มาตรฐาน'ธาริต'

มาตรฐาน'ธาริต' : บทบรรณาธิการประจำวันที่17พ.ค.2555

             จากคนที่เชื่อว่าเป็นหมายเลข 1 ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องกำจัดให้พ้นทาง เพราะในห้วงวิกฤติการณ์คนเสื้อแดงนั้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้เสนอบทบาทของหัวหน้าพนักงานสอบสวน ขึงขังจริงจังอย่างยิ่งในการดำเนินคดีกับคนเสื้อแดง โดยเฉพาะในคดีก่อการร้าย และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  นอกจากบทบาทที่แนบแน่นกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคประชาธิปัตย์แล้ว กลายเป็นนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่มั่นคงแข็งแรงบนตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งนายธาริต เป็นผู้ที่ยื่นคำร้องให้ถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ ครั้งแล้วครั้งเล่า ในยุคพรรคประชาธิปัตย์
 
               ไม่ว่าจะอย่างไร น่าสนใจว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ สามารถประคองตัวฝ่าคลื่นลมแรงทางการเมืองมาได้ ในขณะที่ข้าราชการคนอื่นๆ ที่เป็นข้าต่างนาย เป็นสายต่างพรรค ต่างถูกจัดการไปแล้วจนหมดสิ้น คำอธิบายนั้น ส่วนหนึ่ง อาจมาจากความสามารถในการปรับตัวให้กลมกลืนกับสีใหม่ สิ่งที่นายธาริตกระทำวันนี้ ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากยุคที่เขาอยู่ภายใต้ร่มเงาพรรคประชาธิปัตย์ เขาเป็นข้าราชการที่ดี เอาใจใส่ดูแลผู้บังคับบัญชา ตอบสนองนโยบายอย่างเต็มที่ ฉะนั้นในวิกฤติการณ์เสื้อแดง ธาริตจึงเป็นทัพหน้า ในการแสดงหลักฐานข้อมูลเพื่อเอาผิดกับคนเสื้อแดงในข้อหาร้ายแรง ขณะเดียวกันก็เป็นตัวช่วยสำคัญไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง
 
               ในกรณีของเมซไซอะ ที่เปิดประเด็นโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ดีเอสไอในยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือไซฟ่อนเงิน โดยสืบเนื่องจากการจ่ายเงินค่าจ้างให้บริษัทเมซไซอะ บิสิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เพื่อจัดทำสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์มูลค่ากว่า 263 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีที่มีมูลคดีเป็นอย่างเดียวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่ดีเอสไอ ฟังว่าสัญญาระหว่างทีพีไอ กับบริษัทเมซไซอะ ไม่เป็นนิติกรรมอำพราง พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 และ 2551 ซึ่งจะนำไปสู่คำวินิจฉัยยุบพรรคได้
 
               ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ดีเอสไอ ยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ จะเห็นพ้องกับอัยการไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ในคดีซุกหุ้น ไม่แปลกที่คำร้องให้ตรวจสอบการให้การเท็จในคดีที่ดินรัชดาฯ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงถูกเก็บเงียบ ไม่แปลกที่นายธาริตจะบอกว่า ผังล้มเจ้าที่เขาเคยแถลงอย่างครึกโครมนั้น เป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคนนำมาให้ ไม่แปลกที่นายธาริตมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่า 13 ศพในวัดปทุมวนาราม ทหารอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสั่งไม่ฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถึงแม้จะปรากฏถ้อยคำที่มีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่า ผู้ที่ต้องโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก่อนหน้านี้
 
               นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ปฏิเสธมาตลอดว่า ดีเอสไอปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องยืนยันเช่นนั้น ถ้ามองอย่างเข้าใจ ดีเอสไอเป็นหน่วยงานภายใต้รัฐ ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม การสั่งการหรือใช้ดุลพินิจไปในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐบาล ก็เท่ากับทุบหม้อข้าวตัวเอง ส่วนข้าราชการที่ไม่ยอมลู่ตามลม ก็จะต้องยอมรับชะตากรรม หรือมิเช่นนั้น หากถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็ต้องไปพึ่งอำนาจศาลปกครอง นายธาริตเลือกแล้ว ที่จะเป็นข้าราชการในแบบหนึ่ง ที่ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เพียงแต่สละความเป็นข้าราชการที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่านั้น