.ลงชื่อทั้งหมด 23 คน แต่ทราบว่า จะขอถอนชื่อ 1 คน ซึ่งน่าจะยื่นก่อนร่างของคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ และได้ปรึกษานักกฎหมายทั้งในและนอกพรรคด้วย เนื่องจากมองว่า บ้านเมืองกำลังมีปัญหา คนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดงต่างไม่เข้าใจกัน หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ก็อาจจะเหมือนกรุงศรีอยุธยาในสมัยก่อนที่ต้องเสียกรุงได้ ดังนั้น หากปรองดองกันได้ก็จะเป็นเรื่องดี
ทั้งนี้ เขาไม่ทราบว่า มีการยื่นร่างพรบ.ปรองดองอีก 3 ฉบับด้วย และยังไม่เห็นเนื้อหารายละเอียดของร่างพรบ.ทั้ง 3 ฉบับว่า เป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าผลจะออกมาว่าสภาฯ จะเลือกร่างพรบ.ปรองดองของใครก็ตาม เขาก็ยินดีทั้งนั้น หากผลสุดท้ายมันจะนำปสู่ความปรองดองได้ เพราะถ้าหากวันนี้ทุกคนยังไม่ปรองดองกัน ความรุนแรงที่จะตามมา อาจจะมากกว่าทุกครั้งก็เป็นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ห้ามไม่ให้ยื่นร่างพรบ.ปรองดองหรือไม่ นายนิยมกล่าวว่า มีผู้ใหญ่ในพรรคห้ามเยอะ บอกว่า ถ้ายื่นไปแล้วอาจจะมีปัญหาตามมาได้ เพราะตอนนี้เขากำลังเคลียร์กันอยู่ เขาจึงชี้แจงไปว่า การเคลียร์กันนั้น มันไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปัญหาจะจบ มันต้องเอาเวทีสภาฯ มาใช้เป็นสถานที่เคลียร์กัน จะได้มีหลักเกณฑ์ และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ชัดเจนออกมา
"หากพูดกันเองภายหลัง อีกคนมาบอกว่า ไม่ตรง ใม่จริง หรือว่า ไม่รักษาคำพูดขึ้นมา ก็จะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นการทำเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาจะได้หลีกเลี่ยงกันในภายหลังไม่ได้อีก"
สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การยื่นร่างพรบ.ปรองดอง เป็นการทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ นายนิยม กล่าวว่า การยื่นร่างพรบ.ปรองดอง เป็นไปตามเงื่อนไขที่เขาได้หาเสียงเลือกตั้งมา และทุกคนได้ประโยชน์ทั้งหมด แม้แต่คนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ก็จะได้รับการปล่อยตัวออกมา
ส่วนหลังยื่นร่างพรบ.ปรองดองไปแล้ว มีผู้ใหญ่ในพรรคต่อว่าหรือไม่นั้น นายนิยม กล่าวว่า มีผู้ใหญ่ในพรรคบางคนมาบอกว่า ขอให้ถอนเถอะ แต่เขาก็ได้ยืนยันไปว่า บ้านเมืองวันนี้มันร้ายยิ่งกว่าสงครามเสียอีก ถ้าเรายังทะเลาะกันเองอยู่ประเทศอาจจะมีอันตรายในวันข้างหน้าได้