รอศาลชี้แล้วค่อยดีใจได้เก้าอี้รมต.

รอศาลชี้แล้วค่อยดีใจได้เก้าอี้รมต. : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี

             คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วสำหรับว่าที่ รัฐมนตรีใหม่อย่าง จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.หลังจากเพื่อนร่วมเวทีเสื้อแดงอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้รับการปูนบำเหน็จเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไปก่อนหน้านี้แล้ว
 
              ส่วนจะเป็นวันใดนั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องให้รัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2 ไปเรียบร้อย และบรรดาสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ได้ออกมาโลดแล่นกันอย่างเต็มที่ปลายเดือนนี้
 
              การแต่งตั้ง ณัฐวุฒิ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตั้งคำถามว่า จตุพร ขาดคุณสมบัติตรงไหน
 
              เวทีต่อสู้เพื่อ ทักษิณ ตั้งแต่ปี 2552 เรื่อยมากระทั่ง 2553 จนเกิดเหตุนองเลือด จตุพร สู้เพื่อให้ทักษิณ กลับบ้านมาโดยตลอด
 
              เมื่อถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลแต่กลับไม่มีชื่อ จตุพร เป็นรัฐมนตรี จึงเกิดข้อกังขา
 
              เป็นข้อกังขาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทยยากที่จะตอบให้สาธารณะได้กระจ่าง
 
              จะว่าไปแล้วการที่จะตั้ง จตุพร เป็นรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องที่น่าอึดอัด และจะถูกตั้งคำถามคำโตๆ จากภายนอก
 
              คดีความที่ติดตัว จตุพร อันเนื่องจากเหตุชุมนุมนั้นก็มีอยู่หลายคดี คดีหมิ่นประมาทก็มี แต่ที่หนักหนาสาหัสดูเหมือนจะเป็นคดีที่ กกต.ส่งเรื่องผ่านรัฐสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของ จตุพร
 
              ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย 18 พฤษภาคมนี้
 
              คดีนี้เป็นเรื่องที่พลพรรคเพื่อไทยต่างก็อกสั่นขวัญแขวน เพราะกลัวว่า ถ้าจตุพร ขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.เนื่องจากไม่ได้ไปเลือกตั้ง อาจส่งผลถึงพรรคเพื่อไทย
 
              เพราะอาจถูกตีความว่า รู้อยู่แล้วว่า จตุพร ไม่มีคุณสมบัติ แต่ก็ยังส่ง จตุพร เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
 
              อาจมีผู้ร้องว่าการทำเช่นนั้นเป็นการจงใจเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของพรรคเพื่อไทย
 
              ก็น่าเห็นใจจตุพร ที่เจอเรื่องนี้ เพราะไม่ได้ไปเลือกตั้งโดยที่ตนเองไม่ได้จงใจที่จะไม่ไป หากแต่ที่ไม่ได้ไปเพราะถูกคุมขังอยู่
 
              แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาอย่างไร
 
              ถ้าออกมาผิด เรื่องอาจยาวไปถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย
 
              แล้วก็น่าจะมีรายการ "เอาคืน" กกต.ที่ดันไปรับรอง จตุพร ว่า มีคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วปล่อยไปจนผ่านการเลือกตั้งไปแล้วถึงมามีมติว่า ไม่มีคุณสมบัติ
 
              หากเอากำหนดบ้านเลขที่ 111 จะออกมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันสิ้นเดือนนี้ เป็นวันที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะตัดสินใจปรับ ครม.หรือไม่ นั่นก็เท่ากับว่า วันพิพากษาของ จตุพร มาถึงก่อน
 
              อาการแบะท่าพร้อมรับตำแหน่ง ประกาศว่าจะเป็นรัฐมนตรีของทุกคนของ จตุพร จึงถือว่า "เร็วไป"
 
              ความรู้สึกยินดีปรีดาที่จะได้เป็นเสนาบดีมันรู้สึกกันได้
 
              แต่อย่าลืมวันสำคัญที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็แล้วกัน

...............

(หมายเหตุ : รอศาลชี้แล้วค่อยดีใจได้เก้าอี้รมต. : ขยายปมร้อน โดย ศรายุทธ สายคำมี)