การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2555

ของแพงไม่ใช่การเมือง

ของแพงไม่ใช่การเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่9พ.ค.2555

             กับคำกล่าวที่ว่า ถ้าหากใครสามารถพูดโน้มนำให้ผู้คนคิดคล้อย เห็นตามขาวเป็นดำ ดำเป็นขาวได้ เขาผู้นั้นก็นับว่า มีความสามารถเบื้องต้นที่พอจะเป็นนักการเมืองได้แล้ว ดูเหมือนจะเป็นคำเปรียบเปรยเย้ยเยาะนักการเมืองอยู่มากทีเดียว ทั้งที่ในความจริงมีนักการเมืองเพียงบางคนบางพวกเท่านั้นที่มีพฤติกรรมปลิ้นปลอกหลอกลวงอย่างที่ว่า อย่างไรก็ดี ความน่าเชื่อถือต่อนักการเมืองนั้น ประกอบขึ้นด้วยหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การแสดงออกโดยสุจริตต่อเนื่องยาวนาน ความศรัทธาและสัตย์ซื่อต่อประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้แก่การบริหารบ้านเมือง ฯลฯ ในทางตรงกันข้าม แม้นักการเมืองจะชนะการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนท่วมท้น ก็ไม่ได้หมายความว่า คะแนนเสียงเหล่านั้นอนุญาตให้เสกสรรปั้นแต่งอะไรก็ได้ เพียงเพราะคิดเอาเองว่า จะสามารถชี้นำเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงไปตามที่ตนเองต้องการ

               สภาวะข้าวยากหมากแพง เป็นความทุกข์ยากของราษฎรถ้วนทั่วทุกตัวคน ที่รอคอยผู้บริหารบ้านเมืองเข้ามาบำบัดเยียวยาเป็นการด่วน แต่เป็นเรื่องน่าเศร้ายิ่งนัก เมื่อกำลังมีเสียงพูดชักนำความทุกข์ยากให้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองไปเสีย อย่างที่ว่า มีความพยายามชี้นำประชาชนด้วยวาทกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน" หรือมีไอ้โม่งกลุ่มหนึ่งไปตั้งจุดขายของถูกกว่าท้องตลาด แล้วโหมกระแสชักชวนเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านเชื่อว่า ข้าวของแพง ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง ขณะที่ผลการสำรวจของเอแบคโพลล์สรุปความเห็นของกลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 90 ยืนยันว่าของแพงขึ้นจริง เช่นนี้จึงนอกจากจะตอกย้ำความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุดอีกทางหนึ่งแล้ว ยังช่วยเตือนสตินักการเมืองด้วยว่า การแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการ สร้างกระแสโน้มนำนั้น ไม่อาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่บิดไปเป็นอื่นได้ ซ้ำร้าย ปัญหากลับไม่ได้รับการแก้ไข และยิ่งจะทำให้เลวร้ายซ้ำเติมประชาชนยิ่งขึ้นอีก

                อย่างที่นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับหลังตรวจตลาดที่นนทบุรีว่า ราคาพืชผักแพงขึ้นหลายรายการ โดยเฉพาะถั่วฝักยาวปรับขึ้นถึงกิโลกรัมละ 80-90 บาท นั่นคือความจริงที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนที่สุด แม้ว่า ประชาชนจะยอมรับได้ส่วนหนึ่งว่า สาเหตุที่พืชผักมีราคาแพงเพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปีกลาย และความร้อนและแห้งแล้งในช่วงนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความ พวกเขาจะทนปล่อยให้รัฐบาลนิ่งดูดาย ปล่อยให้ราคาพืชผักปรับลงเองไม่วันใดก็วันหนึ่งตามธรรมชาติของพืชผลเกษตร โดยที่ไม่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงส่วนต่างของราคาต้นทางกับปลายทางที่นับวันมีแต่จะถ่างออกไปมากขึ้น อย่างกรณีของไข่ไก่หน้าฟาร์มกับไข่ทอด หรือมะนาวที่สวนกับมะนาวที่แม่ค้าส้มตำจำยอมซื้อในราคามหาโหด เป็นต้น

               ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้อย่างแน่นอน ถ้าจริงใจและยอมรับข้อเท็จจริงเพื่อนำมาเป็นข้อมูลนำเข้าสู่กระบวนการกลไกภาครัฐ โดยเฉพาะการแก้ไขสภาวะข้าวยากหมากแพง อย่างแรกที่รัฐบาลจะต้องลงมือก่อนอื่นใดก็คือ ค้นหาความจริงของต้นทุนการผลิต และส่วนต่างของราคาต้นทางปลายทางที่มักถูกกล่าวอ้างว่ามีปัจจัยค่าขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่น่าจะยากเย็นอะไร เพราะถ้าหากยอมรับความจริง และใช้ข้อมูลที่เป็นกลางแล้ว ก็จะเข้าถึงปัญหาและแก้ไขได้รวดเร็ว  ความจริงก็คือความจริง มีหนึ่งเดียวเป็นสัจธรรมจริงแท้แน่นอน ไม่ว่าจะใช้วาทกรรมเบี่ยงเบนไปอย่างไร ความจริงนั้นก็ยังอยู่ คนทุกข์คนยากอดอยากหิวโหยก็ยังมี จะให้เออออตามกระแสว่า อยู่ดีมีสุขไม่ทุกข์ร้อน อิ่มหนำสำราญอยู่ได้อย่างไร