9 พ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตรึงราคาสินค้า 4 เดือน และตรึงราคาพลังงาน จะมีผลต่อราคาสินค้าที่แพงอยู่ขณะนี้ว่า อย่างน้อยเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลเริ่มยอมรับว่าขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูเรื่องค่าครองชีพ และเป็นเรื่องดีที่ยอมรับว่าเรื่องของพลังงาน เป็นเรื่องที่ต้องมาทบทวนแต่ต้องเข้าใจว่ามติที่ให้ตรึงราคา ไม่มีผลทำให้ต้นทุนในเวลานี้ลดลง เพราะได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ที่สำคัญคือยังไม่มีการพูดถึงการทบทวนภาพใหญ่ของนโยบาย ลักษณะของการที่พูดว่าค่าก๊าซก็จะชะลอไว้ และในวันข้างหน้าอาจจะมีการขึ้นราคาอีก รัฐบาลควรเอาโอกาสนี้ไปทบทวน เพราะแนวคิดการขึ้นราคาก๊าซ เป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง ซ้ำเติมโยนภาระให้ประชาชน เพราะผู้ประกอบการสามารถที่จะรับสิ่งนี้ได้ คิดว่า อย่าหยุดเท่านี้ต้องใช้โอกาส ถ้าบอกว่าจะตรึง ทบทวนดูนโยบายทั้งหมด เพราะลำพังตัวนี้ไม่สามารถทำให้ค่าครองชีพลดลง อย่างดีคือการชะลอการขึ้นไปอีก
“การที่รัฐบาลมีนโยบายที่ไม่แน่นอน ย่อมไม่เป็นผลดี ผมยืนยันได้ว่านอกจากผลกระทบโดยตรงจากการที่มีการทยอยขึ้นราคาพลังงานแล้ว ตัวที่ไปซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ คือการเก็งในเรื่องราคาและเรื่องเงินเฟ้อ เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมาประเมินว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลงจากสภาพเศรษฐกิจว่า เรื่องค่าเงินที่อ่อนตัวลงจะทำให้ต้นทุนในเรื่องพลังงานสูงขึ้น ตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องการขาดดุลการค้า ที่มีมาในช่วงต้นปีต้องไปดูว่าจะแก้ไขอย่างไร
“ขณะนี้รัฐบาลยังมีความตายใจว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องของฤดูกาลบ้าง หรือเป็นผลพวงที่กระทบมาจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นเพียงความจริงบางส่วน แต่มีปัญหาอื่นที่ต้องแก้ไข ถ้าไปคาดหวังว่าหลังจากนี้ไปอีก 2-3 เดือนอากาศไม่ร้อน โรงงานเปิดมากขึ้น ปัญหาจะหมดไปคงไม่ได้เป็นแบบนั้น” นายอภิสิทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขาดดุลการค้าในเดือนมีนาคม เป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า รัฐบาลจะต้องไปจำแนกตัวเลขอออกมา ว่าที่เป็นผลกระทบจากกรณีที่โรงงานที่ยังไม่สามรถเปิดได้ เท่าไร เพราะมีการรายงานตัวเลขไปที่ครม.เมื่อวันอังคาร ว่าโรงงานประมาณ 70% กลับมาเปิดดำเนินการแล้ว แต่การขาดดุลยังมีอยู่ ต้องไปดูโดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เวลานี้ได้รับผลกระทบมาก อย่างข้าวที่ได้รับผลกระทบจากการรับจำนำ ที่สำคัญคือในส่วนของพืชผลตัวอื่นที่ได้รับกระทบที่รุนแรง เกษตรกรเดือดร้อน รัฐบาลพูดว่าจะทำถูกทั้งแผ่นดิน แต่ที่ถูกคือสินค้าเกษตร กรณีของกุ้งก็มีการประท้วง และสถานการณ์จะทรุดตัวลงเรื่อยๆ
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า การลงทุนที่ลดลงจากปีที่ผ่านมานั้น ก็คิดว่าตัวที่กระทบกับการลงทุน โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ เขามองเรื่องต้นทุน น้ำท่วมกับประกันภัยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลโดยตรงคือเรื่องค่าแรง กับต้นทุนด้านพลังงาน มาตรการที่จะมาบรรเทาเรื่อง 300 บาทยังไม่เพียงพอ เรื่องพลังงานก็ขยับช้ามาก และถ้าการลงทุนต่ำก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดี เพราะไม่ใช่เรื่องของวัฏจักรทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องขีดความสามารถของการแข่งขันที่รัฐบาลต้องไปทบทวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ระบุยืนยันว่าเรื่องค่าแรง 300 บาท ไม่กระทบต่อเรื่องการลงทุน และราคาสินค้าที่แพงขึ้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โดยสามัญสำนึก เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะในการที่บอกว่า ขึ้นค่าแรง 40 % แล้วเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ต้องขยับขึ้นอีกรอบในช่วงสิ้นปี ที่ตนกล่าวมาไม่ได้เป็นการค้านการขึ้นค่าแรง แต่ต้องการให้รัฐบาลเข้าไปดูแลผลกระทบในการขึ้นค่าแรงที่ธุรกิจมีเวลาไม่เพียงพอในการปรับตัว
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่รัฐบาลไปโทษคนอื่น มากกว่าที่จะมาดูในเรื่องต้นตอของปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการเมือง เวลามีการท้วงว่าประชาชนมีปัญหา ก็พยายามจะไปตอบโต้ทางการเมืองมากกว่า เพราะความจริงแล้วรัฐบาลทุกชุดต้องเจอกับปัญหาความเดือดร้อนเป็นเรื่องปกติ หน้าที่ของรัฐบาลคือ ไปดูความจริงแล้วแก้ไข แต่รัฐบาลเสียเวลามากกับเรื่องของแพง ที่ออกมาปฏิเสธว่าของไม่แพง กับการมาทะเลาะว่ายุคไหนแพงกว่ากัน อย่างกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงก็โดดมาร่วมวง อยากทะเลาะทางการเมือง แต่ว่าสุดท้ายก็มาของบประมาณมากมายไปแก้ปัญหาของแพง ถ้าปลัดพาณิชย์ยืนยันว่าของไม่แพงก็ควรยกเลิกการของบประมาณ ใช้เงินภาษีของประชาชนขอไปเป็นพันล้าน กับปัญหาที่กระทรวงพาณิชย์บอกมันเป็นไปไม่ได้ ที่นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ระบุว่าเป็นการปั่นกระแสสร้างวาทะกรรมสะกดจิตนั้น คงไม่ใช่เพราะหากตนสะกดจิตคนได้ คงไม่แพ้เลือกตั้ง อะไรที่เป็นเรื่องจริงเรายอมรับความจริงกัน เชื่อว่าประชานมีเหตุมีผล