เข้าสู่ฤดูฝนที่บางคนเข้าใจว่าเป็น “โลว์ซีซั่น” ของการเดินทางท่องเที่ยว แต่หารู้ไม่ว่า เมืองไทยในวัสสานฤดู เปรียบได้ดั่งแดนสวรรค์ของฝรั่งช่างเที่ยวที่มีหัวใจสีเขียว (รักธรรมชาติ) เพราะนอกจากห้องพักราคาไม่แพง ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวแล้ว ยังมีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือกชิมในราคาถูกที่สุดในโลก มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากมายหลายระดับ ตั้งแต่เดินป่าดูผีเสื้อ ขี่ช้างชมไพร ไปจนถึงล่องแก่งเร้าอารมณ์
อย่างผืนป่ามรดกโลก “เขาใหญ่ - ดงพญาเย็น” แห่งเดียวก็เที่ยวกันไม่รู้จบ เพราะกินพื้นที่เกือบ 4 ล้านไร่ ครอบคลุม 5 ป่าหลักฝั่งตะวันออก คือ เขาใหญ่ ทับลาน ตาพระยา ปางสีดา และดงใหญ่ ซึ่งช่วงฤดูฝน ความสนใจพุ่งไปที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว ในฐานะที่เป็นสวรรค์ของนักดูผีเสื้อทางฟากฝั่งตะวันออก (ฝั่งตะวันตกคืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน) เพราะจะมีผีเสื้อออกมาถลาปีกในสายลมและแสงแดด ให้ชื่นชมกันสบายๆ ถ่ายภาพได้ง่ายๆ มากมายถึงกว่า 450 สายพันธุ์
ผมเคยสงสัยว่าตัวเลขจำนวนสายพันธุ์นั้น...มีความหมายอะไร? หรือแค่เอาไว้คุยโอ้อวดกันเล่นๆ เจ้าหน้าที่ปางสีดาไขข้อข้องใจว่า ยิ่งสายพันธุ์มากเท่าไรก็ยิ่งสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพ” ของป่าผืนนั้น เพราะผีเสื้อแต่ละสายพันธุ์จะกินใบพืชไม่ซ้ำกัน ป่าไหนมีผีเสื้อเยอะ ก็แสดงว่ามีพรรณพืชหลายชนิดให้ผีเสื้อเลือกกิน ที่สำคัญคือผีเสื้อจะเติบโตและขยายพันธุ์ได้ดีในป่าที่มีความชื้นเพียงพอ ดังนั้น ผีเสื้อจึงเป็นดัชนีชี้ความสมบูรณ์ของผืนป่า
หากเราเรียนรู้ว่าตรงไหนมี “โป่ง” ที่ผีเสื้อชอบลงมากินแร่ธาตุ แล้วไปนั่งนิ่งๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้สัก 3-5 นาที ผีเสื้อก็จะมาชุมนุมกันให้เราชื่นชมและถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญคือไม่ได้มาไวและจากไปไวเหมือนนก หรือบานแล้วก็โรยไปเหมือนดอกไม้ แต่ “เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา” ยาวนานถึง 3 เดือน ในช่วงที่ฝนยังไม่หนัก คือราวพฤษภาคม ถึงกรกฎาคมของทุกปี สะดวกช่วงไหนก็แวะไปดูได้ไม่ยาก ชื่อของผีเสื้อแต่ละชนิดก็มีที่มาสนุก น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าลวดลายและสีสันที่ไม่ซ้ำกัน ผีเสื้อชักจูงจิตใจเราและลูกหลานให้ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมือนอย่างที่อาจารย์ศักดิ์สิริ มีสมสืบ กวีซีไรต์ นำชื่อผีเสื้อมาพรรณนาไว้ตอนหนึ่งในบทเพลง “สบตาผีเสื้อปางสีดา” ว่า...
..นิลเหลือบฟ้า งามตาองครักษ์ บารอนมลายู แพนซีมยุรา ไกเซอร์อะเคเซีย ถุงทองกำมะหยี่ โคอินัว หนอนมะนาว ทั้งหางยาวหางติ่ง สวยจริงดาราไพร เหลืองหนามประดับเพชร พ่อมดเจ้าป่า สะพายฟ้า โอหลากหลาย อื่นๆ อีกมากมาย นั่นผีเสือลายซิกแซ็ก...ใจงาม ก็เห็นงามทุกสิ่ง ก็เห็นจริงทุกอย่าง ที่ปางสีดา เป็นผีแต่ไม่หลอกดอกหนา สนใจก็ตามมา มาสบตาผีเสื้อ...
จึงเห็นด้วยกับนโยบายของท่านผู้ว่าฯ ศานิตย์ นาคสุขศรี ที่จะนำพาสระแก้วไปในทิศทางที่เป็น “เมืองท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว” อย่างยั่งยืน เพราะจังหวัดนี้มีผืนป่ามรดกโลกอยู่ในเขต อ.เมือง มีภูผาและเถื่อนถ้ำมากมายให้ท่องเที่ยว และยังมีความมหัศจรรย์ของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อย่าง “ละลุ” ให้ตื่นตะลึง ณ เขต อ.ตาพระยา อันเป็นผลพวงจากการยุบตัวของแผ่นดินเป็นบริเวณกว้าง และการกัดเซาะของพายุ ลม ฝน เป็นเวลานานนับล้านปี จนเกิดเป็นเสาดินรูปร่างประหลาดผุดโผล่ขึ้นมากมาย ในลักษณาการเดียวกับ เสาดินนาน้อย ที่น่าน แพะเมืองผี ที่แพร่ และโป่งยุบ ที่ราชบุรี เวลาเดินเข้าไปแล้วได้อารมณ์คล้ายหลุดหลงไปบนดาวดวงอื่น ชวนให้ตื่นเต้นระทึกใจไปอีกแบบ
แต่ต้องเข้าใจว่าละลุโดดเด่นอยู่กลางแจ้ง มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาไม่มากนัก การไปชมละลุตอนกลางวันยามแดดจัด จะขาดสุนทรียภาพโดยสิ้นเชิง สูตรที่ลงตัวน่าจะเป็นการไปชมละลุยามอาทิตย์อัสดง โดยให้ไปถึงปากทางเข้าราวๆ 16.30 น. แล้วนั่งรถอีแต๊กที่ชาวบ้านจัดไว้ต้อนรับผู้ไปเยือนสุดเท่ จะได้ภาพตอนที่แสงสุดท้ายสีทองอร่าม ทาบทาละลุตระการตาเหลือเกิน อุณหภูมิที่ร้อนแรงก็ลดลงจนเที่ยวชมได้สบาย อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็นั่งรถอีแต๊กกลับไปรับประทานอาหารแบบ “พาแลงอีสาน” (อาหารค่ำบนพาข้าวหรือโตก) กับชาวบ้านคลองยาง ต.ทัพราช อ.ตาพระยา ณ อาคารพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของตำบลทัพราช
ก่อนชิมพาแลงยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีอันดีงาม ระหว่างพาแลง มีรำเพลินเจริญใจขับกล่อมม่วนซื่นนัก อิ่มหนำสำราญแล้ว จะกลับไปพักในเมืองสระแก้ว หรือจะพัก “โฮมสเตย์” กับชาวบ้านก็ได้ตามอัธยาศัย โดยชาวบ้านทัพราชรวมกลุ่มกันทำการท่องเที่ยวในรูปแบบสหกรณ์ ผลประโยชน์ก็ได้กับชาวบ้านเอง ท่านใดที่สนใจการท่องเที่ยวละลุตามสูตรนี้ ติดต่อไปได้ที่ อาจารย์รำไพ โคตรประทุม 08-8521-2551
สัญจรสู่สระแก้วทริปนี้ ผมล่องลงไปจนถึงอำเภอชายแดนทางตะวันออกเฉียงใต้สุด คือ อ.คลองหาด ซึ่งด้านหนึ่งติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อีกด้านหนึ่งติด อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้พบความจริงว่า อำเภอที่แทบไม่มีใครได้ยินชื่อนี้ มีภูเขาหินปูนอยู่มากมาย ทำให้เกิดถ้ำงามๆ หลายแห่ง ไว้รองรับนักท่องธรรมชาติหลายระดับ ตั้งแต่เดินชมหินงอกหินย้อยแบบสบายๆ ที่ ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ท้าทายความสูงโดยโรยตัวลงมาจากผาสูงด้านหน้า ถ้ำหาดทรายแก้ว หรือดำน้ำเข้าไปชมความงามของถ้ำน้ำเขาศิวะ จนเชื่อกันว่า อ.คลองหาด จะกลายเป็นชุมทางของการเที่ยวถ้ำในอนาคต โดยมีองค์การปกครองท้องถิ่นอย่างเทศบาล คอยบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อความสนุกและปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ท่านที่สนใจติดต่อไปได้ที่ คุณโกศล 08-9800-6118
เชยแหลก! ถ้าใครยังเข้าใจว่า สระแก้ว มีดีแค่ตลาดสินค้ามือสอง หรือเป็นเพียงทางผ่านสู่บ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน
......................................
(สระแก้วสดใส หัวใจสีเขียว : คอลัมน์ท่องไปกับใจตน : โดย...เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล)