“อยากขอบคุณมูลนิธิชิน โสภณพนิช ที่ให้โอกาสผมในการเรียนแพทย์ ถ้าไม่มีทุนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตผมจะเป็นยังไง” เป็นคำขอบคุณที่ออกมาจากใจของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อ 6 ปีที่แล้วเขาสอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ขาดทุนทรัพย์ในการเล่าเรียน ต่อมา มูลนิธิชิน โสภณพนิช ได้ช่วยเหลือให้ทุนจนจบการศึกษา วันนี้เขาจึงประสบความสำเร็จได้เป็น นายแพทย์ฐิติ ธุวดาราตระกูล บัณฑิตแพทย์ เกียรตินิยมอันดับ 1 ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
และผลผลิตที่น่าภูมิใจก็ผลิดอกออกผลให้เห็น เพราะปีนี้ มีนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิชิน โสภณพนิช สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก จำนวน 24 คน และในโอกาสที่คุณหมอเหล่านี้ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในหลายจังหวัด ได้มารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อจับฉลากแพทย์ใช้ทุนไปทำงานตามโรงพยาบาลต่างๆ ทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดงานเลี้ยงเพื่อพบปะสังสรรค์กันระหว่างบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกด้วยกันเอง และคณะกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีกิจกรรมเล่นเกมเพื่อสร้างความคุ้นเคย และละลายพฤติกรรมกันอย่างสนุกสนาน ที่ห้องประชุม ชั้น 28 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม โดยมี ชาตรี โสภณพนิช, ชาญ โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิฯ และลูกหลานตระกูลโสภณพนิช มาร่วมงานในครั้งนี้อย่างอบอุ่น
คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวถึงที่มาในการมุ่งเน้นที่จะให้ทุนแก่นักศึกษาแพทย์และพยาบาล เนื่องจากเห็นว่าจำนวนแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ของบ้านเรายังไม่เพียงพอต่อความจำเป็น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด มูลนิธิฯ ทราบดีว่า เด็กๆ สามารถกู้เงินจากรัฐได้ แต่เราเป็นห่วงว่าเวลาที่เขาเรียนจบไปแล้วก็ต้องมุ่งหาเงินเพื่อชดใช้ทุน เราให้ทุนตรงส่วนนี้ เพราะอยากช่วยให้ทุกคนทุ่มเทในการศึกษาอย่างเต็มที่ จะได้มีเวลาหาความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ รวมทั้งศึกษาวิทยาการใหม่ๆ ให้ทันสมัยและทันโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งเวลาที่เราไปต่างจังหวัดหรือตามพื้นที่ต่างๆ มักจะมีคนมาทักทายบอกกล่าวว่า เขาได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ ทำให้ได้ดีมาจนถึงวันนี้
ในขณะที่ "หมอเก้ง" นพ.ฐิติ ธุวดาราตระกูล บัณฑิตแพทย์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้จับฉลากเป็นแพทย์ใช้ทุน 3 ปี โดยจะเริ่มทำงานที่ โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา วันที่ 1 พฤษภาคม นี้ เป็นแพทย์รักษาโรคทั่วไป เขาตั้งใจไว้ว่าจะทำงานที่นี่ 1 ปี จากนั้นในปีที่ 2-3 จะไปอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชน ที่เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง
"ให้ถามตัวเองก่อนว่าอยากเรียนเพราะอะไร สิ่งที่จะต้องเจอ 6 ปีต่อไปนั้นเป็นสิ่งที่หนักและต้องรับผิดชอบมาก ถ้ามีจิตใจที่รักในการบริการด้านสาธารณสุข พร้อมที่จะพบเจอกับผู้ป่วย ก็ขอให้พยายามทำให้ได้ ส่วนคนที่สอบเข้ามาได้แล้ว ทุกปีอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเรา ลองถามตัวเองว่าพยายามทำทุกอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้าเต็มที่กับตัวเองและคนไข้แล้ว ก็สามารถจบไปเป็นหมอที่ดีได้" คุณหมอคนเก่ง ฝากเคล็ดลับสำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเรียนหมอเป็นการปิดท้าย