ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผมพยายามค้นหาความลับที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบใน “บ้านของพ่อ” (แท้จริงแล้วก็เหมือน “บ้านของผม” ที่ได้อยู่ได้อาศัยได้เติบโตมาจวบจนทุกวันนี้) ความลับที่ทำให้ “บ้านของพ่อ” เป็นสถานที่ที่สมาชิกทุกคนในบ้านได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค ร่วมแสดงความยินดีปรีดา ร่วมแสดงความโศกเศร้าเสียใจ ร่วมปลอบประโลมเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกภายในบ้านที่กำลังอ่อนแอและท้อแท้ ให้ลุกขึ้นมายืนใหม่ ทั้งยังเป็นที่ที่เก็บทั้งอดีต เป็นพื้นฐานที่สำคัญของปัจจุบัน ให้สามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในอนาคต
หลายสิ่งหลายอย่างที่กล่าวมานี้ได้หลอมรวมกันก่อให้เกิดเป็นลักษณะเฉพาะที่แต่ละ “บ้านของพ่อ” ของแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน มีความงดงามที่แตกต่างกัน แต่ในความแตกต่างก็มีความคล้ายคลึงกัน คือสามารถสัมผัสได้ถึงความเอื้ออาทร ทั้งยังมี “กลิ่นอาย” เฉพาะของแต่ละ “บ้าน” ที่แสนจะอบอุ่น อบอวลด้วยสายใยแห่งความรักความเอาใจใส่ เป็นวิถีของการดำเนินชีวิตอย่างตรงไปตรงมา ที่แสนจะเรียบง่าย ได้ก้าวผ่านการปรุงแต่งจนตกผลึกภายใต้คำจำกัดความที่ว่า “งามง่าย” คือเป็น “วิถี” ของการใช้ชีวิตในบ้านที่เรียบง่าย “พอเพียง” หมายถึง ไม่มากไปหรือไม่น้อยไป กำลังพอเหมาะพอดีสำหรับครัวครัวหนึ่ง จึงเกิดเป็นคำที่มีความหมายงดงามมากครับว่า “ครอบครัว” (ซึ่งหมายถึง ครอบไปบนครัวที่ปรุงอาหารของ 1 ครัวเรือน)
แม้แต่สมัยโบราณจะสร้างบ้านสักหลัง “ครูช่าง” ยังใช้คำว่า “ปรุงเรือน” ซึ่งก็ได้บอกถึงนัยซ่อนเร้นของวิถีการดำรงชีวิต การกินการอยู่ (ทำให้แม้แต่การก่อสร้างยังใช้คำว่า “ปรุง” เลยครับ) ส่วนคำว่า “เป็นทั้งที่รัก และที่พักอาศัย” ก็มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว เพราะเมื่อ “บ้าน” เป็นที่รัก ทำให้เราก็อยากกลับไปหาบรรดาสิ่งที่รักที่ “บ้าน” และนอกจากเป็น “ที่พักอาศัย” คุ้มแดด คุ้มฝนแล้วยังเป็นทั้ง “เรือนเกิด”, “เรือนแก่”, “เรือนเจ็บ” และ “เรือนตาย” ช่างเป็น “วิถี” ที่งดงามที่ส่งต่อจากสมาชิกอีกรุ่นไปสู่อีกรุ่นครับ
ผมเขียนบทความนี้ตอนผมกำลังเฝ้าพ่ออยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สารภาพตามตรงครับว่าก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ในช่วงที่นั่งทำใจคนเดียวเงียบๆ ทำให้ได้มีโอกาสคิดทบทวนทำให้พบว่า ผมถือว่าเป็น “ลูกของพ่อ” ที่โชคดีมากครับ เพราะผมมี “บ้านของพ่อ” ที่แสนจะ “งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พักอาศัย” อย่างแท้จริง ถึงแม้ “บ้าน” ของ “พ่อ” ผมจะไม่หรูหรา ฟู่ฟ่าหรือร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็มี “วิถีคิด” ที่พออยู่พอกิน ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น จึงเป็น “วิถี” ที่ถึงพร้อมด้วย “ประโยชน์” และ “ความสุข” โดยแท้จริง
ดังนั้น “บ้านของพ่อ” จึงอุดมไปด้วยอดีตที่แสนจะงดงาม เพียงแค่นึกขึ้นทีไรก็ชื่นใจทุกครั้ง ทำให้ผมมีปัจจุบันที่มั่นคงและเชื่อว่าจะนำพาสมาชิกภายในบ้านรุ่นต่อๆ ไปสู่อนาคตอย่างอยู่รอดปลอดภัยและไม่หวาดเกรงภยันตรายใดๆ
วันพรุ่งนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างไรผมก็จะพา “พ่อ” ผมกลับ “บ้านของพ่อ” กลับไปสู่ “บ้านของเรา” ที่ “งามง่าย พอเพียง” ที่เก็บทั้งอดีตอันแสนสุขและเป็นฐานที่มั่นคงของปัจจุบันอันจะนำพาสู่อนาคตที่ดี ให้สมกับที่ผมได้โชคดีเกิดมาเป็นสมาชิกคนหนึ่ง “บ้านของพ่อ” ที่ “เป็นทั้งที่รักและที่พัก” อย่างแท้จริงครับ
.............................
(หมายเหตุ 'บ้านของพ่อ'ที่'งามง่ายพอเพียง' : คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล)