นโยบายค่าแรง 300 บาทที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยประกาศไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้งและเริ่มมีผลบังคับใช้ตอนนี้กำลังทำให้ธุรกิจหลายประเภทเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานรวมถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามเขต ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางส่วนที่ต้องปิดตัวลงเนื่องจากสู้ค่าจ้างไม่ไหว ผู้ประกอบการหลายรายต้องปลดพนักงาน ลดจำนวนแรงงานลง สาเหตุจากต้นทุนที่สูงขึ้น นโยบายดังกล่าวยังมีผลต่อโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจก่อสร้าง รวมทั้งการประมงเพราะเกิดภาวะขาดแคลน ส่วนหนึ่งมาจากแรงงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอประกอบกับค่าจ้างที่สูงขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจรับไม่ไหว ที่สำคัญนโยบายดังกล่าวกำลังเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐฉกฉวยหาประโยชน์จากปัญหาดังกล่าว
ที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดปัญหาแรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง มีขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เกิดปัญหาในชุมชนทั้งด้านสังคมและสาธารณสุข กระทั่งหลายรัฐบาลที่ผ่านมาต้องประกาศขึ้นทะเบียนต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายเพื่อควบคุมปริมาณและเก็บข้อมูลในการบริหารแรงงานในภาพรวมให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของบ้านเรา นอกจากนี้การพิสูจน์สัญชาติก็ยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมดซึ่งตัวเลขแรงงานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2553 ประมาณ 1.3 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงเชื่อกันว่าจนถึงขณะนี้อาจถึงหลัก 10 ล้านคน ตัวเลขนี้นับรวมลูกหลานแรงงานต่างด้าวทั้งถูกและผิดกฎหมายที่มาเกิดในประเทศไทยด้วย
ช่องว่างทางกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจน เมื่อนับถอยหลังประชาคมอาเซียนที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 เข้าไปด้วยแล้ว ยิ่งทำให้สถานะของแรงงานต่างด้าวบ้านเราวิกฤติและเริ่มเคลื่อนย้ายกันมากขึ้นเพราะประชากรประเทศเพื่อนบ้านเริ่มหาช่องทางเข้ามาปักหลักทำกิน อย่างน้อยก็มีลุ้นที่จะได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายอีกรอบ เนื่องจากเมื่อถึงเวลาของประชาคมอาเซียนจริงๆ แรงงานจากทั่วทุกสารทิศจะมุ่งหน้าสู่ประเทศที่มีการจ้างงานสูงและประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อโอกาสเปิดพวกที่อยู่ก่อนย่อมได้เปรียบเพราะรู้ช่องทางมากกว่ากลุ่มที่จะมาเริ่มต้นนับหนึ่ง
จนถึงขณะนี้เริ่มมีข้อมูลมาจากกลุ่มธุรกิจว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบางส่วนเป็นพวกนกรู้เริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้างที่ต้องการใช้แรงงานจำนวนมากโดนกันถ้วนหน้า มีการจับกุมพร้อมกับเจรจาเพื่อนำแรงงานผิดกฎหมายในสังกัดมาทำงานให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้รับเหมา โดยให้จ่ายเป็นรายหัว มีผู้รับเหมาตกเป็นเหยื่อหลายรายเพราะเมื่อ ตม.นำแรงงานผิดกฎหมายมาลงให้ กลับถูกตำรวจท้องที่จับกุม เท่ากับเสียสองต่อถูกดำเนินคดีแล้วยังเสียเงินอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโรงงานที่เดือดร้อนเพราะต้องเพิ่มราคาส่วย เพราะถ้าไม่ใช้แรงงานเถื่อนที่ติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องจ้างแรงงานถูกกฎหมายที่สูงถึง 300 บาทหรือมากกว่า บวกลบแล้วจ่ายค่าหัวคิวประหยัดกว่า แรงงานต่างด้าวกำลังกลับมาสร้างปัญหาอีกครั้ง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อเรื้อรังจนถึงปี 2558 อย่างเด็ดขาด