บุคลิกและความคิด ความอ่าน ของตำรวจไทยมีหลากหลายรูปแบบ
ตำรวจที่มีแนวคิดเชิงบวก มองสังคมไปข้างหน้า ทำงานแบบมืออาชีพ พวกนี้จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ได้มาก ส่วนพวกที่ล้าหลังมีวิธีคิดแบบเดิมๆ จ้องหาแต่ผลประโยชน์ ทำผิดกฎหมายเสียเอง กลุ่มนี้นอกจากไม่ทำให้สังคมดีขึ้นแล้ว ยังดึงภาพลักษณ์องค์กรตกต่ำไปด้วย
มีสองตัวอย่างที่อยากจะยกให้เห็นอีกมุมความคิด
กรณีแรก ตำรวจไปไล่จับซีดีเถื่อน กระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษานักศึกษาสาวที่นำซีดีผิดกฎหมาย 20 กว่าแผ่นมาวางขายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากการสืบเสาะของศาลพบว่าจำเลยมีฐานะยากจน เอาซีดีมาวางขายเพื่อหาเงินรักษาตัวและจุนเจือแม่
จึงตัดสินปรับจำเลยเป็นเงิน 4 หมื่นบาทลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 หมื่นบาท
โดยก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นตัดสินความผิดตามพรบ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 แต่จำเลยไม่เคยทำความผิดและศึกษาอยู่ระดับอุดมศึกษา เลยให้รอการกำหนดโทษ 2 ปี
สำหรับค่าปรับจำนวน 2 หมื่นบาท พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. ช่วยเหลือจ่ายให้แทน เรื่องก็จบลงด้วยดี
เรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก่อน ส่วนหนึ่งเพราะสังคมบ้านเรามักสงสารคนที่อ่อนแอ ขาดโอกาส หรือการกระทำความผิดจากความจำเป็น
การที่นักศึกษาคนหนึ่งนำซีดีเถื่อนมาขายแล้วถูกดำเนินคดี ในแง่ความเคร่งครัดกฎหมายตำรวจก็ทำตามหน้าที่อย่างถูกต้อง
แต่ในเชิงรัฐศาสตร์ หากมีการสืบเสาะหรือสอบสวนจำเลยก่อนถึงที่มาที่ไปจะรับรู้ว่าจำเลยไม่ได้มีเจตนาเพียงแต่หาช่องทางทำกินเพื่อเลี้ยงตัวและครอบครัวเท่านั้น
ถามว่าที่ผ่านมาตำรวจเคยจับผู้กระทำผิดแล้วปล่อยตัวไปหรือไม่ ต้องบอกว่ามากมายเพียงแต่การปล่อยเนื่องเพราะมีเงินมาปิดปาก ตรงข้ามกับนักศึกษาสาวผู้นี้ ไม่มีเงิน ไม่มีทางต่อสู้หรือวิ่งเต้นให้ใครช่วย ได้แต่ก้มหน้าก้มตารับโทษตามกระทงความ
แต่การที่นายตำรวจอย่างพล.ต.อ.พงศพัศ ยื่นมือเข้ามาช่วย คงไม่ใช่เรื่องสร้างภาพ เพียงแต่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยากจะสะท้อนถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ช่องว่างทางกฎหมายที่อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข อยากให้สังคมจุนเจือซึ่งกันและกัน หาความสงบสุขแม้เพียงจุดเล็กๆ ท่ามกลางสถานการณ์อาชญากรรมที่ดำรงความรุนแรงอยู่
ขณะเดียวกันกรณีที่นายตำรวจระดับ พ.ต.อ. ตำแหน่งผู้กำกับ เข้าไปพัวพันกับการปล้นรถขนเงินธนาคาร สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้น เข้มงวด เอาจริงเอาจังทางกฎหมาย
จะได้ตัวหรือไม่ ช้าหรือเร็ว คงไม่สำคัญเท่ากับความกระตือรือร้นของพวกพ้องน้องพี่ในวงการเดียวกัน !!