การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2555

จริยธรรมนักการเมือง

จริยธรรมนักการเมือง : บทบรรณาธิการประจำวันที่27เม.ย.2555

             ประเด็นการกดบัตรแสดงตนแทนกันของสมาชิกรัฐสภา เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจากกรณีอื้อฉาวภาพวาบหวิวในสภา และภาพนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ใช้โทรศัพท์มือถือดูภาพที่ไม่เหมาะสม เป็นเรื่องจริยธรรมนักการเมือง ที่โดยปกติคนโดยทั่วไปก็ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แปลว่า จริยธรรมนักการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ควรใส่ใจ เพราะหากคนในฐานะตัวแทนคนทั้งประเทศ ไม่มีจริยธรรม ก็ไม่อาจคาดหวังที่คนเหล่านี้จะนำพาประเทศชาติ ไปสู่สังคมแห่งธรรมาภิบาลได้ การที่ ส.ส.กดบัตรแสดงตนแทนกัน หรือแม้กระทั่งนอนหลับในห้องประชุมสภา  อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องเล็กที่ไม่อาจมองข้ามได้
 
             ก่อนหน้านี้ กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แสดงอาการเมามาย ระหว่างการประชุมสภา มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  กระทำผิดจริยธรรม ในที่สุดก็พบว่าประมวลจริยธรรม ส.ส.ไม่ได้บอกว่า การเมาสุรา หรือแสดงอาการที่ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เป็นการผิดจริยธรรม เรื่อง ส.ส.หลับในที่ประชุมก็เช่นกัน ไม่น่าจะเป็นความผิดจริยธรรม  ประเด็นก็คือ คนที่เป็นนักการเมือง เป็น ส.ส.ที่เรียกว่า ผู้ทรงเกียรตินั้น หากไม่ได้พิจารณาประกอบกับข้อบังคับเรื่องจริยธรรม ควรจะมีมาตรฐานความรับผิดชอบ หรือจิตสำนึกในเชิงจริยธรรมสูงกว่าบุคคลโดยทั่วไปหรือไม่
 
             พฤติกรรมของ ส.ส.ที่ดูเหมือนเป็นการละเมิดจริยธรรม ตั้งแต่เบาสุดจนถึงหนักสุด ในบางกรณีอาจต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่า การกระทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง เช่น กรณี น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. เสนอประเด็น ส.ส.กดบัตรแทนกันในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการกดบัตรแทนกันนั้น ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การที่สมาชิกรัฐสภาไม่ได้แสดงเจตนาด้วยตัวเอง หรือแสดงตนด้วยการเสียบบัตรเอง ก็ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาทุจริตต่อหน้าที่แล้ว โดยไม่ต้องพิจารณาถึงการกระทำว่าจะส่งผลถึงเรื่องสำคัญ อย่างไร หรือไม่
 
             ในขณะเดียวกัน หากพิเคราะห์ถึงการใช้สิทธิออกเสียงด้วยการเสียบบัตรแทนกัน ในมติสำคัญ ในมาตรการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องไปถึงการตีความว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ อย่างไร ซึ่ง ส.ว.ส่วนหนึ่ง กำลังรวบรวมประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผิดกฎหมาย เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ฉะนั้น ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าเจตนาภายใน ของ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ที่ไม่ได้รักษาเกียรติของตนเองเลย นอกจากการรักษาอำนาจและผลประโยชน์พวกพ้อง
 
             สังคมควรเอาจริงเอาจัง ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของ ส.ส.ที่ละเมิดจริยธรรม คนเหล่านี้จะเป็นเมล็ดพันธุ์อันเลวร้ายของสังคมไทยต่อไป สังคมควรสนใจว่า ประมวลจริยธรรมของ ส.ส.ได้ตราไว้ว่า พฤติกรรมแบบไหน อย่างไร ที่ถือเป็นการละเมิดจริยธรรม และร่วมกันประณาม ส.ส. ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้