อียิปต์โหวตเลือกปธน.ครั้งแรก

ชาวอียิปต์เลือกตั้งปธน.อย่างเสรีครั้งแรก หลังอดีตผู้นำเผด็จการที่กุมอำนาจยาวนาน ถูกประท้วงขับไล่จนต้องยอมก้าวลงจากตำแหน่ง

                      23 พ.ค.55 ชาวอียิปต์เกือบ 50 ล้านคน จะมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเสรีครั้งแรกวันนี้ หลังอดีตผู้นำเผด็จการที่กุมอำนาจยาวนาน ถูกกระแสประท้วงขับไล่จนต้องยอมก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อเกือบ 1 ปีครึ่ง

                      ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งอียิปต์กำลังจะตัดสินใจครั้งสำคัญในการเลือกผู้นำที่จะเข้ามาบริหารประเทศเพื่อถ่ายโอนอำนาจจากกองทัพสู่รัฐบาลพลเรือน หลังสภากลาโหมเข้าปกครองประเทศนับตั้งแต่นายฮอสนี มูบารัก ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์หลังเผชิญการประท้วงขับไล่ 18 วัน และกองทัพให้คำมั่นว่าจะส่งมอบอำนาจแก่พลเรือนในวันที่ 1 ก.ค.นี้

                      การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง 13 คนแต่ถูกตัดสิทธิ 1 คน และมีเวลาหาเสียงเลือกตั้งนาน 3 สัปดาห์ ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งผู้สมัครหลายคนได้คนหนุ่มสาวช่วยรณรงค์หาเสียงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ระหว่างผู้สมัครที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เหมือนสหรัฐเป็นครั้งแรกของอียิปต์และโลกอาหรับ ขณะที่หนังสือพิมพ์ได้ตีพิมพ์คำสัมภาษณ์ และโฆษณาหาเสียงของผู้สมัคร และสองข้างทางของถนนมีการติดตั้งป้ายหาเสียงเต็มไปหมด

                      คาดกันว่าไม่มีผู้สมัครคนใดสามารถคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียงแบบเด็ดขาดในการเลือกตั้งรอบแรกที่จัดในวันนี้และพรุ่งนี้ และผู้สมัครสองคนที่ได้รับคะแนนสูงสุดจะชิงชัยกันในรอบสอง 16-17 มิ.ย.

                      การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันระหว่างนักการเมืองที่เป็นมุสลิมเคร่งจารีตกับนักการเมืองที่มีแนวคิดแยกศาสนาออกจากการปกครอง และยังเป็นการแข่งขันระหว่างนักการเมืองหัวปฏิรูปกับอดีตรัฐมนตรีในยุครัฐบาลของมูบารัก

                      และในบรรดาผู้สมัครที่เป็นตัวเก็ง ประกอบด้วย อัมร์ มุสซา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและอดีตเลขาธิการสันนิบาตอาหรับ นายอาห์เหม็ด ชาฟิค อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศและนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งสั้นๆช่วงการลุกฮือขับไล่มูบารักในเดือน ก.พ. นายโมฮัมเหม็ด มุสรี หัวหน้าพรรคเสรีภาพและยุติธรรม ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ และนายอับดุล โมนีม อาบูล โฟตูห์ ผู้สมัครมุสลิมอิสระ

                      และผลสำรวจล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้พบว่า นายชาฟิค มีคะแนนเสียงนำอยู่ในอันดับหนึ่ง 19.3% ตามด้วยนายมุสซา 14.6% และอาบูล โฟตูห์ 12.4% ในขณะที่ผู้ตอบคำถามมากถึง 33% บอกว่า ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร

                      ขณะที่สภากลาโหมแถลงยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับคำชื่นชมจากประชาคมโลกว่าจัดได้อย่างโปร่งใส แต่ก็แสดงความกังวลว่าจะเกิดความไม่สงบหลังการเลือกตั้ง จึงได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายและประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้ง