ซิ่ง ซ่า ยา เซ็กส์กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เราทุกคนคุ้นชิน ดูเหมือนว่าหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะออกมาแถลงข่าวผ่านหน้าสื่อมวลชนประเภทต่างๆ เพื่อบอกว่า “มีผลงานเป็นรูปธรรม” แต่หากใช้อารมณ์ ความรู้สึกของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาร่วมในการวัดผลสำเร็จของการป้องกัน และแก้ปัญหา จะพบว่านอกเหนือจากการดำรงอยู่และแปรรูปของอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้นแล้วนั้น ซิ่ง ซ่า ยา เซ็กส์ยังเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย
การซิ่งรถไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ ของเหล่าบรรดานักบิดรุ่นเยาว์ การใช้ความรุนแรง การพกพาอาวุธ การทำร้ายร่างกายระหว่างกันในกลุ่มเด็กวัยรุ่น หรือแม้กระทั่งการก่อคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เป็นการกระทำรุนแรงในกลุ่มผู้ใหญ่ที่อาจมีเหตุมีผลเพียงแค่เรื่องส่วนตัวไปจนถึงการขัดผลประโยชน์และการแย่งชิงอำนาจ และผลประโยชน์ทางการเมืองที่รุนแรงมากขึ้น อุกอาจมากขึ้น
การโชว์หน้าจอแก้ว (โทรทัศน์) ของเหล่าบรรดานายตำรวจรุ่นใหญ่ที่ต้องสร้างภาพให้ประชาชนเห็นผลงานการปราบปรามยาเสพติดผ่านวิถีการจับกุมผู้ค้าพร้อมยาเสพติดของกลางที่สามารถยึดได้ในจำนวนมหาศาลสำหรับการโชว์ในแต่ละครั้งนั้นก็มิอาจลดความรู้สึกของชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนต่างๆ ทั่วหัวระแหงที่ว่า “มีคนในชุมชนติดยาทั้งเด็กและผู้ใหญ่” ที่น่าสนใจก็คือ แม้กระทั่งยายแก่ๆ จนๆ ในชุมชนยังบอกว่า “เด็กในชุมชนเสพยาไอซ์” ทั้งๆ ที่ยาไอซ์มีราคาที่สูง และเริ่มมีการแพร่ระบาดเมื่อไม่นานมานี้เอง
ความแพร่ระบาดของยาไอซ์ที่รุนแรงมากขึ้น และแพร่หลายไปในคนกลุ่มต่างๆ ที่มากขึ้นนี้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่า หน่วยงาน องค์กรต่างๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีจริงหรือไม่? รวมถึงการตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการปราบปรามยาเสพติดที่ดำเนินมาถูกทิศถูกทางหรือไม่?
“มันถูกจับแป๊บเดียวมันก็ออกมาแล้ว” คำพูดที่ชาวบ้านมักพูดวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การได้รับการประกันตัวออกมาภายหลังการจับกุมมิใช่เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพียงแต่ตำรวจไม่มีการอธิบายให้ผู้คนในสังคมเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องแท้จริง...
กว่าตำรวจจะวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้น ตำรวจจะต้องฝ่าฝันอุปสรรคและข้อขัดข้องนานัปการ อาทิ การเข้าตรวจค้นจับกุมตามกฎหมายการเก็บและรวบรวมพยานหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนดให้เกิดความรัดกุมเพราะคงไม่ใช่เรื่องที่สนุกนักหากเมื่อปฏิบัติงานไปแล้วตำรวจผู้ปฏิบัติงานที่เข้มแข็งกลับกลายเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยการถูกฟ้องร้องกลับกว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานได้ เหล่าบรรดาตำรวจยังจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงในระหว่างการเข้าตรวจค้นจับกุม ซึ่งผู้จำหน่ายยาเสพติดหรือแม้กระทั่งผู้เสพยาเสพติดนั้นมักมีวิถีของการมีค่านิยมของการใช้และการพกพาอาวุธปืนด้วย
คืนวันหนึ่งในขณะที่เราวางแผนกันเข้าจับกุมผู้ค้ายาสเพติดโดยวิธีการล่อซื้อที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ตามที่ผู้ต้องหานัดหมายในระหว่างบุกจู่โจมเข้าจับกุมผู้ต้องหาคนสุดท้ายนั่งยกมือทั้งสองข้างในท่าทียอมจำนนนายสิบตำรวจเดินเข้าถึงตัวเพื่อหวังจับกุม แต่ปรากฏว่าคนร้ายพลิกตัวกลับหยิบอาวุธปืนที่นั่งทับอยู่ยิงใส่ตำรวจเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ นี่คือความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงในการทำงานที่อาจมีผลส่วนหนึ่งมาจากการได้รับการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญในการใช้ยุทธวิธีที่น้อยเกินไป
อุปสรรคที่สำคัญอย่างมากและเป็นข้อกังขาของคนในสังคมจนเกิดความไม่ไว้วางใจตำรวจจนส่งผลต่อการไม่ให้ความร่วมมือคือข้ออ่อนทางกฎหมายในสังคมไทยที่ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดสามารถประกันตัวออกมาเพื่อต่อสู้คดีไม่ได้ยากอย่างที่คิด....หรือเป็นเพราะในสังคมทุกวันนี้...
อำนาจเงินสามารถง้างทุกสิ่งทุกอย่างและทุกด่านในสังคมไทยได้...อย่าลืมว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ได้มีแต่องค์กรตำรวจเพียงหน่วยเดียวยังมีองค์กรอื่นๆ ส่วนอื่นๆ อีกมากมาย หากองคาพยพนี้มิได้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างเข้มแข็งหรือปล่อยให้ถูกแทรกแซงจากอำนาจมืดและผลประโยชน์...คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงนักหากจะพูดว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้าสู่วิถีการดำเนินชีวิตลูกหลานของเรา