ท่ามกลางสารพัดปัญหารุมเร้ารอบด้าน ทั้งปัญหาข้าวยากหมากแพง ปัญหานักการเมืองโกงกินบ้านเมืองและแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ จนประชาชนหน้าหมองทั้งแผ่นดิน พลันมีข่าวดีที่ถือเป็นข่าวมหามงคล สร้างความปลื้มปีติยินดีเป็นล้นพ้นให้แก่พสกนิกรทั่วหล้า นั่นก็คือข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทอดพระเนตรภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำทุ่งมะขามหย่อง ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพระองค์มีพระราชดำริให้กักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรชาวนาชาวสวนได้ใช้ หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อปลายปี 2538
ชาวอยุธยาหลายคนที่เคยได้รับผลกระทบคราวเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 ร่วมกันฟื้นความหลังว่า มหาอุทกภัยครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทำนาปีของชาวบ้านกว่า 1,800 ไร่ แต่หลังจากมีพระราชดำริให้สร้างทุ่งมะขามหย่อง และเสด็จฯ มาทรงเปิดประตูระบายน้ำ ผันน้ำจากทุ่งมะขามหย่องออกไปให้พสกนิกรได้ใช้ ชาวนาก็เปลี่ยนมาทำนาปรังได้ผลผลิตดีมาจนถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกัน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้สนองพระราชดำริด้วยการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรรวม 4 โครงการ คือ โครงการส่งเสริมอาชีพปลูกข้าวนาปรัง โครงการส่งเสริมอาชีพปลูกพืชอายุสั้นและไม้ผล โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลา และโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบผสมผสาน ปรากฏว่าผลการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการใช้น้ำที่ได้รับพระราชทานให้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วม ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรถ้วนหน้า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้
ช่วงเดียวกันนี้ ยังมีข่าวดีที่ถือเป็นข่าวอภิมหามงคลให้พสกนิกรปลื้มปีติมากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว ทรงพระดำเนินได้ 50 ก้าว โดยไม่ต้องใช้ธารพระกร (ไม้เท้า) เชื่อว่าอีกไม่นานนัก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คงจะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลได้ หลังจากประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชมานานกว่า 2 ปี
เห็นได้ชัดว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระพลานามัยแข็งแร็งขึ้นมาก จนสามารถเสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่างๆ หลายแห่งเพื่อผ่อนคลายพระอิริยาบถ ตั้งแต่เสด็จฯ ไปวัดพระแก้ว เพื่อทอดพระเนตรจิตรกรรมฝาผนัง พร้อมทรงสักการะพระแก้วมรกต จากนั้นเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาฯ ภายในวังสระปทุม ตามด้วยเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงเสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งทุกสถานที่จะมีประชาชนเฝ้ารับเสด็จเนืองแน่น พร้อมเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง