"ให้มันอยู่กับโชคชะตาบ้างเถอะ"
ถ้อยวลีสั้นๆ ที่ พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพกู้ชาติรัฐฉาน (SSA) เมื่อเจอคำถามนักข่าวสาวเกี่ยวกับอนาคตของ "ดอยไตแลง" (ตรงข้าม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน) ซึ่งอาจกลายเป็นซากอดีตที่ผุพังเหมือน "มาเนอปลอว์" ของนายพลโบเมียะ อดีตผู้นำกองทัพกะเหรี่ยง (KNU)
การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเศรษฐกิจในพม่า ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ต้องปรับแนวทางการต่อสู้ใหม่ สงครามกู้ชาติใกล้ยุติ ด้วยการเจรจาตามแนวทางปรองดองแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ก็ต้องเผชิญหน้ากับปฐมบทมหากาพย์ของ "สงครามทุน"!
ต้นเดือนเมษายน 2554 กลุ่มผู้นำของกะเหรี่ยง DKBA ได้จัดประชุมขึ้นที่ค่ายเกาะตูโมยคี เขต จ. เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง และได้มีมติเปลี่ยนชื่อ "กองกำลังพัฒนาของกะเหรี่ยงพุทธ" (Democratic of Karen Buddhist Army : DKBA) เป็น "กองกำลังชาวกะเหรี่ยงบำเพ็ญประโยชน์แด่ประชาธิปไตย" (Democratic of Karen Benevolent Army)
ในห้วงเวลาเดียวกัน บนฐานที่มั่นกองกำลังทหารกะเหรี่ยง DKBA (ตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก) ของกลุ่ม พล.ต.ซอละป่อย หรือ "นะคะมวย" ได้จัดชุมนุมชาวกะเหรี่ยง เพื่อแสดงความยินดีกับ ออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม
"นะคะมวย" ได้สถาปนาองค์กรใหม่ชื่อ "กะเหรี่ยงโกะทูบอว์” (Klo Htoo Baw Organization : KKO) ที่มี มาน โรเบร์ธ สัน เป็นประธาน และ พล.ต.นะคะมวย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
"นะคะมวย" ประกาศเลิกใช้ชื่อกะเหรี่ยง DKBA และมีแผนการพัฒนาองค์กรกะเหรี่ยง KKO เป็นพรรคการเมือง โดยวางเป้าหมายที่จะส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคต
เดิมทีกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ก็เป็นกองกำลังรบของรัฐบาลทหารพม่า แต่ภายหลังกลุ่มผู้นำทหารพม่าได้เจรจาให้ DKBA เปลี่ยนเป็น GBF กองกำลังพิทักษ์ชายแดน แต่กลุ่มนะคะมวยไม่ยอม จึงแยกตัวออกไปตั้งเป็นกลุ่มอิสระ
นายพลนะคะมวยเปิดการเจรจาเป็นพันธมิตรกับกองกำลังกะเหรี่ยงคริสต์ KNU และกองทัพมอญใหม่ เพื่อขยายเขตอิทธิพลไปถึงเขตพญาตองซู (ตรงข้าม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี)
ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา กลุ่มนะคะมวยได้เปิดการเจรจากับรัฐบาลพม่าเป็นระยะๆ โดยเบื้องต้นได้รับข้อตกลงการหยุดยิง เมื่อสบโอกาสที่ "ออง ซาน ซูจี" ก้าวเข้าสู่รัฐสภาพม่า นายพลนะคะมวย จึงจัดตั้งกลุ่ม KKO ปรับกองกำลังทหารใหม่ และเสริมฐานที่มั่นกองกำลังทหารให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยเม็ดเงินรายได้จากการเก็บด่านภาษีกลุ่มทุนไทยที่เข้าไปทำเหมืองแร่ในพื้นที่ของพวกเขา
บนเส้นทางสู่การปรองดองของนายพลนะคะมวย ดูราบรื่นและไร้อุปสรรค หาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไม่รื้อคดียาเสพติดค้างเก่า และแจ้งข่าวการประกาศจับผู้นำกะเหรี่ยงพุทธนอกคอก
นายพลเคราแพะก็เล่นเกมสงครามข่าวตอบโต้ เริ่มจากการเปิดแถลงข่าวแจกแจงความเป็นผู้บริสุทธิ์ และให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมฐานที่มั่น KKO เป็นครั้งแรก
เมื่อกางแผนที่ประเทศไทยออกมาวิเคราะห์กันให้ชัดๆ ในอีก 4-5 ปีข้าง ก็จะมองเห็น "เขตพื้นที่เศรษฐกิจ" ตลอดแนวชายแดนตะวันตก ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธมากกว่า 5 กลุ่ม
ไล่จากเหนือลงใต้ จากรัฐฉาน รัฐกะยา รัฐกะเหรี่ยง จนถึงรัฐมอญ การจัดระเบียบใหม่ภายใต้นโยบายปรองดองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ย่อมมีทั้งเกมบนดินและใต้ดิน
เฉพาะหน้ากรณีเขตเศรษฐกิจทวาย ภายใต้เงื้อมเงาของกองกำลังทหารพม่า และกองกำลังกะเหรี่ยง KNU กำลังเป็นปัญหาในระหว่างการทำงานของกลุ่มทุนไทย ถึงขั้นต้องรื้อเครื่องมือจักรกลบางส่วนออกจากพื้นที่สัมปทานแล้ว
ละครคั่นเวลาของ "นะคะมวย-เฉลิม" อาจเป็นเพียงฉากเล็กๆ ในมหากาพย์สงครามทุน ณ ปลายขอบฟ้าตะวันตก