การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555

เบ้าหลอมนักเรียน

เบ้าหลอมนักเรียน : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555

                ฉับพลันทันใดที่ประตูรั้วสถาบันการศึกษาของนักเรียนช่างกลเปิดออกในห้วงเวลาต้อนรับเปิดเทอมใหม่ เสียงปืน เสียงระเบิด ก็ดังขึ้นทันทีคล้ายเป็นสัญญาณแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า บัดนี้สงครามช่างกล คือการไล่ทำร้ายไล่ฆ่ากันในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยป่าเถื่อนได้เริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ภาพซ้ำๆ และคำพูดเดิมๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายก็หวนคืนกลับมาในเวลาเดียวกัน โดยที่ไม่มีหลักประกันอันใดทั้งสิ้นว่า เมื่อใดปัญหาเยาวชน เด็กนักเรียนทะเลาะวิวาทประหัตประหารกันราวอริราชศัตรูเช่นนี้จะยุติลงหรืออย่างน้อยที่สุด คือค่อยๆ บรรเทาเบาบางจนเห็นแนวโน้มว่าปัญหากำลังใกล้ถึงจุดสิ้นสุด
   
              โศกนาฏกรรมครั้งล่าสุด อุบัติขึ้นเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เมื่อคนร้ายรายหนึ่งทราบชื่อต่อมาคือนายสมศักดิ์ แก้วจันทร์ทิพย์ อายุ 21 ปี อดีตนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีวะชั้น ปวส.1 ที่โดนไล่ออกไปแล้ว ได้ระเบิดกระสุนเข้าใส่เป้าหมายภายในรถเมล์ร่วมบริการสาย 131 แต่พลาดไปโดยนายจักรพันธ์ โคตรจักร อายุ 51 ปี โชเฟอร์เสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่หลังกรณีที่กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ ระดมยิงเข้าใส่คู่อริจากโรงเรียนไทยวิจิตรศิลปภายในรถปรับอากาศสาย 129 อย่างอุกอาจกลางถนน ท่ามกลางสายตาผู้คนจำนวนมากเพียงชั่วข้ามวันเท่านั้น
   
              ปัญหานักเรียนยกพวกตีกันก่อให้เกิดสำนวน "นักเรียนนักเลง" และชุดความคิดรวบยอดที่ว่า ไม่มีวันที่จะแก้ปัญหานักเรียนช่างกลก่อเหตุอย่างที่ว่ามานั้นได้ ตราบเท่าที่เรายังมีสถาบันการศึกษาด้านนี้อยู่ในประเทศ ด้วยเหตุแห่งวัย วุฒิภาวะ และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดพฤติกรรมหมู่ การเอาอย่าง และยึดมั่นถือมั่นในขนบธรรมเนียมผิดๆ เช่นนี้แล้วก็เสมือนว่า เรายอมศิโรราบต่อปัญหา รอเวลาให้ทุกอย่างคลี่คลายลงเอง ด้วยมาตรการเฉพาะหน้าต่างๆ เช่น สั่งปิดโรงเรียน ลงโทษนักเรียน นักศึกษาตั้งแต่สถานเบาไปจนถึงความผิดทางอาญา โดยที่รากเหง้าซึ่งบ่มเพาะ "ชุดความเชื่อ" ยังไม่ได้ "จัดการ"
   
              เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของนักเรียนนักศึกษาสายสามัญกับสายอาชีวะแล้ว ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า ระบบการเรียนการสอน การปลูกฝังค่านิยม ศีลธรรม จริยธรรมในสถาบันการศึกษาทั้งสองแบบเป็นอย่างไรกัน จึงส่งผลให้ระหว่างทางของการผลิตทรัพยากรมนุษย์แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เช่นนี้นี่เอง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งและเร่งด่วน ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งศึกษาหาข้อเท็จจริง วิเคราะห์วิจัยลงลึกในรายละเอียดเพื่อเสาะหาแม่พิมพ์ผิดเพี้ยนที่แฝงอยู่ในระบบ กิจกรรมภายในสถาบันการศึกษา พร้อมๆ กับมาตรการสอดส่องดูแลอย่างทั่วถึงและเข้มข้นในทุกๆ สถาบันที่มีชื่ออยู่ในบัญชีความเสี่ยง
   
              ทั้งนี้ ถ้าทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า เยาวชนของชาติทุกๆ คน ไม่ว่าจะยากดีมีจน เกิดในสลัมหรือเป็นลูกเศรษฐี คหบดี ล้วนเปรียบประดุจมนุษย์ปุถุชนที่ยังอ่อนเดียงสาด้วยกันทั้งสิ้นแล้ว หนทางที่จะทำให้พวกเขารอดพ้นจากความชั่วมัวหมองทั้งหลายระหว่างก้าวเดินที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตก็คือ จะต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเราก็เชื่อกันมานับร้อยปีว่าเป็น "เบ้าหลอม" ของมนุษย์