กีฬา : กีฬาต่างประเทศ
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555

'สิงห์บลู'ดวล'หงส์แดง'ชิงเอฟเอ

เชลซี พร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 5 พ.ค.นี้ ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามอย่างแน่นอน

          ศึกฟุตบอลถ้วย "เอฟเอ คัพ" รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ดวลแข้งกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่สนามเวมบลีย์ ในเวลา 23.15 น. เกมนี้ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือขัดตาทัพ เชลซี หมายมั่นปั้นมือหวังคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้ เพื่อเป็นการเรียกขวัญกำลังใจก่อนลงสนามล่าถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกหนึ่งใบในช่วงคืนวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ แม้จะมีปัญหาในเรื่องของแผงแนวรับ ต้องลุ้นกับ ดาวิด ลุยซ์ และแกรี เคฮิลล์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงเล่นอย่างแน่นนอน

          คาดว่าบรรดาแข้งหลักอย่าง แอชลีย์ โคล, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา และดิดิเยร์ ดร็อกบา เตรียมกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม หลังถูกดร็อปไม่ได้ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ส่วนในรายของ ปีเตอร์ เช็ก, จอห์น เทอร์รี, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น โอบี มิเกล และรามิเรส น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรกตามปกติ เช่นเดียวกับ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่มีลุ้นได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนกัน เพราะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้แล้ว 

 

          ด้าน ลิเวอร์พูล ของกุนซือ "คิงเคนนี" เคนนี ดัลกลิช ตั้งเป้าหวังคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้เหมือนกัน เพื่อเข้าป้าย "ดับเบิลแชมป์" ในศึกฟุตบอลถ้วยเป็นรายการที่ 2 ของฤดูกาลนี้ เพราะหยิบถ้วยแชมป์คาร์ลิง คัพ ไปครองได้แล้ว 1 ใบ แถมยังพร้อมจัดทัพใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ 4 ดาวดังอย่าง โฆเซ เรนา, ดาเนียล แอ็กเกอร์, สตีเวน เจอร์ราร์ด และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่จะได้กลับไปลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม หลังได้พักแข้งในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

          คาดว่า แอนดี คาร์โรลล์ น่าจะมีโอกาสได้ลุ้นยืนเล่นเป็นตัวจริงในแผงแดนหน้าเหมือนกัน เพราะเริ่มทำผลงานเข้าตา "คิงเคนนี" มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพวกตัวหลักอย่าง มาร์ติน สเคอร์เทล, เกลน จอห์นสัน, โฆเซ เอนริเก, จอร์แดน เฮนเดอร์เซน และ สจวร์ต ดาวนิง เตรียมได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกตามปกติ เพราะมีตัวผู้เล่นให้เลือกใช้งานไม่มากนัก 

 

          สำหรับคู่นี้เคยพบกันในศึกเอฟเอ คัพ มาแล้วทั้งหมด 9 เกม ปรากฏว่า เชลซี เหนือกว่า ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติ ชนะ 5 แพ้ 4 ส่วนการพบกันในถ้วยรายการนี้นัดล่าสุดเกิดขึ้นในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2006 โดย "หงส์แดง" เป็นฝ่ายเฉือนชนะ 2-1 ก่อนที่จะทะยานเข้าป้ายแชมป์ในช่วงปีนั้นได้สำเร็จ แต่ วิลเลียม ฮิลล์ บริษัทรับพนันแบบถูกกฎหมายของเมืองผู้ดี กลับยกให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีโอกาสคว้าแชมป์ได้มากกว่าด้วยอัตราต่อรอง 13 ต่อ 10 (แทง 10 จ่าย 13 ไม่รวมทุน) ส่วน ลิเวอร์พูล มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 21 ต่อ 10 (แทง 10 จ่าย 21 ไม่รวมทุน)   

 

          ขณะที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโปรแกรมฟาดแข้ง 1 คู่ "ปีนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 แข่ง 36 นัด มี 66 แต้ม เตรียมเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "นกขมิ้น" นอริช ทีมอันดับ 14 แข่ง 36 นัด มี 43 แต้ม ในเวลา 18.45 น. เกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นตั้งเป้าหวังเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อรักษาอันดับ 3 เอาไว้ต่อไป หลัง "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 และ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 5 สามารถทำคะแนนไล่จี้ตามหลังเหลือเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น แม้จะหมดสิทธิใช้งาน มิเกล อาร์เตตา และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน แต่ยังสามารถใช้งานแข้งหลักอย่าง วอยเซียก เชสนี, โธมัส แฟร์มาเลน, โธมัส โรซิคกี และ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ได้ทั้งหมด

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------