สัปดาห์นี้ ขออนุญาตตามกระแสหนังแอ็กชั่นซูเปอร์ฮีโร่ถล่มเมือง “The Avenger” ที่ทำรายได้ถล่มทลายไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ด้วยการหยิบยกเอาหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง
...ในทศวรรษที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ครองเมือง นอกจากการรีเมค (นำหนังซูเปอร์ฮีโร่ในอดีตกลับมาสร้างใหม่) รีบูท (ไม่เพียงนำของเก่ากลับมาสร้างใหม่ หากแต่ยังจับมาแต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ ตีความตัวละครใหม่ที่ให้มุมมองต่างไปจากเดิม) หลายๆ เรื่องถึงขั้นรีเอนจิเนียริ่ง หรือรีคอนสตรัคชั่น ปรับรื้อโครงสร้างการเล่าเรื่อง และคาแรกเตอร์ตัวละครเสียใหม่
หากแรงดึงดูดของ The Avenger ที่กวาดเงินไปแล้วร่วม 2 หมื่นล้านบาททั่วโลก คือการรีบูท ที่จับเอาซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนมารวมตัวกันปฏิบัติภารกิจพิทักษ์โลก แต่เมื่อปีก่อนมีหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่ง เล่าแบบสวนทางกับ The Avenger คือหลังจากประสบความสำเร็จ กับการรวมกลุ่มก้อนมนุษย์กลายพันธุ์ช่วยกันปกปักพิทักษ์โลกมาแล้วถึงสามภาค (X-Men, X2:X-Men United, X-Men: The Last Stand) จากนั้นก็แยกมาเล่าเรื่องราวของแต่ละคน (X-Men Origins: Wolverine) ก่อนจะกลับไปเล่าที่มาของผู้นำเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์แต่ละฝ่าย (คือโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ และ แมกนีโต) ใน X-Men: First Class
ซึ่งไม่เพียงเป็นหนัง Prequel ที่บอกเล่าที่มาที่ไปของตัวละครได้อย่างมีมิติเท่านั้น แต่หนังยังผูกโยงเข้ากับบริบททางสังคมและการเมืองในประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย
เจ้าหนูอีริค กับพลังจิตเหนือธรรมชาติที่ปรากฏออกมาให้เห็นระหว่างที่เขาและแม่ถูกจับแยกออกจากกันในค่ายกักกันของชาวยิวที่โปแลนด์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะถูกพรากแม่พรากลูกตลอดกาล และทำให้พลังงานในตัวแก่กล้า กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์มีพลังเหนือธรรมชาติจนเป็นที่หวาดเกรง ขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง เด็กน้อยกับความสามารถอ่านใจคนออก ก็ได้เชื้อเชิญสาวน้อยหน้าตาประหลาดที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ มาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่
หนุ่มน้อยอีริคเติบโตมาพร้อมกับความแค้น เขาออกตามหาเคล้าส์ ชมิดท์ นักวิทยาศาสตร์ที่ฆ่าแม่ของเขาต่อหน้าต่อตา แต่ก็ไม่สามารถล้างแค้นได้เนื่องจากพลังอันแก่กล้าและเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ที่อยู่รายล้อม ก่อนจะหันไปร่วมมือกับ ศ.ชาร์ลส ซาเวียร์ และเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์อีกกลุ่มหนึ่ง หาทางหยุดยั้งแผนร้ายทำลายโลกของ ชมิดท์ ในยุคสงครามเย็นระหว่างสองขั้วมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต-รัสเซีย
สภาพความแร้นแค้น ผู้คนในสังคมทุกข์ยากตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง มาจนถึงยุคสงครามเย็น ปรากฏเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เกิดขึ้นมากมายทั่วทุกมุมโลก ถ้ามองในมุมวิทยาศาสตร์ ประเทศมหาอำนาจและสังคมนิยมในช่วงเวลานั้นมีการสะสมและทดลองอาวุธนิวเคลียร์อยู่บ่อยๆ ซึ่งผลข้างเคียงของกัมมันตภาพรังสีอาจทำให้ผู้คนพิกลพิการ ผิดแผกแปลกประหลาดกว่าคนธรรมดาทั่วไป
เช่นเดียวกัน ในสังคมโลกที่ต้องมีการเลือกข้างระหว่างสองขั้ว เสรีนิยมประชาธิปไตย และระบอบสังคมนิยม พื้นที่ตรงกลางหาได้น้อยนักในยุคสมัยนั้น ใครไม่เลือกข้างฝ่ายใด ก็จะถูกผลักไปอยู่อีกฝ่ายหนึ่งแทบจะทันที (คล้ายกับการเมืองบ้านเราในปัจจุบันยังไงยังงั้น)
X-Men: First Class ยังเสียดสีเย้ยหยันรัฐบาลอเมริกันอยู่ในที (กิมมิคแบบนี้ก็มีอยู่ในหนัง The Avenger ด้วยเช่นกัน) เมื่อฝ่ายรัฐมักฉกฉวยโอกาสและผลประโยชน์จากผู้รู้ไม่เท่าทันเสมอ ในเรื่องแรกโครงการรวบรวมเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ไม่ได้รับการเห็นชอบจากหน่วยสืบราชการลับกลางสหรัฐอเมริกาหรือซีไอเอ แต่เมื่อพวกเขาร่วมกันทำภารกิจกู้โลกสำคัญ ซีไอเอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หลังฝุ่นตลบอบอวลจางลง มนุษย์กลายพันธุ์ก็กลายเป็นตัวประหลาดถูกสั่งให้กำจัดทิ้งเสีย เช่นเดียวกับ The Avenger ท่ามกลางวิกฤติการณ์ต่อสู้ที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ดูจะเพลี่ยงพล้ำ รัฐบาลอเมริกันก็ไม่รอช้าสั่งถล่มเกาะแมนฮัตตันทันทีโดยไม่รีรอว่า คนของพวกเขาตกอยู่ท่ามกลางอันตรายหรือไม่
เหล่าผู้กล้ามักเป็นเรื่องของชนกลุ่มน้อย หลบลี้ซ่อนตัวออกจากสังคมอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา (น่าจะมีเพียงไอรอนแมน เพียงคนเดียวกระมัง เชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมเริดหรูอย่างมีความสุข) กรณีของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ใน X-Men ชัดเจนที่สุด แม้แต่ แบทแมน, ซูเปอร์แมน หรือสไปเดอร์แมน นอกจากการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว ความเป็นส่วนตัวของเขาก็ต้องถูกปกปิดเป็นความลับอย่างมิดชิด
X-Men: First Class นอกจากนักวิทยาศาสตร์โฉดชั่วอย่างเคล้าส์ ชมิดท์แล้ว ดูจะไม่มีตัวละครใดอยู่ในฐานะผู้ร้ายของเรื่องเลย จะมีก็แต่ตัวละครมนุษย์กลายพันธุ์ที่น่าสงสาร และน่าสงสารที่สุด การเลือกจะอยู่ข้างฝ่าย หรือตรงกันข้ามกับมนุษย์ ดูเหมือนแต่ละคนจะมีเหตุผลรองรับ อันเนื่องมาจากการถูกกระทำเมื่อครั้งอดีตโดยน้ำมือของมนุษย์นั่นเอง
นับจากอัศวินรัตติกาล Batman Dark Knight แล้ว หนังอย่าง Spider Man (เวอร์ชั่นผู้กำกับ แซม ไรมี่)Watchmen และ X-Men: First Class ดูจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่แสดงให้เห็นปมด้อยและความปวดร้าวของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ พอๆ กับวีรกรรมกอบกู้โลกของพวกเขาเลยทีเดียว
.............................
(หมายเหตุ X-Men: First Class : เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)