สามก๊กฉบับ111

สามก๊ก ฉบับ 111 : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

                 การเมืองไทยมีทีท่าว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ที่เรียกกันว่าสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2550 จะครบกำหนดการถูกเพิกถอนสิทธิในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ก็เพราะสมาชิก
บ้านเลขที่ 111 ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดในวงการเมืองมานาน หลายคนเคยเป็นหัวหน้าพรรคของตนเองมาก่อน และหลายคนก็เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย กล่าวได้ว่าเป็นผู้มีบารมีทางการเมืองในระดับสูง เมื่อพ้นกำหนดการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ก็คาดหมายได้ว่าสมาชิกจำนวนหนึ่งคงคืนสู่เวทีการเมืองและหลายคนก็คงจะเข้าร่วมรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์
   
              การกลับมาของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ได้ก่อให้เกิดกระแสทั้งต้อนรับและต่อต้านขึ้นในพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า คนในพรรคเพื่อไทยแม้จะสืบเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย แต่ก็เป็นลักษณะของต้นสายกับปลายแถว และหลายคนในพรรคและคณะรัฐมนตรี ก็เป็นเพียงตัวสำรอง หรือถือไพ่แทน ดังนั้นเมื่อตัวจริงเสียงจริงกลับมา ก็คงต้องมีการปรับเปลี่ยน ครม.ครั้งใหญ่ ซึ่งคนที่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็คือนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะตกอยู่ในฐานะคนขับรถมือใหม่ที่ข้ามขั้นจากรถสองแถวมาขับรถสิบล้อ และคงต้องเจออะไรต่อมิอะไรที่ตื่นเต้นและแตกต่างไปจาก ครม.ชุดปัจจุบัน
   
              อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปมองที่มาของพรรคไทยรักไทยตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในการเลือกตั้ง ในปี พ.ศ.2544 จนถึงการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของพรรค ในปี 2548 จะเห็นว่าการที่พรรคนี้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็เพราะใช้กลวิธีตีเมืองขึ้น หรือพลังดูดพรรคการเมืองอื่นๆ ให้เข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจ หาใช่ด้วยอุดมการณ์ที่ตรงกันหรือความเลื่อมใสศรัทธาในแนวนโยบายของพรรค จนทำให้หลายคนต้องพลอยติดร่างแหในฐานะสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไปด้วย ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า คนเหล่านี้อาจจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างในพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าถามว่าคนเหล่านี้จะไปไหน ผมคิดว่าคำตอบในเรื่องนี้น่าจะมีอยู่ล่วงหน้าแล้ว
   
              ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของการเมืองไทยในเวลานี้ ก็คือเป็นการประจันกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ และการที่มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเลือกพรรคประชาธิปัตย์ อันนำไปสู่กระแสของพรรคการเมืองที่สามซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชน ซึ่งเหตุการณ์เช่นว่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่ ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก็ดี หรือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็ดี ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกและทางเลือกที่แท้จริง
   
              ผมคิดว่า อีกไม่ช้าไม่นาน เราอาจจะได้มีโอกาเห็นพรรคการเมืองที่สาม เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ให้แก่ประเทศก็ได้ครับ และ “สามก๊ก” ย่อมสนุกกว่าก๊กเดียวหรือสองก๊กอย่างแน่นอน
   
              ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำหนังสือ “ทางอีศาน” รายเดือน ฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งมีปรีดา ข้าวบ่อ เป็นบรรณาธิการอำนวยการ เป็นหนังสือซึ่งให้ความรู้ ความเข้าใจ ในวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ คตินิยม และจารีตวัฒนธรรมของชาวอีสาน ผ่านข้อเขียนอันทรงคุณค่าของนักเขียนและนักวิชาการจำนวนมาก คุณปรีดาบอกกับผมว่า ขอแค่ชาวจังหวัดภาคอีสานช่วยกันซื้อหนังสือเล่มนี้เพียงจังหวัดละ 200 คน หนังสือเล่มนี้ก็ไปโลดแล้วครับ