มีโอกาสไปเยือนเมืองเจียงฮาย กระจอกข่าวได้พบกับนายตำรวจหนุ่มสูง ยาว เข่าดี ใส่แว่น แถมมาดนิ่ง พ.ต.ท.พรรธน์ พรรธนภณ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย หรือ "สารวัตรเอ๋" ซึ่งมารับหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการค้ามนุษย์ ซึ่งจังหวัดเชียงรายนับได้ว่าเป็น "ต้นทาง" ของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ตลอดจนแนวทางการป้องกัน พร้อมทั้งพาดูงานที่ศูนย์เพื่อความร่วมมือตามแนวชายแดนในการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่าด้วย
ระหว่างทางกระจอกข่าวหลายสำนักหลายสิบชีวิต ต่างถือไมค์ส่องกล้องสอบถามข้อมูลข่าวกับ "สารวัตรเอ๋" กันยกใหญ่ ด้วยความที่สารวัตรหนุ่มดูท่าทางค่อนข้างขี้อาย เมื่อโดนกระจอกข่าวรุม เจ้าตัวถึงกับหน้าแดง ก่อนเปรยและยิ้มเล็กๆ ว่า "จะสัมภาษณ์ผมจริงๆ เหรอ อีกแป๊บได้ไหม ข้อมูลนะมี แต่ผมเขิน..." (ฮา)
กระจอกข่าวจึงยอมให้เวลาสารวัตรหนุ่มได้ "ทำใจ" 2 นาที (อิอิ) ข้อมูลขบวนการและเส้นทางการค้ามนุษย์ภาคเหนือก็พรั่งพรูมาจนหมดเปลือก แล้ว "สารวัตรเอ๋" ยังบอกถึงหลักการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ให้ฟังว่า คดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์มีความละเอียดอ่อน มีหลายมิติ ต้องมีการสืบสวนสอบสวนไปยังขบวนการที่มีการตระเตรียมเป็นขบวนการไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมๆ ทั้งต้องช่วยเหลือเยียวยาทางสังคมกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ด้วย ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานต่างด้าว
พร้อมยกตัวอย่างให้ฟังอีกว่า เคยไปช่วยเหลือเหยื่อแรงงานต่างด้าว ที่ถูกหลอกเข้ามาค้าประเวณีหรือที่เรียกว่า "ตกเขียว" ซึ่งเข้ามาทาง จ.เชียงราย ไปยังด่านสะเดา จ.สงขลา โดยเหยื่อนั้นไม่เต็มใจที่จะค้าประเวณี จึงถูกนำไปขังไว้ แต่เหยื่อก็ได้อาศัยจังหวะที่คนคุมเผลอ โทรศัพท์กลับมาที่บ้านที่ประเทศพม่า จากนั้นประเทศพม่าได้ประสานมายังตำรวจไทย เมื่อสืบสวนหาข่าวจึงรู้ว่าเหยื่ออยู่ที่ จ.สงขลา จึงจัดกำลังไปช่วยเหลือได้สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมง
กว่าที่ "สารวัตรเอ๋" จะมาประจำที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เคยผ่านงานโรงพักมาแล้วหลายแห่ง หลังจากเรียนจบ นรต.รุ่น 49 มาลงตำแหน่งครั้งแรกเป็นรองสารวัตร สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อปี 2539, พอปี 2541 ก็ย้ายมาเป็นรอง สวป.สน.ดอนเมือง เก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ 9 ปี ก็ย้ายไปฝึกปรือวิชาสืบสวนที่สืบสวนภาค 1 ขึ้นจะขึ้นเป็น สวป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนจะย้ายมาเป็นสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายได้ 2 ปีแล้ว
"สารวัตรเอ๋" ยอมรับว่า การเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น ต้องปรับตัวเล็กน้อย และต้องมีทักษะภาษาอังกฤษพอสมควร และที่สำคัญการมาทำงานที่นี่ มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น