'รมว.กห.-ผบ.ทบ.'ปัดช็อปอาวุธจีน

'รมว.กห.-ผบ.ทบ.'ปัดช็อปอาวุธจีน เล็งต่อยอด'จรวด'-จับตาทบ.ซื้อฮ. : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง

              ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยกคณะไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
   
              การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ เป็นการฟื้นสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างกองทัพไทยและกองทัพจีน หลังจาก "ห่างเหิน" มานานนับตั้งแต่สิ้นยุคของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สามารถยกหู "ต่อสายตรง" ถึงผู้นำทางการทหารและผู้นำทางการเมืองของจีนได้
   
              กระนั้น แม้สายสัมพันธ์ระหว่าง 2 กองทัพในยุคปัจจุบันจะไม่ได้ซี้ปึ้กเหมือนยุคก่อน แต่การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ผู้นำทางทหารของไทยได้พบบุคคลสำคัญของจีน พร้อมหน้าทั้ง นายสี จิ้น ผิง รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และพล.อ.เหลียง กวงเลี่ย รมว.กลาโหมจีน เพื่อกระชับความร่วมมือทางด้านการทหาร และการพัฒนาวิจัยระบบอาวุธ
   
              พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงการเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ว่า ถือเป็นคณะใหญ่ และคงจะไม่ไปในทุกประเทศในลักษณะแบบนี้ การเดินทางครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือทางด้านทหารที่ทั้งสองประเทศจะคงเอาไว้
   
              นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ขณะนี้ได้มีการวิจัยพัฒนาในเรื่องการผลิต "จรวดนำวิถี" จากจีน โดยไทยจะขอต่อยอดเพื่อให้เกิดการพัฒนา และมีความทันสมัยแม่นยำมากขึ้น
   
              “ผู้นำทางทหารของจีนเห็นด้วยที่จะให้มีการต่อยอดระบบอาวุธดังกล่าว และจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ซึ่งประเทศตะวันตกไม่ค่อยให้ ถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับไทยอย่างมาก ขณะเดียวกันจะสนับสนุนสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่เป็นหน่วยงานหลักของไทยในการผลิตอาวุธ ซึ่งในปัจจุบันจีนมีการพัฒนาระบบอาวุธต่างๆ ได้ดีกว่าเก่ามาก โดยเฉพาะในเรื่องความทันสมัยและมีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ไม่ได้สร้างอาวุธแค่พอใช้ได้เหมือนในอดีต” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว
   
              พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวอีกว่า การฝึกปฏิบัติด้านทางด้านการทหารระหว่างไทย-จีนจะยังคงรักษาเอาไว้ โดยเฉพาะการฝึกของกองทัพบก และกองทัพเรือ ส่วนกองทัพอากาศจะมีการฝึกร่วมกันในอนาคต ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่กองทัพไทยได้ประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติต่างๆ และจะทำให้กองทัพไทยเกิดความเข้มแข็งในภูมิภาคนี้
   
              ส่วนกระแสข่าวเรื่องการซื้ออาวุธนั้น รมว.กลาโหมกล่าวว่า "ผม และผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้ตัดสินใจหรือส่งสัญญาณว่าจะมีการซื้ออาวุธจากจีน แต่ผู้นำทางทหาร และผู้นำของทางการจีนก็มีใจให้ถ้าจะให้ช่วยเหลืออะไรในเรื่องนี้ โดยเฉพาะระบบอาวุธต่างๆ ที่มีราคาถูกอยู่แล้ว แม้จะไม่ถูกเหมือนกับสมัยก่อนก็ตาม ซึ่งเดิมในโซนยุโรปอาจจะราคา 100 บาท ขณะที่จีนจะอยู่ที่ 20 บาท แต่ปัจจุบันโซนยุโรปจะอยู่ที่ 100 บาท แต่จีนจะอยู่ที่ราคา 70-80 บาท หลังจากมีการพัฒนาในเรื่องระบบอาวุธต่างๆ"
   
              พล.อ.อ.สุกำพล ยืนยันว่า การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพจะให้เสรีในการพิจารณาว่าระบบอาวุธชนิดไหนที่เหมาะสมกับกองทัพมากที่สุด แต่บางครั้งไม่ต้องเป็นของดีที่สุด เพียงแต่เป็นของที่ใช้ได้ และมีประโยชน์ เวลารบก็สามารถปฏิบัติการได้ ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างจะต้องสุดยอดหมด เพราะประเทศไทยมีงบประมาณน้อย
   
              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงประโยชน์จากการเยือนจีนครั้งนี้ว่า ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์เพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะการเปิดช่องทางในการพูดคุยทางด้านการทหาร และการฝึกร่วมต่างๆ
   
              ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมมีสถาบันการวิจัยและวิเคราะห์เพื่อการพัฒนายุทโธปกรณ์ ต่อไปจะต้องผลิตไว้ใช้เองบ้าง เพราะจะซื้ออย่างเดียวคงไม่ไหว เนื่องจากงบประมาณค่อนข้างสูง กระทรวงกลาโหมจึงมีนโยบายในอนาคตว่ากองทัพอาจจะต้องผลิตในสิ่งที่มีความจำเป็นก่อน
   
              “กองทัพอาจผลิตระบบอาวุธจากเล็กไปหาใหญ่ และในอนาคตอาจมีการต่อยอดให้ใหญ่โตเหมือนกับประเทศอื่น เราไม่ได้อยากซื้อ แต่ประเด็นคือเราผลิตเองไม่ได้ แต่ขณะนี้เราก็พยายามวิจัย แต่ก็ติดขัดในเรื่องระบบเทคโนโลยีที่ไทยยังไปไม่ถึงจุดนั้น จึงต้องเรียนรู้กับประเทศอื่นที่มีความรู้ในเรื่องนี้ การเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้มีการหารือกันในหลายเรื่อง ถือว่าเราเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับจีน และในอนาคตอาจจะมีการแลกเปลี่ยนในเรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
   
              ส่วนข่าวเรื่องการมาซื้ออาวุธ ผบ.ทบ.กล่าวปฏิเสธว่า เรามาไม่ได้มาซื้ออาวุธ แต่การจัดซื้ออาวุธจะต้องดูว่าอาวุธของเราใช้งานหรือสิ่งไหนที่มีแล้วยังไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอากาศยานที่ใช้งานมากว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งการซ่อมบำรุงอย่างไรอากาศยานก็เป็นของเก่า อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ก็จะต้องซ่อมไปก่อนเพื่อประหยัดงบประมาณ และที่สำคัญจะต้องดูตามแผนการพัฒนาของกองทัพที่วางไว้ 10 ปีข้างหน้าว่ากองทัพจะปฏิบัติอย่างไร ไม่ใช่เราซื้อของวันนี้แล้วจ่ายวันนี้ แต่อย่างน้อย 3 ปี อาจจะได้จำนวนหนึ่งตามระยะเวลา
   
              “กองทัพต้องวางแผนการใช้งบประมาณ อย่างกองทัพบกมีเฮลิคอปเตอร์ 50 ลำ ก็ต้องไปดูในรายละเอียด หากอยากได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องซื้อทั้งหมด 50 ลำ แต่หากมีความต้องการ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจซื้อแค่ 30 ลำ แต่ก็ต้องดูงบประมาณของกองทัพด้วย หากมีเพียงพอก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน ก่อนที่จะเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อขออนุมัติ ที่สำคัญบางประเทศไม่สามารถซื้อขายได้ เพราะมีข้อผูกมัดเยอะมาก ดังนั้นการจัดซื้ออะไรจะต้องมีแผนที่ชัดเจนก่อนจะลงมือซื้อ” ผบ.ทบ.กล่าวทิ้งท้าย


...........

(หมายเหตุ : รมว.กห.-ผบ.ทบ.ปัดช็อปอาวุธจีน เล็งต่อยอด'จรวด'-จับตาทบ.ซื้อ ฮ.  : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง)