แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ประกาศไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับครม.ครั้งหน้า รวมทั้งจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า เนื่องจากอาจจะเกรงเรื่องผลกระทบจากคดีการทุจริตโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์กระทรวงสาธารณสุขของปปช.ก็เป็นได้
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เวลานี้ พรรคเพื่อไทยไม่เหลือตัวแคนดิเดตที่สมน้ำสมเนื้อ โดยที่มีรายชื่อออกมาตามหน้าสื่อฯเวลานี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงแค่นักโต้วาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีการเสนอชื่อของนางปวีณา หงสกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ขึ้นมาพิจารณา เพราะนางปวีณา จะพ้นโทษแบนทางการเมืองในวันที่ 30 พ.ค.เช่นกัน และที่ผ่านมาก็ไม่มีคดีอะไรติดตัวอีกด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า เสียงส่วนใหญ่ในพรรค รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ , พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี และประธานในที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็เห็นว่า เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่น่าจะมีการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคอย่างเป็นทางการนั้น น่าจะไม่เกินวันที่ 15 มิ.ย. ที่จะถึงนี้
'จตุพร' เหน็บ 'ฉลอง' เป็นมาร โวเดี๋ยวก็ออกมาขอโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 พ.ค.55 เวลา 13.30 น. ระหว่างที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. กำลังเช่าพระเครื่องที่บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภาอยู่ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงความไม่เหมาะสม หากนายจตุพร รับตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับครม.ครั้งต่อไป ซึ่งนายจตุพร ได้พูดขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายว่า “กำลังเช่าพระอยู่ ไม่อยากพูดเรื่องมาร”
อย่างไรก็ตาม นายจตุพร ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า นายฉลอง ไม่รู้จริง เพราะขณะนี้ คดีที่มีการกล่าวหาว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว เนื่องจากมีการตัดต่อคำพูดของเขา และหลังจากนี้อัยการก็จะมีคำสั่งต่อไป
"ผมฝึกความอดทนมานานแล้ว และจะอดทนอีกหน่อย ส่วนนายฉลองเดี๋ยวก็ต้องออกมาขอโทษผม เหมือนเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมที่กล่าวร้ายผม ทั้ง ๆ ที่นายฉลองเข้าใจผิด และเรื่องนี้ ผมก็อโหสิกรรมให้"
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ ศัตรูและมิตรแท้ ต่างแสดงความยินดี คนเหล่านี้รบกันในสนามรบ จบแล้วก็เป็นลูกผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแล้ว ยังไม่รู้ว่า จะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ตอนนี้ ยังไม่มีใครทราบ ขึ้นอยู่กับนายกฯ เปรียบเหมือนการเล่นฟุตบอลที่ไม่มีใครรู้ว่า จะได้ลงเมื่อไหร่
"เรื่องนี้ ต้องแล้วแต่โค้ช ผมมีชื่อมา 2 รอบแล้วตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เรื่อยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลงเล่น ซึ่งก็ต้องไปทำความเข้าใจกับกองเชียร์คือประชาชนด้วยเหมือนกัน แต่ทุกคนทราบดีว่า ประเพณีของพรรค ไม่มีโควตาให้ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมต่อสถานการณ์”
พท. จับมือ 'ขวัญชัย' ใช้มวลชนเสื้อแดง บีบ“วิเชียร” ชิงเก้าอี้นายกอบจ.อุดรฯ
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย มีมติส่งนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.อุดรธานีว่า เดิมพรรคเพื่อไทยมีมติส่งนายประสพ บุษราคัม อดีตส.ส.อุดรธานีลงสมัคร แต่ปรากฏว่า เมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.ทีผ่านมา นายประสพ ได้แจ้งกับพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมว่า ต้องการที่จะถอนตัว เพราะเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทั้งนี้ เนื่องจาก คนเสื้อแดงต่างต้องการจะส่งคนของตัวเองลงสมัครชิงตำแหน่งนายกอบจ.อุดรธานี จึงเกรงว่า อาจจะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนครั้งเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานีได้ เนื่องจากนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องการที่จะส่งน.ส.โอปอล์ หัตถสงเคราะห์ บุตรสาวลงสมัคร ขณะที่พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก็ต้องการที่จะส่งบุตรชายบุญธรรมลงสมัคร
รายงานแจ้งว่า พล.ต.อ.ประชา ได้สอบถามไปยังนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ทำให้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 7 พ.ค.55 นายขวัญชัย ได้โยนชื่อของนายวิเชียร เพื่อหยั่งกระแสตอบรับของคนเสื้อแดง ผ่านทางคลื่นวิทยุชุมชนคนรักอุดร ซึ่งเสียงตอบรับที่ออกมานั้น คนเสื้อแดงขานรับเกือบ 100 %
ทั้งนี้ นายขวัญชัย ได้แจ้งให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยทราบทันที จากนั้น นายยงยุทธ จึงได้นำเรื่องแจ้งให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และส.ส.อุดรธานี ของพรรคเพื่อไทยทุกคนทราบ ในช่วงเที่ยงของวันที่ 8 พ.ค.55 จนในที่สุด พรรคจึงได้มีมติส่งนายวิเชียร ลงสมัคร
ด้านนายขวัญชัย เปิดเผยว่า เดิมนายวิเชียร ปฏิเสธที่จะลงสมัคร โดยให้เหตุผลว่า ต้องการที่จะลงสมัครส.ส.เท่านั้น เพราะตำแหน่งส.ส.นั้นมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งต่างจากสนามเลือกตั้งท้องถิ่น แต่เมื่อวิเคราะห์แล้ว จะเห็นได้ว่า ทั้งน.ส.โอปอล์ และบุตรชายบุญธรรมของพ.ต.ท.สุรทิน ทำได้ดีที่สุดก็เป็นได้แค่เพียงสีสันเท่านั้น เพราะในพื้นที่นั้นทั้ง 2 คนแทบจะไม่เป็นที่รู้จัก
ประกอบกับนายหาญชัย ฑีฆธนานนท์ อดีตนายกอบจ.อุดรธานี เป็นคนหนุ่มที่มีฝีมือและมีวิสัยทัศน์ รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากคนเสื้อสีน้ำเงิน ผ่านทางนายธีระชัย แสนแก้ว อีกด้วย ทำให้พรรคเพื่อไทย เกรงว่า อาจจะพลาดท่าได้ ดังนั้นจึงได้ประสานมายังเขา
"ผมจึงได้ใช้พลังมวลชนคนเสื้อแดงอุดรธานี บีบให้นายวิเชียร ยอมลงสมัครนายอบจ.อุดรธานี เพราะหากพรรคเพื่อไทยส่งคนเสื้อแดงตัวจริง อย่างนายวิเชียร ลงสมัครนายกอบจ.อุดรธานี โอกาสที่เราจะได้รับชัยชนะนั้น ต้องบอกว่าเกือบ 100 %"
“วิเชียร” ยัน ลงสมัครนายกฯอบจ.อุดรฯ ไร้ ขัดแย้ง หลังเป็นมติพรรค
ด้านนายวิเชียร กล่าวถึงกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยว่า หลังจากพล.ต.อ.ประชา พร้อมด้วยส.ส.อุดรธานีทั้ง 9 คน หารือกับนายกิตติศักดิ์ ก็รับปากว่าจะไม่ส่งคนลงสมัคร เรื่องนี้ไม่มีปัญหา โดยนายกิตติศักดิ์ต้องเคารพการตัดสินใจมติส.ส.อุดรธานีทั้ง 9 คน และในทางพฤตินัย ท่านก็คือคนหนองบัวลำภู
ส่วนที่มีความกังวลว่า กลุ่มเสื้อแดงกลุ่มอื่น ๆ อาจจะส่งคนของตัวเองลงไปในสนามการเมืองระดับเล็ก ต้องบอกว่า คนที่ควบคุมหรือสั่งการแดงอุดร ได้จริง ๆ คือเขาและนายขวัญชัย ถ้าแดงกลุ่มอื่นรู้ว่า เขาลง คงจะไม่ส่งคนลงแข่งขัน ไม่มีแตกแถว วันนี้ อุดรธานีต้องเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ค่อยพอใจที่ส.ส.ลาออกจากนักการเมืองระดับชาติ เพื่อลงสู่สนามท้องถิ่น นายวิเชียร กล่าวว่า เข้าใจว่า ที่ท่านไม่เห็นด้วย หากส.ส.เขตจะลาออกมาลงสนามเล็ก เพราะเปลืองงบประมาณในการจัดเลือกตั้งซ่อม แต่ถ้าเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ค่อยมีปัญหา เมื่อลาออกสามารถเลื่อนลำดับถัดมาขึ้นมาแทนได้
"ได้หารือเบื้องต้นกับพ.ต.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใกล้เลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะลงพื้นที่ไปช่วยผมหาเสียงด้วย" นายวิเชียร กล่าว
ด้านนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวเพียงว่า เขาไม่ได้จะส่งลูกสาวสมัครแข่งขันนายกฯอบจ.อุดรธานี แต่ลูกสาวเต็มใจที่จะลงสมัครเอง และยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ระหว่างเขากับทางพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นการเมืองท้องถิ่น มันคนละส่วนกัน
ขณะที่นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่พรรคมีมติส่งนายวิเชียร ลงนายกฯอบจ. เนื่องจากมีการพูดคุยกันแล้ว ทั้งในส่วนของนายกิตติศักดิ์ ก็ควรไปลงจ.หนองบัวลำภู และนายกิตติศักดิ์ ก็ยอมเพราะต้องเคารพมติ
ส่วนพ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี กล่าวว่า ในการหารือครั้งนั้น ก็มาขออภัยที่ทำไปโดยพลการ ไม่ได้มาปรึกษาผู้ใหญ่ในพรรคก่อน และยอมหลีกทางให้ ยืนยันว่า ในพรรคเพื่อไทย ไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน