..........
กลุ่ม บี - เยอรมนี
อันดับโลก - 2
ผลงานดีที่สุด - แชมป์ปี 1972, 1980 ในฐานะเยอรมันตะวันตก, แชมป์ปี 1996 ในฐานะเยอรมนี
โปแกรมรอบแรก
09/06/2012 โปรตุเกส 01.45 น. ที่ลาวีฟ
13/06/2012 ฮอลแลนด์ 01.45 น. ที่คาร์คีฟ
17/06/2012 เดนมาร์ก 01.45 น. ที่ลาวีฟ
"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี คือทีมที่ครองแชมป์ยุโรปมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นแค่ เยอรมันตะวันตก หรือว่ารวมกันเป็น เยอรมนีเดียว คว้าแชมป์มาได้ครองได้แล้ว 3 สมัยเช่นเดียวกับฟุตบอลโลก แต่ 3 สมัยที่ว่าก็ยาวนานมาตั้งแต่ปี 1972, 1980 และครั้งสุดท้ายคือ 1996 ว่ากันว่าในยูโร 2012 น่าจะถึงรอบของเวลาที่ อินทรีเหล็ก จะกลับมาผงาดคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้อีกครั้ง
ทีมของ โยอาคิม เลิฟ เข้ารอบสุดท้ายมาแบบสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง เกมรอบคัดเลือกเก็บชัยชนะมาได้ 10 นัดรวด ถล่มประตูไป 34 ประตู เป็นการเข้ารอบสุดท้ายรายการใหญ่แบบไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว และก่อนหน้านั้นก็เพิ่งเป็นรองแชมป์ยูโร 2008 และอันดับ 3 ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ เมื่อเด็กๆ ของ เลิฟ ผ่านประสบการณ์มาพอสมควร การอยู่ในกรุ๊ป ออฟ เดธ แม้ว่าจะเป็นงานหนัก แต่หากพิสูจน์ตัวเอง และผ่านไปได้ ความสำเร็จก็อาจจะรออยู่ข้างหน้า
ทีมของ เลิฟ ชุดนี้ยังเน้นระบบดาวรุ่งเหมือนฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา คราวนี้แนวรับดาวรุ่งจะขยับขึ้นมาเป็นตัวหลักอย่างเต็มตัวไม่ว่าจะเป็น โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ กับ เฌอโรม บัวเต็ง คู่เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งของบาเยิร์น และ มัทส์ ฮุมเมล ของดอร์ทมุนด์ทีมแชมป์บุนเดสลีกา จึงอาจจะเป็นจัดที่น่าเป็นห่วงสักหน่อยหากว่า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ หายเจ็บไม่ทัน แดนกลางแม้ว่าจะมีหลักจากชุดฟุตบอลโลกทั้ง ซามี เคดีรา, เมซุท โอซิล ที่ไปเสริมแกร่งกับ รีล มาดริด และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ แต่ก็ยังมี มาริโอ เกิร์ทเซ วัย 19 ปี และ อิลคาย กุนโดกาน จาก ดอร์ทมุนด์ เข้ามาเติมอีก
แดนหน้าถือว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดของทีมชุดนี้เมื่อ ลูคัส โพโดลสกี, มาโรสลาฟ โคลเซ และ โธมัส มุลเลอร์ เล่นได้เข้าขากันอย่างยิ่ง รวมทั้งยังมี มาริโอ โกเมซ ดาวยิงจาก บาเยิร์น คอยนั่งสำรองอยู่อีกราย
ทีมชุดนี้อาจจะมีดาวรุ่งอยู่มากสักหน่อย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสมกับความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ การเก็บประสบการณ์ในยูโร 2008 และฟุตบอลโลก 2012 ทำให้ เยอรมนี แข็งแกร่งขึ้นมา เหลือเพียงแค่การล้างตากับ "กระทิงดุ" สเปน ให้ได้เท่านั้น
ผู้เล่น 11 ตัวจริง 4-2-3-1
ผู้รักษาประตู - มานูเอล นอยเออร์
กองหลัง - ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์, เฌอโรม บัวเต็ง
กองกลาง - ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, เมซุท โอซิล
กองหน้า - ลูคัส โพโดลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ, โธมัส มุลเลอร์
----------
กุนซือ - โยอาคิม เลิฟ
ในช่วงแรกที่ โยอาคิม เลิฟ เข้ามาทำงานกับสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี หรือเดเอฟเบ ถูกมองว่าเป็นเด็กเส้น เนื่องจาก เดเอฟเบ มีความสนิทสนมกับ "ม้าขาว" สตุ๊ตการ์ท เป็นอย่างดี และครั้งหนึ่ง เลิฟ ก็เคยเป็นเทรนเนอร์ของสตุ๊ตการ์ทเมื่อปี 1997 โดยงานแรกกับ เดเอฟเบ เข้ามาเป็นมือขวาของ "ฉลามขาว" เจอร์เกน คลินส์มันน์ ในการเตรียมทีมชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ การเริ่มงานกันตั้งแต่ปี 2004 เปลี่ยนโฉม เยอรมนี เป็นทีมดาวรุ่งที่เล่นเกมรุกตื่นตาตื่นใจ และเมื่อ คลินส์มันน์ ลาทีมไป เลิฟ ก็เป็นคนสานต่อนโยบายเดิม
ชีวิตนักเตะของ เลิฟ ไม่ประสบความสำเร็จนัก เป็นการเล่นให้ "จิ้งจอกแห่งป่าดำ" ไฟร์บวร์ก สมัยที่ตกชั้นไปอยู่ในลีกา 2 ก่อนจะได้ขึ้นแท่นเป็นเทรนเนอร์ในปี 1995 และมาย้ายมาพา สตุ๊ตการ์ท เป็นแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในปี 1997 จากนั้นก็หันไปทำทีมในตุรกีกับ เฟเนน์บาห์เช กับ อันดานาสปอร์ส ย้ายไป ออสเตรีย กับ ออสเตรีย เวียนนา กับ อินสบรุค และมาทำงานกับ คลินซี จนได้แทนที่หลังฟุตบอลโลก 2006
ผลงานของ เลิฟ แทบจะไม่มีที่ติ นำทีมดาวรุ่งได้รองแชมป์ยุโรป และอันดับ 3 ฟุตบอลโลก เกมรอบคัดเลือกก็ไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก จน เดเอฟเบ ตัดสินใจให้คุมทีมต่อถึงฟุตบอลโลก 2014 ไม่ว่าผลงานในยูโรครั้งนี้จะออกมาอย่างไร ด้วยสถิติคุมทีม 76 นัดชนะ 52 เสมอ 13 และ แพ้ 12 ในช่วง 6 ปี คงหาคนทดแทนได้ยาก และหากประสบความสำเร็จในยูโรครั้งนี้ก็จะเทียบชั้น ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ แชมป์โลก 1990 และ แบร์ตี โฟกท์ส แชมป์ยูโร 96 ทันที
----------
ผู้เล่นคนสำคัญ - เมซุท โอซิล
เมซุท โอซิล แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในขณะที่มีอายุเพียงแค่ 21 ปี กับการถูกเสนอชื่อชิงรางวัลลูกบอลทองคำของฟุตบอลโลก กลายเป็นจอมเทคนิครายใหม่ของวงการฟุตบอลเยอรมนีที่หามานาน หลังจากที่ยุคก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเล่นหนัก มีวินัย เป็นส่วนใหญ่ ผลงานที่ดีต่อเนื่องของ อินทรีเหล็ก ชุดนี้มีจุดเริ่มจากเทคนิคของ โอซิล บ่อยครั้ง ชูเซ มูรินโญ ยังยอมรับในฝีเท้าต้องดึงตัวไปร่วมทีม รีล มาดริด และในยูโร 2012 บทจอมทัพจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก โอซิล
ดาวรุ่งอีกรายที่พุ่งแรงขึ้นมาคือ มาริโอ เกิร์ทเซ กองกลางวัย 19 ปีของดอร์ทมุนด์ ที่แม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดฤดูกาล แต่ โยอาคิม เลิฟ ติดใจฝีเท้าไปเรียบร้อยแล้ว จากฝีเท้าที่ว่องไว ทักษะสูง สร้างสรรคเกมได้ดี ชนิดที่ถอดแบบ โอซิล ออกมา เหลือเพียงแค่การเก็บประสบการณ์เท่านั้นน่าจะขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นนำของโลกได้ ไม่แปลกที่อดีตยอดลิเบอโรอย่าง มัทธีอัส ซามเมอร์ ผอ.เทคนิคของดอร์ทมุนด์ บอกว่าเป็นดาวรุ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
----------
คุณรู้หรือไม่?
เยอรมนี คือทีมที่ครองแชมป์ยุโรปมากที่สุด จากการได้แชมป์มา 3 สมัยในปี 1972, 1980 และ 1996 ซึ่งครั้งหลังสุดพิชิต "สิงโตคำราม" อังกฤษ ถึงเวมบลีย์ด้วยการดวลจุดโทษในรอบรองชนะเลิศ
----------
(หมายเหตุ : เจาะยูโร 2012 : กลุ่ม บี - เยอรมนี : (7) อินทรีเหล็กถึงเวลาความสำเร็จ? : โดย ... จิตติ)
----------