การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2555

โคลนนิ่ง...

โคลนนิ่ง...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ korkown@gmail.com

  “พระนักธรรม์แหวะครรภ์อรไท  
 โดยไสยเวทอันศักดา...
 แล้วช้อนเอาองค์พระกุมาร
 อันหย่อนกาลกว่าทศมาสา
 ใส่ในท้องแพะด้วยฤทธา
 แล้วร่ายวิทยาเป่าไป”
 
              กลอนที่ยกมานี้อยู่ในเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 ตอนกำเนิดองคต ที่แม้ว่าจะไม่ใช่การโคลนนิ่ง แต่ก็นับได้ว่าเป็นพันธุวิศวกรรมอย่างหนึ่ง 
              องคตนั้นเป็นลูกของนางมณโฑนางฟ้ากับพาลีวานร ที่พระนักธรรม์หรือว่าพระฤาษีตนหนึ่งมีความจำเป็นจะต้องผ่าท้องเอาองคตออกมาจากท้องแม่ก่อนกำหนด แล้วใส่เข้าไปในท้องนางแพะตัวหนึ่งแทน จนกระทั่งถึงวันที่ตัวอ่อนองคตเจริญอยู่ในท้องนางแพะได้ที่แล้ว จึงได้มีการผ่าท้องนางแพะอีกทีเอาองคตออกมา 
             
              การกำเนิดขององคตเป็นการ “ข้ามสายพันธุ์” ที่สลับซับซ้อน ทั้งนางฟ้า วานรลิงและแพะ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมองคตถึงเป็นลิงที่เก่งนัก ใครรู้เรื่องรามเกียรติ์จะต้องรู้จักองคตดี
 
              มีข่าวล่าสุดว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นครราชสีมา ประสบความสำเร็จในการทำโคลนนิ่งโคขาวลำพูนขึ้นได้เป็นตัวที่สอง เรื่องโคลนนิ่งแม้จะไม่ใช่ของใหม่แต่ก็เป็นเรื่องร่วมสมัยควรกล่าวถึงในยามนี้
 
              เรื่องของการโคลนนิ่งที่ทำให้โลกตื่นตะลึงครั้งแรกคงจำกันได้เมื่อ 15 ปีก่อน ที่นักชีววิทยาแห่งสกอตแลนด์ โคลนนิ่งแกะชื่อดอลลี่ได้เป็นผลสำเร็จ ถือเป็นสัตว์ใหญ่โคลนนิ่งตัวแรกของโลก
 
              แกะดอลลี่เกิดจากเซลล์เต้านมของแกะตัวหนึ่ง ที่นำมาปลูกถ่ายเพาะพันธุกรรมขึ้นในแกะอีกตัวหนึ่ง เรียกว่าทำโคลนนิ่ง ซึ่งเป็นการเริ่มยุคของการสืบพันธุ์โดยไม่ต้องอาศัยเพศในสัตว์ชั้นสูง ดอลลี่ในขณะนั้นจึงกลายเป็นแกะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก และกล่าวกันว่ามันเป็นแกะที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดนับตั้งแต่ที่มีแกะเกิดมาในโลกนี้
 
              เจ้าดอลลี่มีอายุอยู่ได้ 6 ปี ว่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของอายุขัยของแกะเท่าที่ควรจะเป็น และควรจะรู้ไว้ด้วยว่า ตอนที่ดอลลี่เจ็บป่วยมันทุกข์ทรมานมากจนต้องฉีดยาให้ตาย เพื่อจะได้พ้นไปจากความทุกข์ทรมานที่เป็นอยู่
 
              เจ้าดอลลี่แห่งสกอตแลนด์จึงนับว่าโชคไม่ดี ไม่เหมือนกับองคตในเรื่องรามเกียรติ์ของไทย
 
              หลังจากแกะดอลลี่และศตวรรษใหม่ โลกก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีชีวภาพหรือว่ายุคแห่งพันธุวิศวกรรม นับแต่บัดนั้นมา ที่มีการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นวัว ควาย แพะ แกะ ลิง และแม้แต่อวัยวะของมนุษย์หรือว่าตัวมนุษย์ก็โคลนนิ่งกันได้แล้ว
 
              เท่าที่ปราชญ์ชีววิทยายุคโลกาภิวัตน์ท่านได้อธิบายเอาไว้นั้น พอสรุปความได้ว่า เทคโนโลยีชีวภาพหรือว่าพันธุวิศวกรรมนี้คือกระบวนการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืชก็เพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีคุณสมบัติตามต้องการ และเป็นชีวิตที่ดีกว่า การทำโคลนนิ่ง การทำสเต็มเซลล์ของสัตว์ การทำพืชจีเอ็มโอนั้นเป็นการเพาะถ่าย ปลูก การตัดต่อยีนหรือว่าดีเอ็นเอ อันนับว่าเป็นกระบวนการทางพันธุวิศวกรรม หรือว่าเทคโนโลยีชีวภาพยุคใหม่ทั้งสิ้น
 
              โลกยุคต่อจากนี้ไปทั้งคนสัตว์และพืชจึงไม่น่าจะต่างไปจากเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตออกมาจากโรงงานเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะคนในอนาคต อะไรหักพังจะซ่อมได้ และอาจมีชีวิตยืนยาวไปจนกว่าจะเน่าเปื่อย
 
              กลับมาที่เมืองไทยผมได้ข่าวว่า วิทยาการไทยเราก็ก้าวหน้าสามารถโคลนนิ่งวัวได้สำเร็จ หลังจากแกะดอลลี่แค่ 3-4 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะทำโคลนนิ่งวัวไทยได้ 2 ตัวต่อมา เป็นโคขาวลำพูนที่ชื่อว่า ขาวมงคล กับ เศวต ตัวที่เป็นข่าวครั้งล่าสุดนี้
 
              ก่อนหน้านี้จำได้ว่าไทยมีลูกวัวเทศตัวแรกที่โคลนนิ่งได้ ชื่อว่า อิง แล้วก็ยังมีลูกวัวเทศที่โคลนนิ่งได้อีกหลายตัวตามมา มีสารพัดชื่อ ทั้งนิโคล ตูมตาม เต้าฮวย แปะก๋วย ก็ไม่ทราบว่าตอนนี้พวกวัวเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว จะอยู่สุขสบายดีหรือเป็นตายอย่างไร และเหลืออยู่กี่ตัว ไม่ได้ข่าวเลยครับ
 
              ส่วนคนโคลนนิ่งในเมืองไทยเรานั้นว่ากันว่ามีอยู่แล้วอย่างน้อยก็คนหนึ่ง ส่วนจะเป็นใครนั้นก็น่าจะรู้ดีกันอยู่...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง